โควิด-19: โอมิครอนระบาด คนไทยได้วัคซีนถูกตัวหรือไม่

ขวดวัคซีน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ขวดวัคซีนต้านโควิด-19 ชนิด mRNA ที่เจ้าหน้าที่เตรียมฉีดให้ประชาชนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ
    • Author, สมิตานัน หยงสตาร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวพิเศษบีบีซีไทย

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประกาศให้การระบาดของโควิด "ระลอกมกราคม 2565" นี้เข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่น หลังผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงต่อเนื่องนับตั้งแต่มีการพบสายพันธุ์โอมิครอน พร้อมกับการเดินหน้าการให้บริการวัคซีนเป็นแนวทางการสู้รบกับโรคโควิด-19 ในปีนี้

คำถามคือ วัคซีนโควิดที่รัฐบาลจัดหาให้ประชาชนได้รับในปี 2565 เพียงพอและเหมาะสมต่อการรับมือ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่โรคมีการกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่องหรือไม่

เมื่อ 21 ธ.ค. คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ใช้เงินกู้ราว 35,060 ล้านบาท ตาม พ.ร.ก. กู้เงินฉุกเฉินแก้โควิด-19 ในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ที่จะนำเข้ามาในปี 2565 รวม 90 ล้านโดส แบ่งเป็นวัคซีนไฟเซอร์ 30 ล้านโดส และอีก 60 ล้านโดสเป็นวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า

นอกจากสองวัคซีนหลักนี้แล้ว สธ. กำลังเจรจาจัดหาวัคซีน โนวาแวกซ์/โควาแวกซ์ ซึ่งเป็นวัคซีนในกลุ่มโปรตีน ซับยูนิต อีก 30 ล้านโดส

ข้อมูลจนถึง 11 ม.ค. มีผู้ได้รับวัคซีนสะสมแล้ว 51.5 ล้านราย เป็นวัคซีนเข็มแรกคิดเป็น 71.6% ของประชากร เข็มที่ 2 คิดเป็น 65.3% และเข็มที่ 3 ขึ้นไป คิดเป็น 12%

ดูเหมือนว่าปัญหาการขาดช่วงของวัคซีนจะถูกแก้ไขไประดับหนึ่ง วัคซีนที่รัฐบาลสั่งซื้อไป ถูกทยอยจัดส่งเป็นระยะ ประกอบกับวัคซีนที่เฝ้ารอมานานจากการสั่งซื้อของเอกชน ก็เข้ามาในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ข้อกังวลต่าง ๆ กลับมุ่งไปที่ว่า วัคซีนที่มีจะสามารถรับมือกับเชื้อสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังเป็นกังวลกันอยู่หรือไม่

โดยสถานะล่าสุดของวัคซีนโควิดที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุมัติให้นำเข้ามาใช้ในภาวะฉุกเฉิน มีด้วยกัน 6 ยี่ห้อ ได้แก่ แอสตร้าเซนเนก้า ซิโนแวค จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน โมเดอร์นา ซิโนฟาร์ม และไฟเซอร์

นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการทำสัญญาสั่งซื้อวัคซีนรอบใหม่เอาไว้ ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 21 ส.ค. ระบุว่าสถาบันวัคซีนแห่งชาติได้เจรจากับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนทุกรูปแบบ ทั้ง mRNA ไวรัลเวคเตอร์ วัคซีนเชื้อตาย และอื่น ๆ

ประเด็นสำคัญ คือ หากบริษัทผลิตวัคซีนรุ่นที่ 2 สำเร็จ มีข้อมูลรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัย จะให้ส่งมอบเป็นวัคซีนรุ่นที่ 2 ซึ่งจะมีรายละเอียดที่รอการเจรจา ก่อนจะทำข้อตกลงสัญญาฉบับใหม่

กรมควบคุมโรคเปิดผลศึกษาประสิทธิผลวัคซีนล่าสุด

ท่ามกลางข้อกังขาว่าวัคซีนที่ไม่ใช่ชนิด mRNA จะรับมือกับเชื้อโอมิครอนได้หรือไม่ วันนี้ (14 ม.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำทีมแถลงยืนยันว่า การฉีดวัคซีนทุกประเภท ทุกสูตร มีประสิทธิผลในการป้องกันการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตได้ 90-100%

ระหว่างการแถลงข่าว นพ. โอภาส อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้นำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีน 6 ยี่ห้อที่มีการฉีดให้คนไทย

นพ. โอภาสบอกว่าโควิด-19 เป็นโรคอุบัติใหม่ วัคซีนก็เพิ่งพัฒนาขึ้นใหม่เช่นกัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องติดตามประสิทธิผลของวัคซีนเป็นระยะ ๆ วิธีหนึ่งที่ใช้คือการเจาะเลือดของผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วเพื่อวัดระดับภูมิคุ้มกัน แต่ข้อมูลที่ได้เป็นเพียงแนวทางให้เห็นถึงประสิทธิภาพของวัคซีน ไม่สามารถนำมาอ้างอิงได้ทั้งหมด เพราะมีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดความแตกต่าง

getty

ที่มาของภาพ, Getty Images

อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมโรคให้ความสำคัญกับข้อมูลที่ได้จากการวัดผลในพื้นที่จริง (real world effectiveness) ซึ่งดูประสิทธิภาพของวัคซีนในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ เพราะเชื้อมีความแตกต่างกันในแต่ละช่วง อีกทั้งระยะเวลาหลังการฉีดก็มีผลทั้งหมด

นพ.โอภาสเปิดเผยผลการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีนในพื้นที่จริงของกรมควบคุมโรคในกรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่และกาฬสินธุ์ ในเดือน ส.ค.-ธ.ค. 2564 ซึ่งพบว่าวัคซีนทุกชนิด ทุกสูตรการฉีดมีประสิทธิภาพในการป้องกันการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตสูงมากถึง 90-100%

เฉพาะใน จ.กาฬสินธุ์ ช่วงเดือน ธ.ค. 2564 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อโอมิครอน พบว่าการฉีดวัคซีน 2 เข็ม ไม่ว่ายี่ห้อใด ทั้งยี่ห้อเดียวกันและสูตรไขว้ วัคซีนมีประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อได้ 13% แต่เมื่อมีการฉีดเข็มกระตุ้นเข็มที่ 3 ประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อจะเพิ่มเป็น 79-89%

อธิบดีกรมควบคุมโรคสรุปผลการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีนที่ฉีดให้คนไทย ดังนี้

  • วัคซีนประเภทเดียวกัน ฉีดครบ 2 เข็ม มีประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อสูงพอสมควร และประสิทธิผลจะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
  • การฉีดเข็มที่ 3 เพิ่มประสิทธิผลการป้องกันการติดเชื้อให้สูงขึ้นและช่วยควบคุมการระบาด
  • ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนชนิดเชื้อตายมา 2 เข็ม การฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าหรือไฟเซอร์เป็นวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 มีประสิทธิผลป้องกันการติดเชื้อและเสียชีวิตได้สูงไม่แตกต่างกัน
  • การศึกษาที่ จ.กาฬสินธุ์ พบว่า การฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เป็นแอสตร้าเซนเนก้าหรือไฟเซอร์ มีประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนได้สูงประมาณ 80-90%

วัคซีนที่มีเหมาะสมต่อการรับมือเชื้อกลายพันธุ์หรือไม่

ที่ผ่านมาบริษัทโมเดอร์นา ถือเป็นผู้ผลิตวัคซีนชนิด mRNA ป้องกันโรคโควิด-19 เจ้าหนึ่งที่ออกแถลงถึงผลการทดลองล่าสุดว่า การฉีดวัคซีนของโมเดอร์นาเป็นเข็มกระตุ้น หรือเข็มที่ 3 สามารถจะเพิ่มสารภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีที่สู้กับฤทธิ์ไวรัสกลายพันธุ์โอมิครอน ให้สูงขึ้นได้อีกหลายสิบเท่า

