เกาะล้าน : จ่ายค่าน้ำแพงลิ่ว สี่วันไหลที สารพันปัญหาน้ำที่ชาวเกาะต้องเจอ

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ชัยยศ ยงค์เจริญชัย
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
สถานที่ตั้งที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร และการเดินทางได้ง่าย ๆ ด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากนัก "เกาะล้าน" ที่อยู่ห่างจากชายฝั่งพัทยาไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง กลายเป็นสถานท่องเที่ยวยอดนิยมในกลุ่มคนไทยตั้งแต่ในช่วงที่การท่องเที่ยวกลับมาเปิดใหม่ไม่ถึงหนึ่งปีที่ผ่านมา
จากที่เคยเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่พัทยา ในวันนี้เกาะล้านต้อนรับคนไทยไม่ต่ำกว่าวันละ 6,000 คนในวันปกติ และกว่า 20,000 คนในวันหยุด
การต้อนรับนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาในพื้นที่ที่อาชีพหลัก 90% เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวนับว่าเป็นเรื่องที่ดีในด้านรายได้ แต่ในทางกลับกัน ชาวเกาะล้านต้องพบเจอกับปัญหาการขาดแคลนน้ำจืดใช้ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาเรื้อรังที่มีมาหลายสิบปี จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการแก้ปัญหาในแบบที่ชาวบ้านต้องการ
เมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำของคนบนเกาะที่อยู่ในระนาบเดียวกันกับคนบนฝั่ง กับค่าน้ำที่ต้องจ่ายมากกว่า 10 เท่า ทำให้ชาวเกาะล้านต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งนี้เอาไว้ ในขณะที่เจ้าของรีสอร์ตหลายรายต้องปิดกิจการชั่วคราวเพื่อรอสะสมน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ของแขก
ชาวเกาะล้านมีชะตากรรมอย่างไร และเมืองพัทยามีแผนในการแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร บีบีซีไทยชวนร่วมเดินทางไปเกาะล้าน เพื่อหาคำตอบ

ที่มาของภาพ, Chaiyot Yongcharoenchai/BBC Thai
น้ำมีค่ากว่าทอง
นางจารวี บัวเผือก ชาวบ้านดั้งเดิมของเกาะล้าน อายุ 70 ปี ได้รับการสั่งสอนมากจากรุ่นสู่รุ่นว่า "น้ำมีค่ามากกว่าทอง" โดยจารวีจะจำได้ขึ้นใจว่าผู้ใหญ่มักจะสอนให้เธอใช้น้ำอย่างประหยัด
สมัยที่เธอเป็นเด็ก คนบนเกาะมีกันอยู่ไม่เกิน 40 หลัง และในตอนนั้นเธอเป็นคนที่รับหน้าที่เอาปี๊บเดินไปตักน้ำจืดจากบ่อของหมู่บ้านมาเติมลงตุ่ม 3 ใบที่บ้านของเธอให้คนที่บ้านได้ใช้
มาถึงปัจจุบันที่หมู่บ้านเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้เกาะล้านมีบ้านอย่างน้อย 1,200 หลัง กระจายอยู่ทั่วพื้นที่เกาะ ถึงแม้ความเจริญจะเข้ามาถึงพื้นที่ แต่ปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำจืดใช้ก็ยังมีมาถึงปัจจุบัน
ด้วยสมาชิกของที่มีมากถึง 8 คน ครอบครัวของเธอต้องการใช้น้ำต่อวันไม่ต่ำกว่า 1,000 ลิตร น้ำประปาที่ได้ไม่พอใช้ จารวี แม้มีน้ำฝนที่เก็บกักไว้ใช้บ้าง แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในทุกวัน เธอต้องสั่งซื้อน้ำผ่านรถลากมาทุก 2-3 วัน
"พอตอนนี้มีรีสอร์ตเพิ่มขึ้นเยอะ ก็ดึงน้ำจากเราไปอีก ยิ่งอยู่ต้นทางก็ยิ่งได้น้ำไปเยอะ บางที่ของเราเปิดมามีแต่ลมออกมา และมิเตอร์ก็เริ่มเดินแล้วทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีน้ำไหลออกมา" นางจารวีตัดพ้อ
"สำหรับเราค่าใช้จ่ายกับการซื้อน้ำเยอะมาก ๆ บางช่วงเราจ่ายค่าซื้อน้ำจืดไป 500 บาท และใช้ได้แค่สองวันเท่านั้นเอง รายได้ที่เราได้ก็มาจากการรับจ้างทั่วไปและค้าขาย ซึ่งแทบจะไม่พอกับการประทังชีวิตอยู่แล้ว นี่ยังต้องมาจ่ายค่าน้ำเพิ่มอีก"

