คดีเสือดำ: เปรมชัย กรรณสูต สิ้นอิสรภาพ หลังศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี 14 เดือน ไม่รอลงอาญา

เปรมชัย กรรณสูต

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายเปรมชัย กรรณสูต เดินทางมาถึงศาลจังหวัดทองผาภูมิเพื่อฟังคำพิพากษาศาลฎีกาช่วงเช้าวันนี้ (8 ธ.ค.) โดยมีผ้าปิดตาซ้ายและใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดิน

ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกนายเปรมชัย กรรณสูต กรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เป็นเวลา 2 ปี 14 เดือนโดยไม่รอลงอาญา ในคดีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เหตุเกิดเมื่อต้นเดือน ก.พ. 2561 ส่วนจำเลยอีก 2 คนที่ยื่นฎีกา คือ คนขับรถและนายพราน ศาลพิพากษาให้คงโทษจำคุกเช่นกัน

วันนี้ (8 ธ.ค.) ศาลจังหวัดทองผาภูมินัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรหรือ "คดีเสือดำ" ซึ่งเป็นคดีใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมากตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2561 เนื่องจากนายเปรมชัย จำเลยที่ 1 ในคดีนี้เป็นนักธุรกิจชื่อดัง อีกทั้งสัตว์ภาพของสัตว์ป่าที่ถูกล่าและชำแหละ หนึ่งในนั้นคือเสือดำได้สร้างสลดหดหู่ใจเป็นอย่างมาก

นายเปรมชัย วัย 67 ปี พร้อมด้วยทีมทนายความเดินทางถึงศาลจังหวัดทองผาภูมิในช่วงเช้า โดยนายเปรมชัยมีผ้ากอซปิดตาซ้ายไว้ และใช้ไม้เท้าในการพยุงตัวเดิน

ศาลฎีกาใช้เวลาอ่านคำพิพากษานานประมาณ 2 ชั่วโมง พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่านายเปรมชัยมีความผิดฐานร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ครอบครองและซ่อนเร้นซากสัตว์ป่าคุ้มครองซึ่งได้มาโดยกระทำผิดกฎหมาย ให้จำคุก 2 ปี 14 เดือน และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 2 ล้านบาท

ส่วนนายยงค์ โดดเครือ คนขับรถ จำเลยที่ 2 ศาลให้คงโทษจำคุก 2 ปี 17 เดือน และจำเลยที่ 4 นายธานี ทุมมาศ นายพราน ให้่คงโทษจำคุก 2 ปี 21 เดือน

ส่วนจำเลยที่ 3 คือ นางนที เรียมแสน แม่บ้าน ไม่ได้ยื่นฎีกา จึงมีโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับ 40,000 บาท รอการลงโทษไว้สองปีตามคำพิพากษาชั้นต้น

ทั้งนี้ ศาลฎีกาได้พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมดในข้อหาร่วมกันรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่า ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มาตรา 55 เนื่องจากมีการออกกฎหมายใหม่มายกเลิกความผิดไป แต่ให้คงอัตราโทษจำคุกจำเลยตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา

เปรมชัย กรรณสูต

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, "คดีเสือดำ" มีจำเลยทั้งหมด 4 คน นายเปรมชัยเป็นจำเลยที่ 1
รถขนจำเลยไปเรือนจำ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, หลังฟังคำพิพากษา จำเลยถูกนำตัวไปยังเรือนจำ

ความเคลื่อนไหวจากอิตาเลียนไทยฯ

การตกเป็นจำเลยในคดีอื้อฉาวของนายเปรมชัย ซึ่งขณะเกิดเหตุเขามีตำแหน่งเป็นประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทยฯ ทำให้บริษัทมีการปรับคณะกรรมการบริหารบริษัท โดยเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ได้ทำหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การลาออกของกรรมการ การแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ลาออก และการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธาน หนึ่งในนั้นรวมถึงการอนุมัติแต่งตั้ง นายธรณิศ กรรณสูต กรรมการ รองประธานบริหารอาวุโสและผู้ช่วยประธานบริหาร ให้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานบริหารในกรณีที่ประธานบริหารไม่สามารถปฏิบัติงานได้

หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกนายเปรมชัย บริษัทซึ่งปัจจุบันมีการดำเนินงานใน 8 กลุ่มธุรกิจ 23 กลุ่มงานก่อสร้าง ได้ออกแถลงการณ์เพิ่มเติมระบุว่า "คำพิพากษาดังกล่าวไม่ได้มีผลกระทบต่อการดำเนินงานและการบริหารธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด" และ "ขอเรียนให้ผู้ถือหุ้น คู่ค้าและผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ ของบริษัท เชื่อมั่นว่าคณะกรรมการบริหารของบริษัท สามารถดำเนินและบริหารธุรกิจของบริษัทได้อย่างอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป"

