เกาหลีเหนือ : เมื่อ "คุณหญิงโค้ดดิ้ง" อยากเปิดสัมพันธ์ "หลายมิติ" กับชาติที่มีผลงานโจมตีไซเบอร์ทั่วโลก

เกาหลีเหนือ

ที่มาของภาพ, Facebook/คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

เสียงวิจารณ์ดังทั่วทวีตภพไทย เมื่อเพจเฟซบุ๊กของ รมช. ศึกษาธิการ ประกาศว่าคณะทำงานของเธอไปเข้าพบทูตเกาหลีเหนือในไทยเพื่อหารือความร่วมมือ "หลากหลายมิติ" กับรัฐบาลเปียงยาง จนโพสต์ดังกล่าวหายออกไปในวันต่อมา

เพจเฟซบุ๊กของคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีฉายาว่า "คุณหญิงโค้ดดิ้ง" ได้โพสต์ข้อความเมื่อ 16 มี.ค. ที่ผ่านมา ถึงความร่วมมือกับเกาหลีเหนือ โดยระบุว่า เธอได้ส่งนายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึกษา, ประธานยุทธศาสตร์นโยบายของเธอ และประธานอนุกรรมการโค้ดดิ้งแห่งชาติ พร้อมคณะเข้าหารือกับ นายคิม เช พง (Kim Je Bong) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีประจําประเทศไทย "ในหลากหลายมิติ" ทั้ง ด้านการศึกษา การเกษตร ด้านอุปกรณ์การเเพทย์ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม "บนมิติ Coding for all" ณ สถานทูตเกาหลีเหนือประจำประเทศไทย

โพสต์ดังกล่าวถูกนำไปอ้างอิงผ่านทางสื่อมวลชนหลายแขนง และแชร์ผ่านทางโซเชียลมีเดีย สร้างความสงสัยและเสียงวิจารณ์ต่อความร่วมมือครั้งนี้ จนโพสต์ดังกล่าวหายออกจากหน้าเพจเฟซบุ๊กของ รมช. ศึกษาธิการเมื่อ 17 มี.ค.

Facebook/คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

ที่มาของภาพ, Facebook/คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

เกาหลีเหนือ ไทย และอนาคตโค้ดดิ้ง

อาทิตย์ สุริยะวงศ์สกลุ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไอที และนักกิจกรรมผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต ตั้งข้อสังเกตว่าความร่วมมือกับรัฐบาลเผด็จการเกาหลีเหนือที่มีประวัติฉาวเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนและในเรื่องนี้จะนำไปสู่ความสัมพันธ์อื่น ๆ ที่จะนำไปสู่การละเมิดสิทธิของประชาชนไทยในอนาคตหรือไม่

"การหาความร่วมมือกับทุกประเทศของกรรมการโค้ดดิ้งเป็นเรื่องที่ดี แต่ที่น่าห่วงคือ จะนำไปสู่การความร่วมมืออื่น ๆ หรือไม่... เรามีเหตุผลที่หนักแน่นพอที่เราควรกังวล โดยดูจากประวัติศาสตร์ทั้งของเกาหลีเหนือและของไทย" อาทิตย์กล่าวกับบีบีซีไทย

ส่วน ผศ.ดร.สุกรี สินธุภิญโญ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ว่า เมื่อมองจากสายตาของการสร้างความร่วมมือ อาจไม่ใช่เรื่องแปลกที่ไทยจะลองเข้าไปพูดคุยกับทูตของเกาหลีเหนือ เพราะไม่ได้หมายความว่า "เราจะต้องได้ความร่วมมือจากประเทศเดียว"

หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2019 ในการแข่งขันการเขียนโปรแกรมระดับนานาชาติ ICPC มหาวิทยาลัยคิมเชก (Kim Chaek) ของเกาหลีเหนือก็สามารถคว้าอันดับที่ 8 มาครอง ซึ่งเป็นอันดับที่สูงกว่ามหาวิทยาลัยชื่อดังจากฝั่งตะวันตกทั้ง มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดและมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในสหราชอาณาจักร รวมไปถึงมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในสหรัฐอเมริกา

ประเด็นที่ ผศ.ดร.สุกรี มองว่ามีความมน่าสนใจกว่านั้นคือการกลับมาคุยกันว่า "เราอยากอยู่ตรงไหน" ของอุตสาหกรรมโค้ดดิ้งโลก เพื่อที่จะได้สร้างหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงและผลักดันวาระดังกล่าวให้เกิดขึ้น พร้อมยกตัวอย่างว่า หากไทยลองตั้งเป้าหมายว่าอยากจะคว้ารางวัลโนเบลมาครอง ก็จะต้องกลับมาคิดว่าต้องให้หน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ต้องใช้เงินทุนเท่าไหร่ และต้องใช้ทรัพยากรบุคคลมากแค่ไหน ซึ่งการคิดเช่นนี้สามารถเอามาปรับใช้กับแนวทางการสอนโค้ดดิ้งให้กับคนในประเทศได้เช่นกัน

ผศ.ดร.สุกรี ยอมรับว่าปัจจุบันนี้ ไทยผลิตบุคลากรไม่พอ "ทั้งคุณภาพและปริมาณ" การร่วมมือเพื่อหาองค์ความรู้จากประเทศต่างๆ เป็นเรื่องที่ดี ทว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือไทยต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าเราต้องการจะเดินไปทางไหนในแวดวงโค้ดดิ้งโลก

เกาหลีเหนือ กับ ปฏิบัติการไซเบอร์ที่ "มุ่งร้าย"

หน่วยงานความปลอดภัยทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ (CISA) รายงานว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือปฏิบัติการทางไซเบอร์ที่สหรัฐฯ ให้คำจำกัดความว่า "มุ่งร้าย" อย่างน้อยมากกว่า 30 กิจกรรม นับตั้งแต่ 12 พ.ค. 2017 เป็นต้นมา

หน่วยงานนี้ยังระบุว่า "โปรแกรมไซเบอร์ของเกาหลีเหนือมีความสุ่มเสี่ยงต่อปฏิบัติการสอดแนม การโขมย และการโจมตีที่สูงขึ้น … เกาหลีเหนือยังปฏิบัติการโจรกรรมทางการเงินต่อสถาบันการเงินและวงการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลทั่วโลก ที่อาจมีมูลค่าสูงหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปสนับสนุนกิจการของรัฐบาล เช่น โครงการขีปนาวุธ"

ในช่วงต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา รายงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ชี้ว่า แฮกเกอร์จากเกาหลีเหนือขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่ารวมกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,650 ล้านบาท) ระหว่างปี 2020 ถึงกลางปี 2021 โดยยูเอ็นวิเคราะห์ว่าการโจมตีเหล่านี้ถือเป็น "แหล่งเงินทุนสำคัญ" สำหรับโครงการระเบิดนิวเคลียร์และขีปนาวุธ สอดคล้องกับรายงานจากสหรัฐฯ

รายงานฉบับปี 2019 ของยูเอ็น ยังพบว่าเกาหลีเหนือใช้การโจรกรรมขั้นสูงทางไซเบอร์เพื่อรวบรวมเงินทุนถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความรุนแรงของการโจรกรรมทางการเงินผ่านระบบไซเบอร์ขั้นสูงของเกาหลีเหนือไม่ได้สร้างผลกระทบแค่กับภาคเอกชนหรือประชาชนเท่านั้น ในปี 2016 แฮกเกอร์จากเกาหลีเหนือเกือบจะปฏิบัติการโจรกรรมเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (31,200 ล้านบาท) จากธนาคารกลางของบังกลาเทศได้สำเร็จ แม้เงินส่วนใหญ่ถูกอายัดไว้ได้ แต่บังกลาเทศยังต้องสูญเงินกว่า 81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,748 ล้านบาท) อยู่ดี

เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ ระบุว่า กลุ่มลาซารัส (Lazarus Group) แฮกเกอร์เกาหลีเหนือกลุ่มนี้ใช้เวลาเตรียมการนานหลายปี และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือด้วย

ในบทสัมภาษณ์กับบีบีซีมื่อ 21 ต.ค. 2021 คิม กุก-ซอง อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยสายลับเกาหลีเหนือผู้แปรพักตร์ เผยว่า คณะผู้นำเกาหลีเหนือพยายามจะหาเงินเข้าประเทศด้วยวิธีต่าง ๆ ตั้งแต่การค้ายาเสพติดไปจนถึงการค้าอาวุธให้ชาติในตะวันออกกลาง ทั้งยังอ้างว่า มีสายลับและเครือข่ายทางไซเบอร์ของเกาหลีเหนือปฏิบัติภารกิจไปทั่วทุกมุมโลก

เมื่อบีบีซีถาม คิม กุก-ซอง ว่า ท้ายที่สุดแล้วเงินจากค้ายาเสพติดหรือปฏิบัติการอื่น ๆ ที่ได้ไปอยู่ที่ไหนและถูกนำไปใช้กับอะไร อดีตสายลับผู้แปรพักตร์ตอบกลับว่า "เพื่อช่วยให้คุณได้เข้าใจ เงินทั้งหมดในเกาหลีเหนือเป็นของผู้นำเกาหลีเหนือ … เขาเอาเงินเหล่านั้นไปสร้างคฤหาสน์ ซื้อรถยนต์ อาหาร เสื้อผ้า และใช้ชีวิตอย่างหรูหรา"

ข้อมูลจากสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ หรือ ซีไอเอ ระบุว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวของคนเกาหลีเหนืออยู่ที่ 1,700 ดอลลาร์สหรัฐ/ปี (ตามหน่วยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2015) รั้งอันดับที่ 216 จากทั้งหมด 229 ประเทศ

North Korean leader Kim Jong Un waves as he attends a photo session with participants during Youth Day celebrations, in Pyongyang, North Korea, in this image supplied by North Korea"s Korean Central News Agency on August 31, 2021

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายวิดีโอ, หนังสารคดีเปิดโปงเกาหลีเหนือ “ค้ายาและอาวุธ” เมินนานาชาติคว่ำบาตร

คุณหญิงกัลยาและความหลงใหลในโค้ดดิ้ง

บทสัมภาษณ์มติชนสุดสัปดาห์ฉบับเมื่อ ม.ค. 2563 ตั้งฉายาให้คุณหญิงกัลยาว่า "คุณหญิงโค้ดดิ้ง" สะท้อนความหลงใหลของเธอต่อการพัฒนาทักษะการโค้งดิ้งในแวดวงการศึกษาไทย

คุณหญิงกัลยากล่าวในบทสัมภาษณ์ว่า อยากผลักดันให้เด็กไทยทุกคนต้องเรียนทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และ ภาษาคอมพิวเตอร์ เพื่อการเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล โดยเน้นที่การวางระบบการศึกษาตั้งแต่เด็กเล็กเป็นต้นไป

ช่วงหนึ่งที่เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วสังคมไทย คือแนวนโยบายที่เธอบอกว่า การเรียนโค้ดดิ้งแม้ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อิเล้กทรอนิกส์หรือไม่ต้องเสียบปลั๊กคอมพิวเตอร์ก็สามารถเรียนได้ โดยให้ประยุกต์ใช้องค์ความรู้กับการเล่นเกมไปแทน เพราะเธอมองว่า ภายใต้การเรียนโค้ดดิ้ง แท้จริงแล้วคือการสอนให้เด็กคิดเป็นระบบ เป็นเหตุเป็นผล

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 28/2563 ลงวันที่ 30 ม.ค. 2563 ให้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายส่งเสริมการเรียกภาษาคอมพิวเตอร์แห่งชาติ โดยมีคณะทำงานรวมทั้งหมด 22 คน มีคุณหญิงกัลยาเป็นหัวหอก

เธอกล่าวกับมติชนสุดสัปดาห์ว่าโค้ดดิ้งคือเรื่องจำเป็น เป็นการเปิดโอกาสให้ได้ไทยไปสู้กับประเทศอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือสิงคโปร์

เธอย้ำว่า "เรายังมีความหวังการศึกษาไทยค่ะ"

Facebook/คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

ที่มาของภาพ, Facebook/คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

คำบรรยายภาพ, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ซ้าย)