"ตัวเงินตัวทอง" สัตว์เคลื้อยคลานกับความเชื่ออัปมงคลที่คนไม่ควรด้อยค่า นอกจากความฮา หวย ที่ช่วยยอดเอนเกจสูง

ตัวเงินตัวทอง

ที่มาของภาพ, SOPA Images/LightRocket via Getty Images

    • Author, วัชชิรานนท์ ทองเทพ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

เวลาพูดถึง "เหี้ย" ทางโทรทัศน์ต้องมีเสียง "ตู้ดดดด" แต่ทำไมสื่อไทยทั้งสื่อดั้งเดิมและสื่อออนไลน์มักให้ความสนใจรายงานเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเงินตัวทองอย่างแพร่หลาย ทั้งที่สังคมไทยเชื่อว่าสัตว์เลื้อยคลานหลังยาวที่แลบลิ้นตลอดเวลาเหมือนงูเป็นตัวนำความอัปมงคล

เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา สัตว์เลื้อยคลานชนิดนี้ยังโด่งดังไปทั่วโลก หลังรัสเซล โครว์ ดาราฮอลลีวูลชื่อดัง ซึ่งมีผู้ติดตามทางทวิตเตอร์กว่า 2.7 ล้านคนได้ทวีตข้อความว่า "Lost in Bangkok #3. My new buddy" (หลงใหลในกรุงเทพฯ นี่คือเพื่อนใหม่ของฉัน) พร้อมวิดีโอสั้นเป็นตัวเงินตัวทองกำลังเล่นน้ำ

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์

แม้เป็นสัตว์ที่ถูกรังเกียจ ตัวเงินตัวทองเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ธุรกิจสื่อ โอกาสในการศึกษาด้านสภาพแวดล้อมและประโยชน์ทางการแพทย์ไปแล้ว บีบีซีไทยรวบรวมประเด็นที่น่าสนใจของสัตว์เลื้อยคลานชนิดนี้มาเล่าให้ฟัง

เรื่องของหวย ความฮา หรือว่ายอดเอนเกจสูง

เราเริ่มต้นบทสนทนากับ ดร. มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ด้วยคำถามที่ว่า "ทำไมเราต้องสนใจเรื่องเหี้ย"

นักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์รายนี้บอกกับบีบีซีไทยว่า การที่สังคมและสื่อกระแสหลัก โดยเฉพาะกลุ่มเน้นข่าวประชานิยม ข่าวชาวบ้านยังคงให้ความสำคัญกับการรายงานข่าวเกี่ยวกับสัตว์เลื้อยคลานประเภทนี้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนภาพความคิดความเชื่อของสังคมยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไป แม้ว่าเทคโนโลยีด้านการสื่อสารจะพัฒนามากขึ้นแล้วก็ตาม

คนเรามีโอกาสถูกฟ้าผ่าได้ 4 ครั้งในชีวิต ซึ่งมีความเป็นไปได้มากกว่าการถูกหวยรางวัลที่หนึ่งสักครั้งเสียอีก

ที่มาของภาพ, NurPhoto via Getty Images

"คุณสังเกตไหมว่า ในช่วงก่อนวันที่ 1 และวันที่ 15 ของเดือน เราจะเห็นการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับสัตว์แปลก ๆ เหตุการณ์ที่มีสัตว์ร้ายหรืออัปมงคลตามความเชื่อเขาไปในสถานที่ต่าง ๆ เช่น ในบ้านบ้าง ในรถยนต์บ้าง เพื่อตอบสนองความต้องการบางอย่างของชาวบ้าน เรื่องหวย ลอตเตอรี่ ขณะที่สังคมไทยอ่อนไหวเรื่องนี้เพราะเป็นความเชื่อในเชิงวัฒนธรรม"

ตัวเงินตัวทอง คือ หนึ่งในเรื่องราวยอดฮิตนั้น ที่ไม่เพียงตอบสนองความต้องการด้านการเสี่ยงโชคเท่านั้น ยังนำมาซึ่งเสียงหัวเราะและความบันเทิง จึงเป็นรูปแบบการนำเสนอง่าย ๆ ที่เข้าถึงคนหมู่มากได้

ดร. มานะ กล่าวอีกว่า ในยุคปัจจุบัน สื่อแข่งขันกันอย่างดุเดือด ทั้งสื่อเก่ากับสื่อใหม่อย่างสื่อออนไลน์ และสื่อออนไลน์ด้วยกันเองการแย่งชิงพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงคนจำนวนมากได้ก็ถือเป็นโอกาสในการแสวงหารายได้จากโฆษณา ทำให้บรรดาคลิปที่ได้รับความนิยมทางสื่อสังคมออนไลน์ถูกหยิบยกไปนำเสนอในสื่อกระแสหลักมากขึ้น รวมถึงคลิปตัวเงินตัวทองที่เข้าไปในสถานที่ต่าง ๆ เช่น ร้านค้าสะดวกซื้อ ห้องเรียน ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงานหรือหน่วยงานราชการต่าง ๆ

ตัวเงินตัวทอง

ที่มาของภาพ, Getty Images

ตัวอย่าง เฟซบุ๊กแฟนเพจของ "ข่าวเวิร์คพอยท์ 23" เผยแพร่คลิปของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "ยอดรบ เข้มพิม" ที่โพสต์วิดีโอจากกล้องวงจรปิด เป็นภาพตัวเงินตัวทองวิ่งเข้ามาในบ้านขณะสมาชิกในครอบครัวกำลังพักผ่อน โดยพวกเขาไม่เห็น จนเด็กหญิงที่นั่งดูโทรทัศน์มองเห็น แล้วความวุ่นวายก็พลันเกิดขึ้น คลิปนี้โพสต์เมื่อวันที่ 5 พ.ย. มียอดคนชมแล้ว 7.5 ล้านครั้ง ยอดคอมเมนต์ 2.5 พันข้อความ และยอดการกดไลก์หรือรีแอคชั่นมากกว่า 1.21 แสนครั้ง มียอดแชร์กว่า 7.2 พันครั้ง

อีกกรณี คือ เหตุการณ์การตามหามอนิเตอร์สายพันธุ์ V.cumingi Yellow-headed water monitor ซึ่งมีหน้าตาละม้ายคล้ายตัวเงินตัวทองของไทย เป็นสัตว์เลื้อยคลานสายพันธุ์ใกล้เคียงกัน โดยชาวบ้านใน จ. นครราชสีมาใช้เวลาตามหา 7 วัน คลิปดังกล่าวก็ได้รับการเผยแพร่ในสื่อมวลชนหลายช่องทาง หนึ่งในนั้นคือ เฟซบุ๊กแฟนเพจของข่าวสด มียอดผู้ชมกว่า 4.2 ล้านครั้ง คอมเมนต์ 3.5 พันข้อความ และโพสต์ได้รับการแชร์มากกว่า 2.1 พันครั้ง

ดร. มานะ มองว่า สื่อมวลชนตัดสินใจนำเสนอเรื่องราวออกมา ด้วยเล็งเห็นผลถึงยอดการเอนเกจที่จะเกิดขึ้น แต่สื่อก็เองต้องพิจารณาว่า การให้ความสำคัญกับเรื่องราวเช่นนี้มากไป ได้ทำให้ข่าวบางชิ้นถูกละเลยไปหรือไม่ และกระทบความน่าเชื่อถือของความเป็นสื่อหรือไม่

เหตุใดจึงถูกยัดเยียดให้เป็น "ตัวซวย น่ารังเกียจ"

รูปลักษณ์ที่น่าเกลียดน่ากลัวของตัวเงินตัวทองอาจทำให้สัตว์เลื้อยคลานประเภทนี้ถูกตั้งข้อรังเกียจในสังคมไทย บวกกับความเชื่อแต่อดีตว่าหากสัตว์นี้เข้ามาในบ้าน จะต้องทำบุญเลี้ยงพระปัดความอัปมงคลออกไป

ตัวเงินตัวทองเป็นสัตว์ที่กินซากสัตว์เป็นอาหาร หรือสัตว์น้ำขนาดเล็กที่พวกมันสามารถล่าได้ตามแหล่งน้ำ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ตัวเงินตัวทองเป็นสัตว์ที่กินซากสัตว์เป็นอาหาร หรือสัตว์น้ำขนาดเล็กที่พวกมันสามารถล่าได้ตามแหล่งน้ำ

เว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรมเผยแพร่บทความเมื่อ 9 เม.ย. 2564 อธิบายที่มาของความเชื่อนี้ว่า ในสมัยก่อนการจัดการกับร่างผู้เสียชีวิตมักนำไปฝังในป่าช้า ซึ่งเป็นที่อาศัยของตัวเงินตัวทองที่ปกติกินซากสัตว์อยู่แล้ว จึงทำให้มันถูกรังเกียจมากขึ้น โดยผู้เขียนบทความนี้บรรยายว่า "ตัวเหี้ยซึ่งกินซากศพจึงถูกใส่ร้ายป้ายความชั่วว่ามันเป็นตัวอัปรีย์"

