ศาลออกหมายจับ "บอส อยู่วิทยา" 3 ข้อหา ขับรถชนคนตายโดยประมาท-ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ-เสพยา

วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส

ที่มาของภาพ, AFP

ศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส 3 ข้อหา ได้แก่ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 โดยมี "อายุความ 15 ปี"

ด้านสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เผยผลการสำรวจคดี "บอส อยู่วิทยา" ประชาชนเชื่อ "มีอำนาจอื่นแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม" แต่มีเพียง 25% เชื่อว่าจะ "ปฏิรูปได้

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ตำรวจ สน.ทองหล่อ เดินทางไปศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อขออนุญาตศาลออกหมายจับนายวรยุทธ "บอส" อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง กระทั่งศาลได้อนุมัติหมายจับ ลงวันที่ 25 ส.ค. 2563 ทั้งหมด 3 ข้อหา คือ 1. ขับรถโดยประมาทเป็นให้เฉี่ยวชนรถอื่นเสียหายมีผู้ถึงแก่ความตาย 2 ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรแก่ผู้ได้รับความเสียหายและไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในทันที และ 3. ข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคเคน)

เว็บไซต์มติชนรายงานว่า หมายจับดังกล่าวมีอายุความ 15 ปี การขอหมายจับครั้งนี้ เป็นไปตามประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญา มาตรา 147 บัญญัติไว้ เมื่อมีคำสั่งไม่ฟ้องแล้ว ห้ามมิให้มีการสอบสวนเกี่ยวกับบุคคลนั้นในเรื่องเดียวกันนั้นอีก เว้นแต่จะได้พยานหลักฐานใหม่อันสำคัญแก่คดี ซึ่งน่าจะทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหานั้นได้ โดยพยานหลักฐานใหม่ มาจากคำให้การของผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนผลการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดที่นำมาจากผู้เชี่ยวชาญ มารวมในสำนวนนี้

ด้านเว็บไซต์ TIJ ได้เผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อคดีนายวรยุทธ เมื่อวานนี้ (24 ส.ค.) หลังมีคนทุกกลุ่มอายุร่วมตอบแบบสอบถามทางออนไลน์ตั้งแต่ 15 ส.ค. ทั้งสิ้น 4,008 คน ในจำนวนนี้ 2,056 คน มีประสบการณ์ในกระบวนการยุติธรรม โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่เคยเรียนหรือทำงานในด้านที่เกี่ยวข้อง กลุ่มที่เคยเข้าสู่กระบวนการทางคดี เช่น เป็นพยาน ผู้ต้องหาหรือผู้เสียหาย และกลุ่มที่มีประสบการณ์ทั้งสองลักษณะ ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน

"สิ่งที่คนรู้สึกรับไม่ได้มากที่สุดเกี่ยวกับคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ส่วนหนึ่งคือ คดีนี้ดูเหมือนมีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองและจากอิทธิพลของกลุ่มนายทุน" TIJ ระบุในข่าวประชาสัมพันธ์

นอกจากนี้ ผลการสำรวจระบุด้วยว่า สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกไม่ดีหรือรับไม่ได้อีกเรื่องหนึ่งคือ สำนวนคดียืดออกไปอย่างไม่มีเหตุสมควรจนคดีหมดอายุความ

สภาพรถสปอร์ตชนท้ายมอเตอร์ไซค์

ที่มาของภาพ, EPA

TIJ ระบุว่า สิ่งที่ผู้ตอบแบบสอบถามไม่พอใจเป็นอันดับสาม แตกต่างกันระหว่างคนที่มีประสบการณ์กับไม่มีประสบการณ์ในกระบวนการยุติธรรม โดยคนที่มีประสบการณ์จะไม่พอใจกับการมีพยานบุคคลเพิ่มเติมหลังจากผ่านไปหลายปีมาหักล้างความผิดโดยไม่มีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือ ส่วนคนไม่มีประสบการณ์จะมองเรื่องการพบสารเสพติดในเลือดของผู้ต้องหาแต่ไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหา

ส่วนความคาดหวังต่อคดีนี้ หลังจากที่เป็นกระแสสังคมและเริ่มมีการตรวจสอบจากทั้งตำรวจ อัยการ และคณะกรรมการอิสระที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้น พบว่า ผู้ตอบกว่า 89% คาดหวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ต้องมีการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีและดำเนินคดีหากพบว่า ร่วมกันบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม ต้องสอบสวนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่ามีพฤติกรรมละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ต้องรื้อสำนวนคดีใหม่และนำคดีเข้าสู่ชั้นศาลทั้งคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และคดีใช้ยาเสพติด รวมทั้งคาดหวังว่าต้องนำตัวผู้ต้องหากลับมารับโทษให้ได้หากภายหลังศาลตัดสินว่าผิดจริง

ในการสำรวจความเห็นนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 50% เห็นว่า "อาจจะเป็นไปได้" ที่คดีนี้น่าจะมีส่วนผลักดันให้คนในกระบวนการยุติธรรมทำงานอย่างโปร่งใสขึ้น ขณะที่ผู้ที่ตอบว่า "เป็นไปได้" กับ "เป็นไปไม่ได้เลย" อยู่ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน