ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ : กกต. รับรองผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ แล้ว

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครในนามอิสระ หมายเลข 8 เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) คนที่ 17 แล้ว หลังจากเลื่อนการพิจารณามาจาก 30 พ.ค.

ที่ประชุม กกต. ที่มีนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานการประชุม กกต. ผ่านระบบออนไลน์โปรแกรม Zoom Cloud Meeting ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อพิจารณาผลคะแนนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และสมาชิกกรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 หลังการประชุมวานนี้ สำนักงาน กกต.เสนอความเห็นต่อที่ประชุมว่ากรณีที่ นายชัชชาติ ถูกร้องเรียนเรื่องป้ายหาเสียงอาจเข้าข่ายทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม จึงควรตรวจสอบเพื่อให้เกิดความรอบคอบ

ทั้งนี้ นายชัชชาติ คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมาด้วยคะแนนสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1,386,215 คะแนน

เมื่อ 30 พ.ค. กกต. ได้เผยแพร่เอกสารข่าวที่ระบุว่า ที่ประชุม กกต. ยังได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จำนวน 40 คน จากทั้งหมด 50 คน ประกอบด้วย ผู้สมัครจากพรรคพรรคเพื่อไทย 15 คน พรรคก้าวไกล 12 คน พรรคประชาธิปัตย์ 8 คน กลุ่มรักษ์กรุงเทพ 3 คน พรรคไทยสร้างไทย 1 คน และพรรคพลังประชารัฐ 1 คน

ขณะที่ ที่ประชุม กกต. วันนี้ (13 พ.ค.) ได้รับรองผลการเลือกตั้ง ส.ก. เพิ่มอีก 5 คน รวมเป็นทั้งหมดที่รับรองแล้ว 45 คน เหลือที่ยังต้องรอการพิจารณาอีก 5 คน

หลังจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ผ่านพ้นไป ได้มีการร้องเรียนต่อทั้งตัวนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งชนะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัครรายอื่น ๆ รวมทั้ง ส.ก. อีกด้วย ซึ่งผู้ร้องเรียนคือ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

สำหรับข้อร้องเรียนที่มีต่อนายชัชชาติ ประกอบด้วย 2 เรื่องที่ กกต. กทม. เตรียมนำเสนอให้ กกต. พิจารณา ประกอบด้วย

1. กรณีทำป้ายหาเสียงไปทำกระเป๋า เข้าข่ายสัญญาว่าจะให้หรือไม่

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. นายศรีสุวรรณ ได้ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนสอบสวนนายชัชชาติ กรณีทำป้ายหาเสียงเป็นผ้าไวนิลมีเจตนาแฝงเพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำไปรีไซเคิลเพื่อทำ "กระเป๋า-ผ้ากันเปื้อน" อันเป็นการกระทำเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเองด้วยวิธีการ จัดทำให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้หรือไม่ อย่างไร

นายศรีสุวรรณ จรรยา

ที่มาของภาพ, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

คำบรรยายภาพ, นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

ทั้งนี้ นายศรีสุวรรณให้ความเห็นว่า การจัดทำแผ่นป้ายหาเสียงในลักษณะดังกล่าว อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเองด้วยวิธีการ จัดทำให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ อันเข้าข่ายการฝ่าฝืน ม.65(1) แห่ง พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 ซึ่งถ้า กกต.วินิจฉัยว่าเข้าข่ายก็อาจมีความผิดตาม ม.126 ของกฎหมายดังกล่าวต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปีด้วย

2. เรื่องการพูดในลักษณะดูถูกระบบราชการ เป็นอีกหนึ่งในเรื่องร้องเรียนต่อนายชัชชาติ จากคำให้สัมภาษณ์ของนายสำราญ ตันพาณิชย์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต. กทม.) เมื่อวันที่ 29 พ.ค. นอกจากกรณีการจัดทำป้ายหาเสียงเข้าข่ายให้ เสนอให้ ประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้เพื่อจูงใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

ทั้งนี้ นายสำราญยังเปิดเผยอีกว่า พบเรื่องร้องเรียนผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.และผู้สมัคร ส.ก. มีทั้งสิ้น 24 เรื่อง

อย่างไรก็ตาม นายสำราญ กล่าวว่า สำนวนร้องเรียนที่ กกต.กทม. เสนอไป กกต.กลางจะพิจารณาว่าเกี่ยวข้องทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ตามที่มาตรา 17 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 กำหนด หากพบว่ามีผลทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรมก็จะยังไม่ประกาศผลการเลือกตั้งโดยจะต้องไปดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป ซึ่งมีเวลา 60 วันตามที่กฎหมายกำหนด แต่ถ้าเรื่องร้องเรียนพิจารณาแล้วไม่ได้ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตก็จะประกาศผลการเลือกตั้ง

ชัชชาติไม่กังวลข้อร้องเรียน

ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนวันที่ 29 พ.ค. ถึงกรณีที่ กกต. จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง และจะมีการพิจารณาเรื่องข้อร้องเรียน ที่เกี่ยวข้องกับชัชชาติใน 2 ประเด็น ว่า เขาเคารพ กกต. และรอผลการตัดสิน และไม่มีความกังวล เนื่องจากเขาได้ชี้แจงข้อกล่าวหาทั้ง 2 ประเด็นไปหมดแล้ว