แม้การทดสอบครั้งนี้จะทำกับกลุ่มทดลองขนาดเล็ก ทั้งยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ หรือลงตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการ แต่ทางบริษัทโมเดอร์นาแสดงความมั่นใจว่า ระดับของแอนติบอดีเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 37 เท่าจากการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น

วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ฝั่งบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ผู้ผลิตวัคซีนชนิดไวรัลเวคเตอร์รายใหญ่เอง ก็ได้เผยแพร่ข้อมูลการศึกษาจากห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด บ่งชี้ว่าการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 สามารถเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันต่อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ความเห็นกับบีบีซีไทยไว้ว่า ไม่เห็นด้วยกับการให้น้ำหนักไปที่วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้ามากไป เพราะขอบเขตการควบคุมการป้องกันโรคของวัคซีนชนิด mRNA มีประสิทธิผลมากกว่าได้

"แต่ก็ถือเป็นข่าวดีที่ สธ. กำลังจะนำเข้าวัคซีนแบบโปรตีนซับยูนิต ที่จะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการรับมือกับสายพันธุ์ใหม่ ๆ ได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังมีวัคซีนเทคโนโลยีเดียวกันที่กำลังผลิตในไทยอย่าง วัคซีนจุฬาฯ-ใบยา ที่กำลังอยู่ในระหว่างการทดสอบระยะที่ 2" นพ.ธีระวัฒน์กล่าว

คำบรรยายวิดีโอ, ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ทดลองวัคซีนเทคโนโลยี mRNA ในคน

ด้าน ศ.นพ. มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยการแพทย์แม่นยำ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เคยโพสต์ข้อความในบัญชีทวิตเตอร์เกี่ยวกับประเด็นนี้เอาไว้เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2564 ในว่าที่ผ่านมาเห็นชัดว่าเชื้อโอมิครอน "ดื้อมาก" จึงต้องใช้ระดับแอนติบอดีสูงมากในการรับมือ ซึ่งข้อมูลเท่าที่มี ณ ขณะนั้นพบว่า วัคซีนที่สามารถกระตุ้นแอนติบอดีได้สูงมากพอมีเพียงวัคซีนชนิด mRNA

ต่อ ศ.นพ. มานพโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2564 ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาของทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเยล ที่พบว่าการทดสอบภูมิคุ้มกันจากประชาชนชาวโดมินิกัน ซึ่งได้รับวัคซีนเชื้อตายโคโรนาแว็กซ์ของ บ.ซิโนแวค 2 เข็ม และได้รับวัคซีนกระตุ้นเข็มสามเป็นไฟเซอร์ เมื่อนำมาวัดแอนติบอดีพบว่ามีระดับสูงกว่าคนที่ได้ไฟเซอร์ครบ 2 เข็มเพียง 1.4 เท่า

ศ.นพ. มานพระบุว่า ผลสรุปจากการศึกษานี้ ทำให้ไทยอาจต้องปรับแผนวัคซีนเข็มกระตุ้นโดยเฉพาะในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์

สถาบันวัคซีนว่าอย่างไร

ด้าน นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เจ้าหน้าที่ได้ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อกลายพันธุ์และประสิทธิภาพของวัคซีนอยู่ตลอดเวลา เพื่อปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการวัคซีนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งข้อมูลประสิทธิภาพของการฉีดวัคซีนเข้มกระตุ้นที่เปิดเผยออกมานั้น ส่วนใหญ่ยังคงเป็นการทดสอบเบื้องต้นที่มีกลุ่มตัวอย่างค่อนข้างน้อย