ดร. มานะ กล่าวว่า จากความเชื่อดังกล่าวที่ถูกส่งทอดมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้การปรากฏตัวของตัวเงินตัวทองในสถานที่ต่าง ๆ ถูกตีความและใส่นัยต่าง ๆ ด้วย เช่น หลายกรณีที่นักข่าวที่รัฐสภาและทำเนียบรัฐบาลพากันรายงานข่าวการพบเจอตัวเงินตัวทองในสถานที่ดังกล่าว นอกจากจะสร้างความประหลาดใจแล้วยังอาจจะนำไปสู่การตีความต่าง ๆ นา ๆ

ภาพลักษณ์ที่ไม่ดีและชื่อเรียกที่เพราะทำให้เคยมีแนวความคิดที่จะเปลี่ยนชื่อใหม่ให้สอดคล้องกับชื่อเรียกภาษาอังกฤษ โดยเมื่อ 1 ก.ค. 2552 นายชัชวาล พิศดำขำ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในขณะนั้น มีความคิดอยากเปลี่ยนชื่อเป็น "วรนุช" ล้อไปตามชื่อวิทยาศาสตร์ที่ว่า Varanus salvator ซึ่งอาจจะทำให้คนดูถูกเหยียดหยามสัตว์ชนิดนี้น้อยลง แต่ว่าในเวลาต่อมาก็มีเสียงคัดค้านโดยมองว่าการใช้คำว่า ตัวเงินตัวทอง ก็ถือว่าสุภาพเหมาะสมแล้ว

ตัวเงินตัวทองสองตัว

ที่มาของภาพ, Getty Images

แม้ว่าการเปลี่ยนชื่อเรียกสัตว์ชนิดนี้ไม่มีเสียงตอบรับ แต่หลายพื้นที่ใน จ. สมุทรปราการ ก็เอา "เหี้ย" ออกจากชื่อที่สะท้อนสภาพชุมชนในอดีตได้ เช่น แม่น้ำบางเหี้ย วัดบางเหี้ย และ อ. บางเหี้ย

ย้อนไปเมื่อปี 2473 กระทรวงมหาดไทยได้เปลี่ยนชื่อ อ.บางเหี้ย มาเป็น อ.บางบ่อแทน เนื่องจากเห็นว่าไม่สุภาพและไม่เป็นมงคล ต่อมาในปี 2483 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีได้เปลี่ยนชื่อ ต.บางเหี้ยที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอบางบ่อ เป็น ต.คลองด่าน มีผลทำให้แม่น้ำบางเหี้ยเปลี่ยนเป็นแม่น้ำคลองด่าน ส่วนวัดบางเหี้ยเปลี่ยนเป็นวัดมงคลโคธาวาสแทน

ชุมชนรุกคืบพื้นที่อยู่หากินของเหี้ย

การขยายตัวของเมือง และการสร้างที่อยู่อาศัยบนพื้นที่ที่เคยเป็นแหล่งชุ่มน้ำ ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดพื้นที่ทับซ้อนระหว่างพื้นที่อาศัยของคนและตัวเงินตัวทอง และสัตว์เลื้อยคลานหลายชนิดมีเพิ่มมากขึ้น จึงไม่น่าแปลกที่จะพบการรายงานข่าวเกี่ยวกับการพบเห็นสัตว์เหล่านี้พลัดหลงเข้าในบ้านพัก หรืออาคารสำนักงานต่าง ๆ

เกรียงศักดิ์ สอาดรักษ์ นักวิชาการเกษตรชำนาญพิเศษ ศูนย์ประสานงานวิจัยและบริการวิชาการ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ. นครปฐม บอกกับบีบีซีไทยว่า เหี้ยเป็นสัตว์เลื้อยคลานเลือดเย็น จึงชอบอยู่กับแหล่งน้ำและที่รกร้างเพื่อใช้เป็นแหล่งหลบซ่อนและหาอาหาร ซึ่งมันสามารถกินอาหารได้ทั้งอาหารสด ซากสัตว์ ตลอดจนอาหารแปรรูปต่าง ๆ รวมทั้งสิ่งมีชีวิต เช่น ไก่ เป็ด นก ปลา รวมทั้งสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ขนาดเล็กด้วย