ที่มาของภาพ, Chaiyot Yongcharoenchai/BBC Thai
แหล่งน้ำจืดของชาวเกาะล้าน
นายสรศักดิ์ ทองบงเพชร เลขานุการชุมชนเกาะล้าน อธิบายว่าน้ำจืดที่ใช้เพื่อการอุปโภคและบริโภคของชาวเกาะล้านมีอยู่ 3 แหล่งหลัก ๆ คือจากน้ำฝน น้ำประปาของบริษัทอีสท์วอเตอร์ และน้ำบาดาล
น้ำฝน เป็นแหล่งน้ำที่ชาวบ้านทุกคนจะนำมาใช้เป็นหลัก โดยใต้พื้นบ้านของชาวบ้านบนเกาะล้านทุกหลัง จะมีบ่อเก็บน้ำฝนเอาไว้ใช้ผ่านรางที่ติดไว้กับหลังคาบ้าน และส่งน้ำเข้าบ่อที่อยู่ใต้บ้านเพื่อกักน้ำไว้ใช้แบบปีชนปี โดยในสมัยก่อน ปริมาณน้ำฝนจะมากพอให้ชาวบ้านได้เก็บน้ำไว้ใช้ได้ทั้งปี แต่ปัจจุบันน้ำฝนมีปริมาณน้อยลง และไม่สม่ำเสมอ ทำให้ชาวบ้านต้องซื้อน้ำใช้เป็นหลัก
น้ำประปา ที่ผลิตโดยบริษัทอีสท์วอเตอร์ได้สัมปทานมาจากเมืองพัทยามากว่า 20 ปีแล้ว แต่มีชาวบ้านเป็นส่วนน้อยที่ได้ใช้ เพราะกำลังการผลิตที่ต่ำอยู่ที่วันละไม่เกิน 300 ลบ.ม. เพื่อแจกจ่ายให้ชาวบ้านไม่เกินวันละ 285 หลังคาเรือน ในขณะที่บนเกาะล้านมีชาวบ้านอยู่กันกว่า 1,200 หลังคาเรือน
"น้ำประปาที่มาจากโรงงานผลิตน้ำของอีสท์วอเตอร์ จะมีให้ใช้ทุก ๆ 3-4 วัน และจะมาเป็นเวลา โดยจะปล่อยช่วง 4.00 น. และจะหมดภายในไม่เกิน 7.00 น. การแจกจ่ายน้ำจะเป็นไปตามแนวท่อที่วางไปแต่ละหมู่บ้าน และจะสลับกันไปหมู่บ้านละวันและเวียนไปเรื่อย ๆ โดยจะมีการแจ้งล่วงหน้าว่าวันไหน น้ำจะปล่อยที่สายไหน" สรศักดิ์อธิบาย
ชาวบ้านต้องจ่ายค่าน้ำประปาที่ 70 บาทต่อยูนิต (1,000 ลิตร) ในขณะที่คนบนฝั่งพัทยาจ่ายค่าประปายูนิตละ 5-6 บาท ในขณะเดียวกัน ค่าแรงขั้นต่ำของชาวเกาะล้านอยู่ที่ 350 บาทต่อวัน

ที่มาของภาพ, Chaiyot Yongcharoenchai/BBC Thai
น้ำบาดาล เพิ่งจะมีการมาเริ่มขุดเจาะกันได้ไม่เกิน 5 ปีที่ผ่านมา โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เข้ามาสำรวจและขุดเจาะให้ 2 ที่ แต่ด้วยความจำเป็นที่มากขึ้นทำให้ชาวบ้านเริ่มขุดเจาะกันเอง โดยมีค่าขุดเจาะน้ำบาดาลครั้งละ 100,000-200,000 บาท แต่น้ำก็ไม่ได้มีใช้อยู่ตลอดทั้งปี
"น้ำบาดาลที่ได้ไม้ได้เป็นลักษณะของน้ำดาลจริง ๆ แต่เป็นน้ำผิวดินมากกว่า ซึ่งถ้าฝนไม่ตก หรือเริ่มเข้าหน้าแล้งของเกาะ ก็ไม่มีน้ำบาดาลให้ใช้" สรศักดิ์กล่าว
"ในช่วงหน้าแล้งที่เกิดภาวะวิกฤติขาดแคลนน้ำจืดใช้จริง ๆ ชาวบ้านจะรวมตัวกันเพื่อสั่งน้ำจืดจากฝั่งพัทยามาส่งผ่านเรือขนน้ำ ซึ่งมีราคาที่สูง ขึ้นอยู่กับปริมาณในการสั่งต่อหนึ่งครั้ง โดยเรือหนึ่งลำสามารถบรรทุกน้ำได้ 50 ตัน ซึ่งราคาค่าน้ำจะอยู่ที่ 7,000-10,000 บาทต่อหนึ่งครั้ง"
ปิดรีสอร์ตชั่วคราวเพราะแบกค่าน้ำไม่ไหว
การท่องเที่ยวของเกาะล้านกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเมื่อช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นักท่องเที่ยวของเกาะล้านส่วนมากจะเป็นชาวต่างชาติ แต่หลังที่เกาะกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งเมื่อปีที่ผ่านมา เกาะล้านกลายเป็นที่นิยมมากในกลุ่มคนไทย ในวันปกติจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาที่วันละ 6,000-7,000 คน ในขณะที่ในวันหยุดจะมีอยู่ที่วันละ 20,000 กว่าคน
เกาะล้านมีนักท่องเที่ยวแบบทั้งที่มาค้างคืน และแบบที่มาเช้าเย็นกลับ โดยรีสอร์ตทั้งหมดบนเกาะล้านมีอยู่ 200 กว่าแห่ง และสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เต็มที่ที่วันละไม่เกิน 3,000 ห้อง
นายสมทรง บัญฑิตย์วงษ์ เจ้าของแน่งน้อยรีสอร์ต & บ้านระเบียงน้ำ ตัดพ้อว่าเขาต้องแบกรับภาระค่าน้ำจืดที่สูงมาก ๆ จนในบางช่วงต้องปิดตัวลงชั่วคราวเพื่อสะสมน้ำในช่วงหน้าแล้ง

ที่มาของภาพ, Getty Images
"ช่วงหน้าแล้งมาก ๆ อย่างเดือน เม.ย.-พ.ค. เราก็จะลำบากกันมาก และช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวเยอะมากเป็นพิเศษด้วย แต่ละรีสอร์ตมีความจำเป็นในการใช้น้ำจำนวนมาก อย่างของผมที่เป็นหลังเล็ก รับแขกได้เต็มที่ 18 คน จะมีบ่อเก็บน้ำอยู่ที่ 13,000 ลิตร ถ้าภายใน 3 วันไม่เติมน้ำก็จะหมดเกลี้ยงเลย" สมทรงอธิบาย
สมทรงเคยคำนวณการใช้น้ำของแขกที่รีสอร์ตของเขา และพบว่านักท่องเที่ยวหนึ่งคนจะใช้น้ำอย่างน้อย ๆ 500 ลิตรโดยเฉลี่ย ต่อการเข้าพัก 1 คืน
"ช่วงหน้าฝนผมต้องจ่าย 350-400 บาท ต่อเที่ยว ต่อน้ำ 2,000 ลิตร แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าแล้งราคาจะเพิ่มเป็น 450-650 บาท ถ้ารีสอร์ตมีแขกอยู่ตลอด เราก็พอจะแบกค่าใช้จ่ายตรงนี้ไปได้ เพราะช่วงที่มีฝนตกมาเราก็ยังพอเก็บกักน้ำไว้ใช้ได้บ้าง"
สมทรงกล่าวเสริมว่าในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและรีสอร์ต มีความจำเป็นต้องใช้น้ำจืดเยอะมาก ทั้งแขกที่มาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ และแขกที่มาเที่ยวแบบค้างคืน
ที่ผ่านมาหลาย ๆ รีสอร์ต ต้องปิดตัวชั่วคราวในช่วงหน้าแล้งซึ่งเริ่มตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.-พ.ค. เพราะปริมาณน้ำจืดไม่เพียงพอต่อการให้บริการลูกค้า ถ้าจะซื้อมาใช้ในช่วงหน้าแล้ง เจ้าของกิจการหลายรายก็ไม่สามารถแบกค่าน้ำที่สูงมากได้ โดยในช่วงหน้าแล้งจะมีรถลากขนน้ำขายที่ไม่เกินครั้งละ 2 ตัน สนนราคาอยู่ที่ 700-800 บาท ต่อเที่ยว
"แต่ละรีสอร์ตต้องอาศัยช่วงเวลาในการตุนน้ำ พอได้น้ำมาเพียงพอก็จะเริ่มกลับมาเปิดจนกว่าน้ำจะหมด และปิดต่อไปจนสะสมน้ำได้เพียงพอ" นายสมทรงกล่าว

