พรรคสร้างอนาคตไทย: อุตตมเป็นหัวหน้าพรรคคนแรก ประกาศดึงสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ (ซ้าย) หนึ่งในกรรมการบริหารพรรคสร้างอนาคตไทย จับมือแสดงความยินดีกับนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค

เกือบ 2 ปีหลังลาออกจากพรรคพลังประชารัฐที่เขาร่วมก่อตั้งและเกือบ 2 ปีที่ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา นายอุตตม สาวนายน กลับมาอีกครั้งในฐานะหัวหน้าพรรคคนแรกของพรรคสร้างอนาคตไทย โดยเขาประกาศว่าจะทาบทามนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ มาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค

พรรคสร้างอนาคตไทยจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งแรกวันนี้ (20 เม.ย.) โดยมีวาระสำคัญคือการเปิดตัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมาย คือ นายอุตตม เป็นหัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว. พาณิชย์ เป็นเลขาธิการพรรค

หลังได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคคนแรก นายอุตตมได้ขึ้นกล่าวบนเวทีเพื่อสื่อสารกับทีมงาน สมาชิกและประชาชน โดยบอกว่า เป้าหมายสูงสุดลำดับแรกของเขาและทีมงานในการทำพรรคการเมืองในครั้งนี้ก็คือการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนโดยเฉพาะเรื่องปากท้องและเศรษฐกิจ เป้าหมายต่อมาคือการสร้างอนาคตประเทศ เพราะ "วันนี้เรามองไม่เห็นอนาคตที่ดีสำหรับลูกหลานเราเลย"

เขายืนยันว่าคนของพรรคสร้างอนาคตไทยไม่ได้เข้ามาเพราะหวังอำนาจและไม่เคยไขว่คว้าหาอำนาจ แต่ที่ตัดสินใจเข้ามาทำพรรคการเมืองเพราะคนที่อยู่ในแวดวงการเมืองทุกวันนี้แก้ปัญหาวิกฤตของประเทศไม่ได้

"การตั้งพรรคไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทุกคนในที่นี้ต้องการสร้างการเมืองใหม่ ต้องการทำงานอย่างมืออาชีพเพื่อประโยชน์ของประชาชน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยความรู้ความสามารถที่เรามี ผมทราบดีว่าทุกท่านไม่ได้ต้องการเข้ามาเพียงหวังอำนาจ แล้วเราก็ไม่ได้ไขว่คว้าหาอำนาจนั้น หากบ้านเมืองทุกวันนี้ไม่อยู่ในภาวะวิกฤต เป็นภาวะปกติ และหากคิดว่าคนที่อยู่ในแวดวงการเมืองวันนี้สามารถแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้ พวกเราก็ไม่ต้องเข้ามาในการเมืองก็ได้" นายอุตตมกล่าว

ประชุมพรรคสร้างอนาคตไทย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, สมาชิกพรรคสร้างอนาคตไทยยกมือลงมติระหว่างการประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งแรกวันนี้ (20 เม.ย.) ที่อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี

ยืนยันดันสมคิดเป็นแคนดิเดตนายกฯ

สำหรับแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค นายอุตตมกล่าวว่าเขาและทีมงานได้เคยเปิดเผยไปแล้วตอนเปิดตัวพรรคเมื่อเดือน ม.ค. 2565 ว่าจะเชิญนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ เป็นแคนดิเดตนายกฯ

"ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่พูดไว้ เอาสั้น ๆ ตรงๆ คือเรามีความคิดและเราจะเชิญ ดร.สมคิดเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคสร้างอนาคตไทย" นายอุตตมประกาศบนเวที เรียกเสียงปรบมือจากคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมคิดไม่ได้มาร่วมการประชุมใหญ่ของพรรคสร้างอนาคตไทย

เปิดชุดนโยบาย "5 สร้าง"

หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทยยังได้เปิดนโยบายชุดแรกของพรรค ซึ่งจะเน้นหนักไปทางด้านเศรษฐกิจระดับประเทศและระดับชุมชน ที่เขาเรียกว่านโยบาย "5 สร้าง" ได้แก่ สร้างเศรษฐกิจฐานราก สร้างภาคเศรษฐกิจใหม่ สร้างสังคมที่เกื้อกูล สร้างคนและวิทยาการเพื่อก้าวสู่สังคมโลก และสร้างการเมืองที่สร้างสรรค์