ผู้ที่มาออกกำลังกายภายในสวนลุมพินีกำลังถ่ายรูปตัวเงินตัวทอง

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สวนลุมพินี คือ หนึ่งในพื้นที่สีเขียวกลางเมืองที่เป็นที่ตัวเงินตัวทองใช้เป็นที่อาศัย

"แม้ว่ารูปลักษณ์ของตัวเงินตัวทองจะไม่น่าพบพาน แต่ด้วยการที่พวกมันสามารถกินอาหารได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะการเป็นตัวกำจัดซากสัตว์และเป็นนักล่าอันดับบนของห่วงโซ่อาหาร จึงถือได้ว่ามันเป็นหนึ่งในดัชนีความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ได้ว่ามีคุณภาพแค่ไหน" เกรียงศักดิ์อธิบาย

นักวิจัยรายนี้กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมามนุษย์ได้รุกพื้นที่ที่เคยเป็นที่อาศัยของพวกตัวเงินตัวทองมากขึ้น ในขณะที่แหล่งหากิน สภาพแวดล้อมที่เอื้อ ที่มีแหล่งน้ำที่ดีกลับน้อยลงทุกที เพื่อนำมาจัดสรรพื้นที่สำหรับบ้านจัดสรรเชิงธุรกิจ

เมื่อปี 2559 เจ้าหน้าที่เคยมีความพยายามควบคุมประชากรตัวเงินตัวทองด้วยการจับพวกมันกว่า 400 ตัวออกจากพื้นที่สวนลุมพินีไปปล่อยในพื้นที่ธรรมชาติ และศึกษาเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงและใช้ประโยชน์จากสัตว์เลื้อยคลานประเภทนี้

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เมื่อปี 2559 เจ้าหน้าที่เคยมีความพยายามควบคุมประชากรตัวเงินตัวทองด้วยการจับพวกมันกว่า 400 ตัวออกจากพื้นที่สวนลุมพินีไปปล่อยในพื้นที่ธรรมชาติ และศึกษาเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงและใช้ประโยชน์จากสัตว์เลื้อยคลานประเภทนี้

"บ้านเรา เป็นเรื่องที่ยากลำบากขึ้นไปอีก หากว่าจะทำความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และตัวเงินตัวทอง ทั้งมาฝังรากลึกจากความเชื่อทางวัฒนธรรมที่เข้าใจว่า พวกมันเป็นสัตว์ที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ เป็นสัตว์อันตรายและสัตว์อัปมงคล" เขาระบุ

ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้สัตว์เลื้อยคลานประเภทนี้ หรือลักษณะคล้ายคลึงกันไม่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรพื้นที่ทางธรรมชาติเพื่อให้พวกมันอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้อย่างเหมาะสม เช่น การจัดให้มีพื้นที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ไว้สำหรับเป็นพื้นที่สีเขียวให้เป็นปอดของชุมชนรวมทั้งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่าง ๆ

เครื่องหนังจากเหี้ย

ที่มาของภาพ, คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คำบรรยายภาพ, "ลายของเหี้ยแต่ละตัวมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ด้วยพฤติกรรมรักสงบ ทำให้ผิวหนังของมันมีรอยตำหนิน้อยกว่าจระเข้ที่เพาะเลี้ยงในระบบฟาร์มอีกด้วย ดังนั้นผลผลิตเครื่องหนังที่ได้จะเป็นลายที่แตกต่างไม่ซ้ำกัน" เกรียงศักดิ์กล่าว

เหี้ยมีประโยชน์ แต่ยังติดข้อกฎหมายและตราบาป

ที่ผ่านมา นักวิจัยทางการเกษตรและทางการแพทย์พยายามศึกษาหาวิธีใช้ประโยชน์จากสัตว์เลื้อยคลานประเภทนี้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบว่า มีข้อจำกัดหลายส่วนด้วยกัน รวมทั้งตราบาปที่สังคมให้กับตัวเงินตัวทอง

เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลแถลงถึงความพยายามในการศึกษาวิจัยคุณสมบัติทางยาจากเลือดของตัวเงินตัวทอง ต้องการศึกษาว่าในเลือดของสัตว์เลื้อยคลานนี้มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง แบคทีเรีย และไวรัสก่อโรคอุบัติใหม่ รวมทั้งโรคโควิด-19 หรือไม่

