โควิด-19 : สธ.ยืนยันมีผู้เสียชีวิต 2 ราย จากสายพันธุ์โอมิครอน

reuters

ที่มาของภาพ, Reuters

กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันผู้ป่วยโควิด-19 ที่ตรวจพบว่าเป็นสายพันธุ์โอมิครอนในประเทศไทย เสียชีวิตแล้ว 2 ราย หนึ่งในนั้น เป็นผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว และได้รับวัคซีนไฟเซอร์แล้ว 2 เข็ม

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในช่วงสุดสัปดาห์ว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนรายแรก ตามการรายงานของสำนักงานสาธารณสุข จ.สงขลา นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน ระบุในวันนี้ (17 ม.ค.) ว่า ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงชาวสงขลา อายุ 86 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นผู้ป่วยติดเตียง มีโรคอัลไซเมอร์ ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ครบแล้ว 2 เข็ม โดยเริ่มมีอาการป่วยเมื่อวันที่ 7 ม.ค.

นอกจากผู้เสียชีวิตรายดังกล่าว วันนี้ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน ใน จ.อุดรธานี เป็นหญิง อายุ 84 ปี มีโรคประจำตัว มะเร็งปอดระยะสุดท้าย ซึ่งรักษาแบบประคับประคองอยู่ด้วยออกซิเจน

ถึงแม้ว่าอัตราการเสียชีวิตจากเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนในภาพรวมไม่ได้สูง แต่ นพ.เฉวตสรร ย้ำว่า อย่าได้ไว้วางใจ โดยเฉพาะในกรณีของผู้ที่มีโรคประจำตัวก็อาจเกิดการป่วยรุนแรงได้

"ทั้ง 2 รายก็จะเห็นความเสี่ยงเรื่องสูงอายุ และมีโรคประจำตัว" นพ.เฉวตสรร กล่าว

ก่อนหน้านี้ กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า สิ่งที่น่ากังวลคือ สายพันธุ์โอมิครอนแพร่เร็วมาก ผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโอมิครอนที่ป้องกันตนเองไม่ดี 10 คน จะติดเชื้อ 9-10 คน

ในการแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ระบุว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายมีปัจจัยร่วมที่ชัดเจน คือ การเป็นผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว และแม้ทั้งสองรายจะเป็นผู้ป่วยติดเตียง แต่ก็เสี่ยงจากการสัมผัสผู้ที่ดูแลใกล้ชิด

พญ. อภิสมัย ชี้ว่า ในกรณีของผู้เสียชีวิตที่แม้ว่าจะฉีดวัคซีนครบแล้ว แต่การฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 เกิดขึ้นห่างกันมากกว่า 4 เดือน

ผู้เสียชีวิตจากโอมิครอนรายแรกที่ จ.สงขลา

ย้อนไปเมื่อวันที่ 13 ม.ค. ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ได้รายงานข้อมูลผู้เสียชีวิตรายดังกล่าว โดยขณะนั้นยังไม่ได้มีการระบุว่าเป็นการเสียชีวิตจากเชื้อสายพันธุ์ใด เพียงแต่ให้ข้อมูลในเบื้องต้น

ตามการรายงานของ ศบค. ได้ปรากฏข้อมูล ตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. โดย สสจ. สงขลา ระบุเพิ่มเติมว่า เนื่องจากการสรุปรายงานผู้เสียชีวิต ต้องมีข้อมูลผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ การสอบสวนโรค และการสรุปการรักษาที่ครบถ้วน

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 14 ม.ค. นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานสถิติถึงวันที่ 13 ม.ค. ว่า ที่ผ่านมา สิ่งที่น่ากังวลของเชื้อสายพันธุ์นี้คือแพร่เร็ว จากการติดเชื้อ 1,000 รายพบผู้ป่วยที่มีความจำเป็นในการรักษาที่โรงพยาบาล 10-15 คน หรือ 1-1.5% จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด ป่วยหนัก 2-3 คน หรือ 0.2-0.3% จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด และเสียชีวิต 1 คน หรือ 0.1% จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด

epa

ที่มาของภาพ, EPA

ไทม์ไลน์การป่วยและเสียชีวิตของทั้ง 2 ราย

ในเวลาต่อมา สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลา เปิดข้อมูลเพิ่มเติมถึงผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน เสียชีวิต อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รายที่ 1 ว่า ผู้เสียชีวิตนั้นเป็นผู้ป่วยติดเตียง และได้รับวัคซีนไฟเซอร์แล้ว 2 เข็ม

ผู้ป่วยรายดังกล่าว มีหลานชายเดินทางกลับมาจาก จ.ภูเก็ต เป็นผู้ป่วยยืนยันสายพันธุ์โอมิครอน และแพร่เชื้อสู่คนในครอบครัว

  • 6 ม.ค. 65 ผู้ป่วยมีไข้ มีเสมหะ ทราบข่าวลูกสาวตรวจพบเชื้อโควิด-19 หลานสาวผู้ป่วยซึ่งเป็นแพทย์ตรวจหาเชื้อ
  • 7 ม.ค. 65 ผู้ป่วยเข้ารับรักษาที่ รพ.หาดใหญ่ แพทย์เก็บตัวอย่างพบเชื้อ ผู้ป่วยมีไข้ 38.5 องศาเซลเซียส มีอาการไอ หายใจลำบาก
  • 12 ม.ค. 65 ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลา 09.20 น. ส่งตัวอย่างตรวจยืนยันสายพันธุ์ ศวก.12 สงขลา พบเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน

ส่วนผู้เสียชีวิตอีกรายที่ จ.อุดรธานี เป็นหญิง อายุ 84 ปี เป็นโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ซึ่งรักษาแบบประคับประคองอยู่ด้วยออกซิเจน

นพ.เฉวตสรร กล่าวถึงรายงานการสอบสวนโรคว่า ลูกชายของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ ผู้ป่วยวัย 84 จึงได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อในวันที่ 9 ม.ค. ผลตรวจพบเชื้อ แต่ครอบครัวประสงค์ที่จะรักษาตัวที่บ้าน มีการให้ยาตามแผนกการรักษา และติดตามตลอด ต่อมาระดับออกซิเจนค่อย ๆ ลดลง มีอาการเหนื่อย จนในวันที่ 15 ม.ค. มีการตอบสนองน้อยลงก่อนที่จะเสียชีวิต

วัคซีนเข็มกระตุ้น กับสายพันธุ์โอมิครอน

วันนี้ (17 ม.ค.) กระทรวงสาธารณสุข โดย นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้นำเสนอข้อมูลผลการทดสอบภูมคุ้มกันวัคซีนต่อเชื้อสายพันธุ์เดลตาและโอมิครอน ว่าการทดสอบนี้เป็นวิธีการ ด้วยวิธี plaque reduction neutralization test (PRNT) ซึ่งเพาะเชื้อในไวรัสจริง ๆ จำนวนมากพอ โดยเป็นการเก็บตัวอย่างเลือดหลังฉีดวัคซีนไปแล้ว 2 สัปดาห์ สรุปได้ดังนี้

  • วัคซีนทุกสูตรการฉีด ทำให้ภูมิคุ้มกันแบบลบล้างฤทธิ์ต่อเชื้อโอมิครอนลดลง แต่การฉีดกระตุ้นจะสามารถป้องกันไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนได้ดี แต่การคงอยู่ของระดับภูมิคุ้มกันต้องติดตามตรวจระยะต่อไป
  • วัคซีนทุกสูตรยังช่วยลดความรุนแรงและการเสียชีวิตของผู้ป่วยในทุกสายพันธุ์
  • การฉีดวัคซีนยังมีความจำเป็น โดยเฉพาะเข็มกระตุ้น เพื่อให้ภูมคุ้มกันมากพอที่จะลดการติดเชื้อและป่วยรุนแรง

ผลจากแล็บชี้ โอมิครอน ผู้ป่วยไม่แสดงอาการ

ด้าน ดร.สุภาพร ภูมิอมร ผอ.สถาบันชีววัตถุ ระบุเพิ่มเติมว่าข้อสังเกตระหว่างการแยกเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน แล้วไปเพาะเลี้ยงเพื่อเพิ่มปริมาณพบว่า ไวรัสเพิ่มจำนวนได้ช้ามากเมื่อเปรียบเทียบเชื้ออื่นที่เคยพบ

"อาจจะเป็นตัวหนึ่งที่จะแสดงคุณลักษณะให้เราเห็นว่า เมื่อมีการติดเชื้อโอมิครอนตามธรรมชาติ ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้แสดงอาการเท่าที่ควร"

สถานการณ์ในรอบ 24 ชม.

สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทยในรอบ 24 ชม. จากการรายงานของ ศบค. มีข้อมูลสำคัญ ดังนี้

  • ผู้ป่วยรายใหม่ 6,929 ราย แบ่งเป็น ผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ 6,720 ราย, ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 43 ราย, ผู้ป่วยภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 7 ราย และผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 209 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมนับจากปี 2563 อยู่ที่ 2,331,414 ราย
  • ผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 13 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมนับจากปี 2563 อยู่ที่ 21,938 ราย คิดเป็น 0.94%
  • ผู้ป่วยรักษาตัวใน รพ./รพ. สนาม 82,210 ราย โดยมี 533 รายที่อาการหนัก และ 108 รายที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ
  • พื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อหน้าใหม่สูงสุด 5 อันดับแรกของประเทศในวันนี้ ได้แก่ กทม. 722 ราย, สมุทรปราการ 656 ราย, ชลบุรี 454 ราย, ภูเก็ต 389 ราย และนนทบุรี 386 ราย
  • สถานการณ์ทั่วโลก มีผู้ป่วยโควิด-19 สะสมทะลุ 300 ล้านราย และเสียชีวิตสะสม 5,557,332 ราย

รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอังกฤษ เยี่ยมชมโรงงานสยามไบโอไซเอนซ์

อแมนดา มิลลิ่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศและการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร ฝ่ายกิจการเอเชีย มาร์ค กูดดิ้ง เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมชมศูนย์การผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ในประเทศไทย ที่โรงงาน บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด โดยมีเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด นวลพรรณ ล่ำซำ ผอ. ฝ่ายสื่อสารองค์กรกิตติมศักดิ์ และ ดร.ทรงพล ดีจงกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ต้อนรับ

ในการเข้าเยี่ยมชมดังกล่าว ข่าวที่เผยแพร่จากแอสตร้าเซนเนก้าระบุว่า เพื่อส่งเสริมการสร้างความร่วมมือด้านวัคซีนและรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อไปในอนาคต

AstraZeneca (Thailand)

ที่มาของภาพ, AstraZeneca (Thailand)