ที่มาของภาพ, Chaiyot Yongcharoenchai/BBC Thai
แผนแก้ปัญหาของเมืองพัทยา
ปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำจืดบนเกาะล้านได้ถูกหยิบมาพูดอยู่บ่อยครั้ง โดยล่าสุดเมืองพัทยาได้พูดคุยกับผู้นำชุมชนเกาะล้านเมื่อช่วงเดือน เม.ย. ที่ผ่านมาว่าทางเมืองได้วางแผนการแก้ปัญหาน้ำไว้ 3 ระยะดังนี้
ระยะฉุกเฉิน ขอการสนับสนุนน้ำจืดจากกองทัพเรือ โดยจะมีการนำน้ำจืดมาแจกจ่ายให้แบบไม่มีค่าใช้จ่ายในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. ปีละ 1 ครั้ง หรือถ้ามีการร้องขอไปเป็นกรณีฉุกเฉินก็จะมีมาให้อีก แต่ส่วนมากชาวบ้านจะได้น้ำมากักตุนที่บ้านจากกองทัพเรือปีละหนึ่งครั้ง
ระยะกลาง เมืองพัทยากำลังดำเนินการปรับปรุงบ่อเก็บน้ำบนเกาะล้าน เพื่อเป็นแหล่งเก็บน้ำจืดของเกาะ
ระยะยาว เร่งดำเนินการขยายสัมปทานของบริษัทอีสท์วอเตอร์ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตน้ำให้เพียงพอกับปริมาณการใช้น้ำ ให้มีน้ำไหล 24 ชั่วโมงต่อวัน และต้องทำราคาใหถูกลง โดยเป้าหมายคือการผลิตน้ำให้ได้ 1,000-1,200 ลบ.ม. ต่อวัน ซึ่งโครงการนี้มีแผนเริ่มดำเนินการในปี พ.ศ.2570
สรศักดิ์จำความได้ว่าเมื่อสมัย 7-8 ปีที่ผ่านมา เมืองพัทยาเคยมีการจัดประชาพิจารณ์ร่วมกับชาวบ้านเรื่องการทำท่อส่งน้ำมาจากฝั่งพัทยาบริเวณนาเกลือตรงมาที่เกาะล้าน เป็นระยะทาง 12 กม. แต่ด้วยงบประมาณที่สูงและไม่สามารถหาแหล่งน้ำจืดมาป้อนให้ได้ โครงการนี้ก็เงียบหายไป

ที่มาของภาพ, Chaiyot Yongcharoenchai/BBC Thai
"ชาวบ้านต้องการให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ถึงแม้ว่าค่าน้ำประปาที่จ่ายอยู่ทุกวันนี้จะมีราคาสูงมาก แต่ชาวบ้านไม่เคยโวยวายเรื่องราคา พวกเขาอยากให้เปิดก๊อกเมื่อไหร่ก็มีน้ำไหลออกอย่างเพียงพอมามากกว่า" สรศักดิ์อธิบาย
จากการสอบถามชาวบ้านเกาะล้านจำนวนหนึ่ง ทุกคนเห็นว่าอยากให้แก้ปัญหาเรื่องน้ำจืดไม่เพียงพอต่อความต้องการให้เร็วที่สุด เพราะถือได้ว่าเป็นปัญหาในทุกวันต่อเนื่องมานานแล้ว
เมื่อถามถึงการจำกัดการเติบโตของรีสอร์ตเพื่อลดปัญหาการแย่งน้ำใช้กัน ผู้ประกอบการอย่างสมทรงอธิบายว่าไม่สามารถทำได้ เพราะที่เกาะล้านไม่มีเจ้าของรีสอร์ตที่เป็นประเภทกลุ่มนายทุนมาลงทุนสร้างสถานที่พัก โดยรีสอร์ตบนเกาะแห่งนี้ทั้งหมดดำเนินการโดยคนในพื้นที่และชาวบ้านเป็นเจ้าของเอง
"จริง ๆ ไม่เห็นด้วยถ้าจะเดินท่อมาจากฝั่งพัทยา อยากให้เพิ่มกำลังการผลิตบนเกาะมากกว่า เพราะไม่อยากให้เกาะล้านบูมไปกว่านี้ ถ้าน้ำไฟสะดวกมากขึ้น ก็จะทำให้กลุ่มนายทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่ และเกิดการแย่งชิงน้ำไฟกันหนักกว่าเดิม" สมทรงกล่าว
"อยากเสนอให้เพิ่มกำลังการผลิตของน้ำจากบริษัทอีสท์วอเตอร์ จากวันละ 300 ลบ.ม. ให้เป็นวันละ 3,000 ลบ.ม. จะได้เพียงพอต่อทุกคนบนเกาะอยู่ตลอดเวลา แบบเปิดก๊อกเมื่อไหร่ก็มีน้ำไหลออกมา ไม่ใช่ว่าเราต้องมารอทุก ๆ 4 วันแบบนี้"

ที่มาของภาพ, Chaiyot Yongcharoenchai/BBC Thai












