สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ : เปิดมติรัฐสภา เช็กชื่อกองหนุนสูตรหาร 100 ผู้แพ้โหวตกลางรัฐสภา

Senate

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

พรรคเพื่อไทย (พท.) เตรียมยื่นเรื่องศาลรัฐธรรมนูญตีความสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย 500 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังพ่ายโหวตกลางรัฐสภา

แถลงการณ์ของ พท. ระบุตอนหนึ่งว่า 2 วันนี้มีข่าวมาตลอดว่าผู้มีอำนาจในรัฐบาลต้องการให้เปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งกลับไปเป็นระบบจัดสรรปันส่วนผสมเพื่อสืบทอดอำนาจของตนต่อไป โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและข้อบังคับของรัฐสภา คำนึงแต่ความอยู่รอดและผลประโยชน์ทางการเมืองของตน

พรรคอันดับหนึ่งในสภายังกล่าวหาสมาชิกรัฐสภาจำนวนหนึ่งซึ่งอยู่ในซีกรัฐบาลว่า ใช้เสียงข้างมากจงใจกระทำการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 โดยลงมติแก้ไขมาตรา 128 ตามกรรมาธิการ (กมธ.) เสียงข้างน้อย เพื่อนําระบบจัดสรรปันส่วนผสมที่ถูกยกเลิกโดยรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมปี 2564 กลับมาใช้ พร้อมระบุว่าเป็นการกระทำที่ขัดมาตรา 91 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมปี 2564 และข้อบังคับการประชุมรัฐสภาอย่างชัดเจน

"พล.อ. ประยุทธ์ (จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม) ต้องการสืบทอดอำนาจโดยใช้เครื่องมือระบบการเลือกตั้ง เพราะไม่ได้รับความรักจากประชาชน จึงใช้วิธีนี้ แม้ขัดหลักการก็ยังฝืน ฝ่ายบริหารใช้อำนาจก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติ" นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการ พท. กล่าว

เช่นเดียวพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นำโดยนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ได้ออกมาแถลงแสดงความผิดหวังต่อมติของรัฐสภา ที่ไม่ได้ออกแบบระบบการเลือกตั้งที่ดีให้แก่ประชาชน แต่ทำเพื่อตอบสนองความต้องการสืบทอดอำนาจของ พล.อ. ประยุทธ์ จนนำไปสู่การลงมติที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการลงมติที่อัปยศที่สุด ก.ก. ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายนี้ และจะคัดค้านอย่างถึงที่สุด

ส.ส. พรรคเพื่อไทยแถลงประณามว่าสิ่งที่เกิดขึ้น มีผู้สั่งการ มีพรรคการเมือง และสมาชิกรัฐสภารับคำสั่ง

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคเพื่อไทย

คำบรรยายภาพ, ส.ส. พรรคเพื่อไทยแถลงประณามว่าสิ่งที่เกิดขึ้น มีผู้สั่งการ มีพรรคการเมือง และสมาชิกรัฐสภารับคำสั่ง

วานนี้ (6 ก.ค.) ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติคว่ำสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) แบบหารด้วย 100 ในระหว่างการพิจารณาในวาระ 2 ด้วยคะแนนเสียง 392 ต่อ 160 งดออกเสียง 23 ไม่ลงคะแนน 2 และเห็นด้วยกับสูตรหารด้วย 500 ตามญัตติของ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ด้วยคะแนนเสียง 354 ต่อ 162 งดออกเสียง 37 ไม่ลงคะแนน 4

รัฐสภาใช้เวลาถึง 4 ชม. ในการอภิปรายสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งปรากฏในมาตรา 23 ของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเป็นการแก้ไขมาตรา 128 เดิม ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมปี 2564 มาตรา 91

สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อโดยใช้ 100 เป็นตัวหาร ปรากฏในร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเสนอโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) และผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาในวาระ 1 และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. ที่มีนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข จากพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน ไม่ได้มีการแก้ไข แต่แล้วก็เกิดเหตุพลิกโหวตในระหว่างการลงมติในวาระ 2

ส.ส. พรรคเสียงเดียว 7 พรรค โหวตไม่เห็นชอบสูตรหารด้วย 100 ส่วนนายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ พรรคไทยศรีวิไลย์ โหวตงดออกเสียง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ส.ส. พรรคเสียงเดียว 7 พรรค โหวตไม่เห็นชอบสูตรหารด้วย 100 ส่วนนายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ (ซ้าย) งดออกเสียง

บีบีซีไทยตรวจสอบผลการลงมติ บันทึกโดยสำนักรายงานการประชุมและชวเลข ซึ่งมีการลงมติ 2 รอบ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม 577 คน จากสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด 726 คน

รอบแรก เป็นการขอมติว่าเห็นชอบกับมาตรา 23 ของร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. หรือ สูตรหารด้วย 100 ฉบับ กมธ. เสียงข้างมากหรือไม่ พบว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) โหวตสนับสนุนเกือบยกพรรค รวม 112 คน โดยมีอยู่ 7 คนที่โหวตคว่ำสูตรนี้

ส่วน ส.ส. พรรคอื่นที่ร่วมโหวตสนับสนุนสูตรหาร 100 ของ กมธ.เสียงข้างมาก ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 11 คน, พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) 9 คน, พรรคประชาชาติ (ปช.) 6 คน, พรรคเพื่อชาติ (พช.) 5 คน, พรรคชาติพัฒนา (ชทพ.) 3 คน, พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 2 คน อีกทั้งยังมีพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.), พรรคเสรีรวมไทย (สร.), พรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.), พรรคพลังปวงชนไทย (พล.ท.) และพรรคไทรักธรรม (ทธ.) พรรคละ 1 คน

นอกจากนี้ยังมีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อีก 7 คน จากทั้งหมด 249 คน ที่เอาด้วยกับ กมธ.เสียงข้างมาก

ผลการลงมติ หนุน-คว่ำ สูตรหาร 100. (ฉบับ กมธ.เสียงข้างมาก). .

เปิดชื่อกองหนุนสูตรหาร 100 ผู้แพ้โหวต

สำหรับนักการเมืองที่สนับสนุนสูตรหาร 100 ฉบับ กมธ.เสียงข้างมาก นอกเหนือจาก พท. อาทิ

11 ส.ส.ปชป. ซึ่งเป็น "ผู้อาวุโสของพรรค" เป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค, นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ส.ส.ระยอง และประธาน กมธ., นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองประธาน กมธ., นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ และ ส.ส.สุราษฎรธานี, นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสมชาติ ประดิษฐพร ส.ส.สุราษฎรธานี และนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี

ส่วน 2 ส.ส.พปชร. คือ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค และ กมธ.เสียงข้างมาก ผู้ตั้งคำถามกลางสภาว่าสูตรหาร 500 "มันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนผู้ที่เขาจะหย่อนบัตรเลือกตั้งตรงไหน ดังนั้นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญไม่เป็นไร ไปพิสูจน์กันที่ศาลรัฐธรรมนูญก็แล้วกัน" รวมถึงนายกฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี

ขณะที่หนึ่งเดียวของ ชทพ. หนีไม่พ้น นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ กมธ.เสียงข้างมาก ที่อภิปรายยืนยันว่าสูตรหารด้วย 500 ผิดหลักการและขัดรัฐธรรมนูญ

ในกลุ่มของพรรคเสียงเดียวรวม 10 พรรค มีอยู่ 2 พรรคที่ร่วมลงมติเห็นด้วยกับสูตรหาร 100 คือ นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทยซึ่งเป็นฝ่ายค้าน และนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรักธรรม ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

นายเสรี สุวรรณภานนท์ (ซ้าย) เป็น 1 ใน 7 ส.ว. ที่ลงมติเห็นด้วยกับสูตรหาร 100

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายเสรี สุวรรณภานนท์ (ซ้าย) เป็น 1 ใน 7 ส.ว. ที่ลงมติเห็นด้วยกับสูตรหาร 100

ด้าน 7 ส.ว. ที่แหกโผเพื่อนร่วมสภาสูงมาร่วมหนุนสูตรหาร 100 ได้แก่ นายไกรสินธิ์ ตันติศิรินทร์, นายคำนูณ สิทธิสมาน, นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, นพ. พลเดช ปิ่นประทีป, นายวันชัย สอนศิริ, นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ และนายเสรี สุวรรณภานนท์

59 ส.ส. ฝ่ายค้านร่วมคว่ำสูตร กมธ.เสียงข้างมาก

เมื่อไปดูฝ่ายโหวตคว่ำสูตรหาร 100 ฉบับ กมธ.เสียงข้างมาก จำนวน 392 คน เป็นเสียงจาก ส.ว. ถึง 164 คน ส่วนฝ่ายสภาล่างมาจาก พปชร. 59 คน, พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ลงคะแนนในทิศทางเดียวกันหมดแบบไม่แตกแถว 59 คน ยกเว้น 3 ส.ส. ที่ไม่ปรากฎผลการลงคะแนนคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค, นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร

นอกจากนี้ยังมีเสียงจาก ปชป. 34 คน, พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) 5 คน, ชทพ. 5 คน, พรรคพลังท้องถิ่นไท (พทท.) 4 คน, พรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) 4 คน, พรรคเศรษฐกิจไทย 2 คน และพรรคเสียงเดียว 6 พรรค รวม 6 คน

ขณะเดียวกันยังมี ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน 59 คน จาก 3 พรรค ข้ามขั้วมาโหวตคว่ำสูตรหาร 100 ของ กมธ.เสียงข้างมากด้วย แบ่งเป็น สร. 5 คน พท. 7 คน ได้แก่ นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี, นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ, นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ, นางผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ, นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก, นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก, นายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา

นอกจากนี้ยังมี 47 ส.ส สังกัดพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่แม้แสดงออกและอภิปรายสนับสนุนสูตรหารด้วย 100 แต่ไม่เห็นด้วยกับสูตรของ กมธ.เสียงข้างมาก โดยพวกเขาเสนอสูตรคำนวณหา ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ที่ต่างออกไป จึงโหวตไม่เห็นด้วยในรอบแรกเพื่อจะได้ไปลงมติในรอบที่ 2 ซึ่งเป็นการขอมติว่าเห็นชอบกับมาตรา 23 ของร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. หรือ สูตรหารด้วย 500 เสนอโดยนพ.ระวี หรือไม่ หรือใช้สูตรหาร 100 ที่เสนอโดยนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก.ก. ซึ่งปรากฏว่า ก.ก. ก็พ่ายโหวตกลางรัฐสภาในยกนี้

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรค ยืนยันว่า ก.ก. สนับสนุนและโหวตให้กับสูตรหาร 100 ไม่ได้โหวตให้กับสูตรหาร 500 แต่อย่างใด

ในการลงมติรอบ 2 ปรากฏว่า ในส่วนของ พปชร. นายไพบูลย์ไม่ได้ร่วมลงมติ ส่วนนายกฤษณ์โหวตเห็นด้วยกับสูตรหาร 500

ด้าน ปชป. เหลือเพียง 4 คนที่โหวตคว่ำสูตรของ นพ.ระวี ได้แก่ นายกนก, นายบัญญัติ, นายสุทัศน์ และนายอันวาร์ เช่นเดียวกับ 2 ส.ส. พรรคเสียงเดียว ทั้งนายพีระวิทย์ และนายนิคม ที่ร่วมลงมติไม่เห็นชอบสูตรหาร 500

ผลการลงมติ หนุน-คว่ำ สูตรหาร 500 . (ฉบับ นพ.ระวี มาศฉมาดล). .

รอตีความอีก 2 ชั้น

ชัยชนะของสูตรหาร 500 ตามข้อเสนอของ นพ.ระวี ผู้เป็น กมธ.เสียงข้างน้อย ในการลงมติวาระที่ 2 ยังไม่ใช่บทสรุปสุดท้าย เนื่องจากบรรดานักการเมืองที่แพ้โหวตกลางรัฐสภา ยังมีโอกาสต่อสู้ทางกฎหมายใน 2 ชั้น ชั้นแรกคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และชั้นที่สองคือศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องตีความว่าสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์แบบใหม่ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยมีขั้นตอน ดังนี้

  • ภายใน 15 วันนับแต่วันที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในวาระ 3 รัฐสภาต้องส่งร่างไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา และ กกต. พิจารณา ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 132 ของรัฐธรรมนูญ
  • ภายใน 10 วันนับแต่ได้รับร่าง กกต. ต้องให้ความเห็นว่ามีข้อความใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญได้ แล้วเสนอกลับมายังรัฐสภา
  • ภายใน 30 วันนับแต่ได้ความเห็นจาก กกต. รัฐสภาต้องประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณา
  • ก่อนนายกฯ นำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ หาก ส.ส. ส.ว. หรือสมาชิกทั้งสองสภารวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 เห็นว่าร่าง พ.ร.ป. นี้มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มีสิทธิเข้าชื่อกันเสนอประธานสภา ประธานวุฒิสภา หรือประธานรัฐสภา ให้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 148 ของรัฐธรรมนูญ