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

นอกจากข้อร้องเรียนดังกล่าว นายชัชชาติยัง ถูกร้องเรียนในกรณีไม่เก็บป้ายหาเสียงอีกด้วย

วันที่ 29 พ.ค. นายศรีสุวรรณ ได้เดินทางไปยัง สน.ลำผักชี สน.สุวินทวงศ์ และ สน.มีนบุรี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัครผู้ว่าราชการ กทม.และผู้สมัคร ส.ก. ในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งไม่ยอมเก็บป้ายหาเสียงของตนเองออกจากพื้นที่สาธารณะตามที่ กกต. กำหนดภายใน 3 วันหลังจากเลือกตั้ง อันถือได้ว่ามีความผิดฐานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 ฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน และมีความผิดตาม พรบ.รักษาความสะอาดฯ 2535 ต่อมาในวันที่ 30 พ.ค. เขาได้เดินทางไปยังสำนักงาน กกต. ไปร้องเรียนในเรื่องเดียวกันนี้ด้วย

การกระทำดังกล่าวของผู้สมัครทั้งหมดจึงมีความผิดตาม ม.39 แห่งพรบ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง 2535 ซึ่งเป็นโทษทางอาญา นอกจากนั้นยังเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.368 ฐานขัดคำสั่งของเจ้าพนักงาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นักวิชาการวิจารณ์ กกต. ปมความล่าช้าในการรับรองผู้ว่าฯ กทม.

นอกจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของคนในสื่อสังคมออนไลน์แล้วมีนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ออกมาแสดงความกังวลต่อท่าทีของ กกต. ที่พิจารณาเรื่องรับรอง นายชัชชาติ เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนต่าง ๆ

ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย แห่งคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตามหลักการทางรัฐธรรมนูญ เวลาพูดถึง "การเลือกตั้งที่สุจริตและเป็นธรรม" (Free and Fair Election) ในระบอบประชาธิปไตย นอกจากจะหมายถึงว่า การเลือกตั้งนั้นต้องบริสุทธิ์ยุติธรรมไม่มีการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียงแล้ว ยังหมายความรวมถึง "ความรวดเร็วในการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง" เพื่อให้ผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้งสามารถเข้าทำหน้าที่ "ผู้แทนของประชาชน" ได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุดหยุดอยู่ ซึ่งหลักการนี้มีการบัญญัติรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญหรือแม้แต่กฎหมายการเลือกตั้งการปกครองส่วนท้องถิ่นฯ เองด้วย

นอกจากนี้ นักวิชาการรายนี้ยัง ยกตัวอย่างกรณีที่มีการร้องเรียนเรื่องป้ายหาเสียงของ นายชัชชาติ โดยเชื่อมโยงไปยังความผิดเกี่ยวกับการซื้อเสียงตาม ม.65 ของกฎหมายเลือกตั้งการปกครองส่วนท้องถิ่นฯ เขามองว่า เป็นการตีความที่ "ไกลเกินกว่าเหตุอย่างชัดเจน" (Prima Facie Unreasonableness)

ด้าน ผศ.ดร. ประจักษ์ ก้องกีรติ รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีทวิตเตอร์ว่า ปัญหาซีเรียสคือ องค์กรอย่าง กกต.และศาลรธน.กลายสภาพเป็น "อำนาจที่ 4" (นอกเหนือจากนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ) =คน 7-9 คนสามารถล้มล้างเสียงและเจตนารมณ์ของ ปชช .เป็นล้าน ผ่านการยุบพรรค ตัดสิทธิคนที่ปชช.เลือก ด้วยหลักเหตุผลพิสดาร โดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อใครและปชช.ก็กำกับควบคุมไม่ได้ #กกต.

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์

ชัชชาติ ชนะด้วยคะแนนเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์

ในค่ำคืนของวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา จากผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นายชัชชาติ ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 8 ได้สร้างสถิติใหม่ในการกวาดไปคะแนนเสียงไป 1,386,215 คะแนน ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุดนับแต่ที่มีการเลือกตั้งมา

คะแนนเสียงที่สนับสนุนนายชัชชาติได้ทำลายสถิติที่ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ทำไว้จากการเลือกตั้งปี 2556 ด้วยคะแนนเสียง 1,256,349 คะแนน และก่อนหน้านี้ คือ นายสมัคร สุนทรเวช ที่ชนะการเลือกตั้งปี 2543 ด้วยคะแนนเสียง 1,016,096 คะแนน

ผลคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร 2565 (อย่างไม่เป็นทางการ)

นับแล้ว 100%
กรุงเทพมหานคร
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร
9.49%
นายสกลธี ภัททิยกุล
8.62%
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
9.52%
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง
8.03%
น.ส. รสนา โตสิตระกูล
2.95%
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
51.85%
น.ต.ศิธา ทิวารี
2.76%
ผู้สมัครรายอื่น ๆ
2.58%

ที่มา: กกต. กทม. (24 พฤษภาคม 2565 03.00 น.)

ตารางนี้ไม่สามารถแสดงได้