นายอุตตมขยายความว่า เหตุที่พรรคเห็นความจำเป็นของการสร้างการเมืองที่สร้างสรรค์เพราะประเทศไทยติดกับดักความขัดแย้งและอยู่ในวังวนของการแย่งอำนาจกันมานานเกือบ 2 ทศวรรษแล้ว ทำให้เกิดการชะงักงันของการบริหารประเทศ

"(การเมืองไทย) หลายยุคหลายสมัยยังยึดติดอยู่กับการเข้าสู่อำนาจ เข้ามาแล้วก็ยึดติดอยู่กับการสืบทอดอำนาจ ก่อให้เกิดความร้าวฉาน แบ่งพรรคแบ่งพวก นำไปสู่ภาวะชะงักงันในการบริหารประเทศ ไม่สามารถแก้ปัญหาของประชาชนได้อย่างครอบคลุมและทันการณ์ ดังที่เราได้เห็นแล้วในภาวะวิกฤต เราขอปฏิเสธการเมืองเช่นนี้" นายอุตตมกล่าวและประกาศว่าพรรคจะยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หยุดประชาธิปไตยเทียมที่ยึดอยู่กับการตอบสนองคนบางกลุ่ม โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับส่วนรวม

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ ได้ชื่อว่าเป็นพี่ใหญ่ของนักการเมืองกลุ่ม "สี่กุมาร"

นายอุตตมยอมรับว่าเขาและนายสนธิรัตน์มักถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่ทำตามนโยบายเหล่านี้ให้สำเร็จเมื่อครั้งที่เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จึงขออธิบายว่า เขาและทีมงานภายใต้การนำของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เข้าไปทำงานด้วยความตั้งใจจะช่วยแก้ไขปัญหาประเทศโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและวางรากฐานที่มั่นคงเพื่อการพัฒนาประเทศ และมีหลายโครงการและนโยบายที่ได้ริเริ่มและขับเคลื่อน เช่น การวางระบบสวัสดิการแห่งรัฐ คือ บัตรประชารัฐ ระบบพร้อมเพย์-แอปพลิเคชันเป๋าตังค์ ที่ถือเป็นกระดูกสันหลังของระบบการเงินที่ทันสมัยของไทย แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำต่อ

"(แต่) ด้วยเงื่อนไขทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากที่เราได้ทำงานมาประมาณ 1 ปี การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเมืองไม่สอดคล้องกับความตั้งใจของเราที่เข้าไปทำงานในครั้งแรก ก็ไม่สามารถที่จะทำงานต่อได้ เราต้องก้าวออกจากวงการการเมือง" เขาเล่าย้อนถึงเหตุที่ออกจากรัฐบาลประยุทธ์

รายชื่อ 16 กรรมการบริหารพรรคสร้างอนาคตไทย

  • นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค
  • นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค
  • นายสันติ กีระนันท์ เหรัญญิกพรรค
  • นายนิทัศน์ ประทักษ์ใจ นายทะเบียนพรรค
  • กรรมการบริหารพรรคอีก 12 คน ประกอบด้วย นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นายสุพล ฟองงาม นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ นายวิเชียร ชวลิต นายนริศ เชยกลิ่น นายวัชระ กรรณิการ์ นายรักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ นายวิรัช วิฑูรย์เธียร นายโอฬาร วีระนนท์ นายอิธวัฒน์ พิทักษ์คุมพล นางทิพย์พาพร ตันติสุนทร และ น.ส.โชนรังสี เฉลิมชัยกิจ

ก่อนจะมาเป็นพรรคสร้างอนาคตไทย

รัฐประหาร 22 พ.ค. 2557: นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เข้าร่วมเป็น 1 ในพลเรือน 2 คนที่เป็นสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในตำแหน่งที่ปรึกษา คสช. พลเรือนอีกคนหนึ่งคือนายมีชัย ฤชุพันธุ์

สิงหาคม 2558: พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปรับคณะรัฐมนตรีของรัฐบาล คสช. ตั้งนายสมคิดเป็นรองนายกรัฐมนตรี และดูแลนโยบายเศรษฐกิจแทนทีม ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล

29 ก.ย. 2561: เปิดตัวพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และประชุมกรรมการบริหารพรรคชุดแรกซึ่งมีมติเลือกนายอุตตม สาวนายน รมว. อุตสาหกรรม ในรัฐบาล คสช. เป็นหัวหน้าพรรค นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีอีก 3 คน ในรัฐบาล คสช. ที่เปิดตัวร่วมพรรค พปชร. คือ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เป็นเลขาธิการพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นรองหัวหน้าพรรค และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นโฆษกพรรค นักการเมืองกลุ่มนี้ถูกเรียกว่ากลุ่ม "สี่กุมาร"

24 มี.ค. 2562: พปชร. รวบรวมเสียงได้จัดตั้งรัฐบาล และทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเป็นนายกฯ ต่อ

เดือน มิ.ย. 2563: เกมช่วงชิงอำนาจใน พปชร. นำมาสู่การที่กรรมการบริหารจำนวน 18 จากทั้งหมด 34 คน พร้อมใจกันลาออกจากตำแหน่ง ส่งผลให้นายอุตตมกับพวกต้องพ้นจากสถานภาพผู้บริหารพรรคไปโดยปริยาย ภารกิจสุดท้ายที่นายอุตตมทำในนามรักษาการหัวหน้า พปชร. คือการเรียกประชุมใหญ่สามัญพรรคเมื่อ 27 มิ.ย. เพื่อประกอบพิธีกรรมเลือก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ และนายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท แกนนำกลุ่ม "สามมิตร" เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ โดยไม่ปรากฏว่าสมาชิกกลุ่มสี่กุมารเข้าไปมีตำแหน่งใด ๆ ใน กก.บห.พปชร. ชุดใหม่

แถลงข่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, จากซ้าย นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, นายอุตตม สาวนายน, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล แถลงข่าวลาออกจากพรรคพลังประชารัฐเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2563

9 ก.ค. 2563: นายอุตตม นายสนธิรัตน์ นายสุวิทย์ และนายกอบศักดิ์ แถลงข่าวลาออกจาก พปชร. โดยระบุว่าภารกิจของพวกเขาทั้ง 4 คนถือว่าลุล่วงไปแล้ว ประกอบกับ พปชร. มีคณะกรรมการบริหารพรรค ชุดใหม่ที่พร้อมจะนำพาพรรคเดินหน้าต่อไปได้ จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่พวกเขาจะหยุดภารกิจทางการด้านการเมืองในนาม พปชร. แต่จะยังทำหน้าที่ใน ครม. ต่อไป

16 ก.ค. 2563: รัฐมนตรีกลุ่มสี่กุมาร ประกอบด้วย นายอุตตม รมว.คลัง, นายสนธิรัตน์ รมว.พลังงาน และนายสุวิทย์ รมว. การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ ผ่านเลขาธิการนายกฯ เพื่อขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ส่วนนายกอบศักดิ์แจ้งลาออกจากตำแหน่งรองเลขาธิการนายกฯ ขณะที่นายสมคิด รองนายกฯ มอบหมายให้นายกอบศักดิ์เป็นผู้มายื่นหนังสือลาออกแทน โดยให้เหตุผลว่าต้องการฟื้นฟูสุขภาพ

4 กุมาร

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายกอบศักดิ์, นายอุตตม, นายสนธิรัตน์ และนายสุวิทย์ (จากซ้ายไปขวา) โบกมือลาสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล หลังยื่นใบลาออกจากตำแหน่งเมื่อ 16 ก.ค. 2563

19 ม.ค.2565: นายอุตตมและนายสนธิรัตน์ เปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย ประกาศแนวทางทำงานการเมืองแบบ "ไม่ซ้ายสุดขั้ว ไม่ขวาสุดโต่ง" และไม่เป็นพรรคอะไหล่ให้ พล.อ. ประยุทธ์ นับเป็นครั้งแรกในรอบปีครึ่งที่สมาชิกกลุ่ม "สี่กุมาร" ประกาศหวนคืนสู่วงการการเมืองอย่างเป็นทางการหลังออกจาก พปชร. และ ครม.แม้สมาชิกของกลุ่มจะมีอยู่ 4 คน แต่มีเพียง 2 คนที่ร่วมจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ส่วนนายสุวิทย์และนายกอบศักดิ์ยังไม่ประสงค์กลับมาทำงานการเมืองในขณะนี้

20 เม.ย. 2565: พรรคสร้างอนาคตไทยจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งแรกและเปิดตัวคณะกรรมการบริหารพรรค