ทั้งนี้ ประชาชาติธุรกิจรายงานว่า นายธรณิศ ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นรักษาการประธานบริหารของอิตาเลียนไทยฯ นั้นเป็นลูกชายคนเล็กของนายเปรมชัย อายุ 32 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ สหรัฐอเมริกา

Italian-Thai Development

ที่มาของภาพ, Italian-Thai Development

ลำดับเหตุการณ์คดีเปรมชัยล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่

  • 6 ก.พ. 2561

เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งว่าพบนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งลักลอบตั้งแคมป์พักแรมในบริเวณห้วยปะชิ อยู่ระหว่างหน่วยฯ ทิคอง กับหน่วยฯ มหาราช ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่อนุญาต

นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและควบคุมตัวนายเปรมชัยและคณะ หลังได้รับแจ้งว่าพบนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งลักลอบตั้งแคมป์พักแรมในบริเวณห้วยปะชิ การตรวจค้นพบอาวุธปืนและเนื้อสัตว์ป่าชำแหละแช่เย็นไว้ รวมถึงซากเสือดำด้วย

นายวิเชียรให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังเกิดเหตุว่า การเจอซากเสือดำ "สั่นสะเทือนคนทุ่งใหญ่มาก ที่สัตว์ผู้ล่าอย่างเสือขนาดใหญ่ถูกฆ่าอย่างทารุณและถลกหนังออกมา ไม่ได้ล่าเพื่อดำรงชีพแต่เป็นการล่าเพื่อวัตถุประสงค์อื่น"

นายเปรมชัย ถูกควบคุมโดยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ เป็นเวลา 48 ชั่วโมง ก่อนได้รับประกันตัว

ภาพถ่ายนายเปรมชัย กรรณสูต (นั่งตรงกลาง) ขณะที่ถูกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรจับกุมตัว

ที่มาของภาพ, AFP/GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, ภาพถ่ายนายเปรมชัย กรรณสูต (นั่งตรงกลาง) ขณะที่ถูกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรจับกุมตัวเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2561
  • 30 เม.ย. 2561

อัยการจังหวัดทองผาภูมิ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเปรมชัยกับพวก ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 219/2561 ใน 6 ข้อหา คือ ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันช่วยซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย, ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญา

  • 19 มี.ค. 2562

ศาลจังหวัดทองผาภูมิ พิพากษาจำคุกนายเปรมชัย เป็นเวลา 16 เดือน ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (ไก่ฟ้าหลังเทา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ

โดยศาลยกฟ้องนายเปรมชัยในข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และข้อหาร่วมกันมีและครอบครองซากเสือดำ สัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ขณะที่จำเลยที่ 2-4 ซึ่งเป็นคนขับรถ แม่บ้าน และนายพราน ล้วนถูกลงโทษข้อหาร่วมกันครอบครองซากเสือดำ

ต่อมาอัยการได้ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์ทุกข้อหา

  • เม.ย. 2562

อัยการมีความเห็นฟ้องนายเปรมชัยอีกคดีหนึ่งต่อศาลอาญา รัชดาภิเษก ในฐานความผิด "มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนใว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" หลังจากพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายเปรมชัยในกรุงเทพฯ และพบปืนหลายกระบอก

  • 20 ส.ค. 2562

ศาลอาญาตัดสินจำคุกนายเปรมชัยว่ามีความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนฯ พ.ศ.2490 ลงโทษจำคุก 6 เดือนโดยไม่รอลงอาญา

  • 12 ธ.ค. 2562

ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาในคดีล่าสัตว์ป่าและมีสัตว์ป่าไว้ในครอบครอง โดยพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 4 คน ตามที่พนักงานอัยการศาลยื่นอุทธรณ์ โดยจำคุกนายเปรมชัย กรรณสูต 2 ปี 14 เดือน จำคุกนายยงค์ โดดเครือ 2 ปี 17 เดือน จำคุกนางนที เรียมแสน 1 ปี 8 เดือน รอการลงโทษให้ตามศาลชั้นต้น และจำคุกนายธานี ทุมมาศ 2 ปี 21 เดือน

  • 31 มี.ค. 2563

จำเลย 3 ราย ได้แก่ นายเปรมชัย นายยงค์ และนายธานี ได้ยื่นฎีกาในคดีล่าสัตว์ป่า

  • 8 ธ.ค. 2563

ศาลจังหวัดทองผาภูมินัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ระบุว่าฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้นและไม่มีเหตุรอการลงโทษ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ โดยให้คงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 3 คน ตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา แต่ให้ยกฟ้องในฐานความผิดฐานร่วมกันรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่า เนื่องจากมีการแก้ไข พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มาตรา 55 ทำให้ยกเลิกฐานความผิดนี้ไป