"ปรับ (แผนวัคซีน) ได้อยู่แล้ว แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะปรับได้ขนาดไหน มันไม่ได้อยู่ที่เราอย่างเดียว อยู่ที่ซัพพลายของวัคซีนด้วย ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ เรานึกจะซื้ออันนี้เพิ่ม ลดอันนั้น มันทำไม่ได้ การซื้อวัคซีนมันเป็นการทำการล่วงหน้าไว้ก่อน ถ้าตัดสินใจตอนนี้ก็ต้องรออีก 6-7 เดือน มันบอกล่วงหน้าได้ยาก"

นพ. นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ

ที่มาของภาพ, สถาบันวัคซีนแห่งชาติ

คำบรรยายภาพ, นพ. นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ

ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ยังระบุอีกว่าขณะนี้องค์การอนามัยโลกก็มีคำแนะนำให้ใช้วัคซีนสลับกันทั้งแบบ mRNA และไวรัลเวคเตอร์

"ตอนนี้เรามองการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเชิงแอนติบอดี แต่มันก็มีระบบภูมิคุ้มกันอื่น ๆ ของร่างกาย ที่มีทั้งเซลล์ความจำ เซลล์ทำลายไวรัส ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็มองหลายตัวพร้อมกัน" นพ.นครกล่าว

เปิดแผนการจัดการวัคซีนปี 2565

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กำหนดแนวทางการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นไว้ดังนี้

1.ผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวค-แอสตร้าเซนเนก้า ครบในเดือน ส.ค.-ต.ค. 2564 ให้เข็มกระตุ้นด้วยแอสตร้าเซนเนก้าเป็นหลัก

2.ผู้ที่ได้รับแอสตร้าเซนเนก้าทั้งสองเข็ม ให้ฉีดไฟเซอร์เป็นเข็มกระตุ้น

3.ผู้ที่เคยได้รับวัคซีนเชื้อตาย 2 เข็ม ตั้งแต่ 4 สัปดาห์ขึ้นไป ให้กระตุ้นด้วยแอสตร้าเซนเนก้าเป็นหลัก

4.บุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ควรได้รับวัคซีนเข็ม 4 โดยมีระยะห่างจากเข็มที่ 3 เป็นเวลา 3 เดือนขึ้นไป

สำหรับในเดือน ม.ค. 2565 สธ. จะมุ่งเน้นการฉีดวัคซีนให้ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนเลย ซึ่งหากเป็นผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป การฉีดเข็มที่ 1 และ 2 จะใช้ 3 สูตร คือ แอสตร้าเซนเนก้า-แอสตร้าเซนเนก้า, แอสตร้าเซนเนก้า-ไฟเซอร์ หรือ ซิโนแวค-แอสตร้าเซนเนก้า

หากเป็นเด็กอายุระหว่าง 12-17 ปี จะได้รับวัคซีนไฟเซอร์ทั้ง 2 เข็ม

คำบรรยายวิดีโอ, เสียงจากคนไทยที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด

แนวทางการฉีดวัคซีนเด็กเล็ก

สำหรับกรณีผู้ป่วยเด็กที่อายุ 5-11 ปี นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่า เป็นไปตามการคาดการณ์ที่จะพบผู้ติดเชื้อกลุ่มนี้มากขึ้น จึงได้มีการเตรียมยาน้ำฟาวิพิราเวียร์ไว้ และมีการจัดคณะผู้เชี่ยวชาญที่จะคอยดูแลผู้ป่วยเด็ก ซึ่งจะทำให้เด็กสามารถเข้าสู่ระบบการกักตัวที่บ้านหรือในศูนย์กักตัวในชุมชนได้เช่นกัน

โดยตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เมื่อ 22 ธ.ค.นั้น การตัดสินใจให้เด็กเข้ารับวัคซีน ให้เป็นไป "โดยความสมัครใจของผู้ปกครอง" แต่ต้องเป็นวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำหรับการฉีดในเด็กอายุ 5-11 ขวบ ตามขนาดและข้อบ่งใช้ที่กำหนด ในขณะนี้ของไทย คือ ไฟเซอร์ โดยจะให้ในโดสสำหรับเด็ก