การศึกษาเรื่องนี้ภายใต้การนำของ รศ. ดร. นสพ. จิตรกมล ธนศักดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกและการสาธารณสุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ตั้งสมมุติฐานว่า เพราะเหตุใดตัวเงินตัวทองถึงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้จากการกินซากสิ่งมีชีวิต และแม้ในน้ำเน่าเสียได้ และได้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการศึกษาระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของพวกมันขึ้น

แต่เนื่องจากกลุ่มสัตว์เลื้อยคลายประเภทนี้จัดอยู่ในประเภทสัตว์ป่าคุ้มครอง ทำให้ต้องขออนุญาตกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเลือดจากตัวเงินตัวทองที่มีลักษณะสมบูรณ์มาศึกษาทางโปรตีนในห้องปฏิบัติการ โดยใช้เลือดตัวอย่างเพียงเล็กน้อย ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

รศ. ดร. นสพ. จิตรกมลแถลงคราวนั้นว่า ผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่ามีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ตลอดจนเชื้อแบคทีเรียบางชนิดและกำลังต่อยอดไปยังการศึกษาผลต่อเชื้อโรคโควิด-19 ด้วย

บรรยายกาศภายในฟาร์มวรานัส

ที่มาของภาพ, คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คำบรรยายภาพ, บรรยายกาศภายในฟาร์มวรานัส

ก่อนหน้านี้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนเคยทำโครงการวิจัยร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ เปิด "ฟาร์มวรานัส" ขึ้นในพื้นที่มหาวิทยาลัยเมื่อเดือน ต.ค. 2554 แต่ปัจจุบันโครงการได้ถูกระงับลงเนื่องจากนโยบายของผู้บริหารมหาวิทยาลัยเปลี่ยนไป

เกรียงศักดิ์ เล่าฟังว่าโครงการดังกล่าวต้องการศึกษาการเพาะเลี้ยงเพื่อนำไปสู่การปลดออกจากบัญชีสัตว์คุ้มครอง รวมทั้งการต่อยอดไปยังส่วนการผลิตเป็นอาหาร และวิธีการเลี้ยงปรับปรุงพันธุ์ เพื่อให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจในอนาคต เช่น การนำไปทำผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง

"ลายของเหี้ยแต่ละตัวมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ด้วยพฤติกรรมรักสงบ ทำให้ผิวหนังของมันมีรอยตำหนิน้อยกว่าจระเข้ที่เพาะเลี้ยงในระบบฟาร์มอีกด้วย ดังนั้นผลผลิตเครื่องหนังที่ได้จะเป็นลายที่แตกต่างไม่ซ้ำกัน" นักวิจัยรายนี้อธิบาย

อย่างไรก็ตาม ทั้งในเรื่องการศึกษาเพื่อการแพทย์และเพื่อประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ยังคงติดข้อจำกัดในเรื่องข้อกฎหมายทั้งในประเทศ เพราะยังติดที่ว่าสัตว์ตระกูลเหี้ย ที่ประกอบด้วย เหี้ย ตุ๊ดตู่ แลนหรือตะกวด เห่าช้าง ยังเป็นสัตว์คุ้มครองตาม พ.ร.บ. คุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ที่กำหนดไว้ว่า ห้ามเลี้ยง ซื้อ ขาย หรือครอบครอง หากต้องการ ต้องได้รับอนุญาตเพาะเลี้ยงจากกรมอุทยานฯ เท่านั้น หากฝ่าฝืนมีความผิด มีโทษจำคุก 4 ปี และโทษปรับ 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้แล้ว อีกปัญหาคือ ยังคงติดอยู่กับข้อตกลงอนุสัญญา "ไซเตส" (CITES) หรืออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ จึงมีความจำเป็นต้องมีการศึกษาเพื่อนำผลวิจัยไปขออนุญาต หรือขอ ใบอนุญาตในการเลี้ยงสัตว์ชนิดนี้จากไซเตสให้ไทยสามารถเพาะเลี้ยงได้ ก่อนที่จะมีการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

"จากทัศนคติของสังคมต่อตัวเหี้ย และข้อจำกัดทางกฎหมายนี้ อาจจะทำให้พวกมันยังคงถูกมองในแง่ลบต่อไปอีกนาน แต่อย่างน้อยก็ดีที่เริ่มมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ของพวกมันมากขึ้น หวังว่าสักวันพวกเราจะเข้าใจพวกมันมากขึ้น" เกรียงศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย