ทุเรียน-โลกร้อน: สภาพอากาศแปรปรวนกำลังเปลี่ยนวิถีปลูกทุเรียนในไทย

Tappanai Boonbandit/BBC thai

ที่มาของภาพ, Tappanai Boonbandit/BBC thai

คำบรรยายภาพ, คาดว่าสวนทุเรียนแห่งนี้จะเสียหายทั้งหมด 800-1,000 ต้น จากน้ำท่วมหนักกว่า 10 วัน แม้ว่า อ.ขลุง จะมีพื้นที่ติดทะเล
    • Author, ธันยพร บัวทอง ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
    • Role, วิดีโอโดย ทัพพนัย บุญบัณฑิต ผู้สื่อข่าววิดีโอ

ทุเรียนพันธุ์หมอนทองและก้านยาว แกะเปลือก สีเหลืองนวล จาก จ.ชุมพร ที่ขายกันในตลาดองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) เขตจตุจักร ช่วงกลางเดือน ต.ค. ปีนี้ ราคากิโลกรัมละ 2,200 บาท แต่อีกด้านหนึ่งที่ภาคตะวันออก ชาวสวนทุเรียนใน อ.ขลุง จ.จันทบุรี จังหวัดที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดในประเทศ ชาวสวนบางแห่งต้องสูญต้นทุเรียนกว่าไปกว่าครึ่ง เพราะถูกน้ำหลากเข้าท่วม เมื่อกลางเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา หลังเกิดฝนหนักเป็นปริมาณมากที่สุดในรอบ 10 ปี

ที่สวนทุเรียนบนที่ดินขนาด 120 ไร่เศษ ใน ต.บ่อ อ.ขลุง นิติธร ชลาลัย เกษตรกรผู้ดูแลสวน กำลังคุมคนงานนับสิบคนคราดใบทุเรียนสีน้ำตาลที่ร่วงกองกับพื้นออกจากโคนต้น คนงานบางคนกำลังใช้เลื่อยไฟฟ้าเลื่อยกิ่ง หวังยื้อชีวิตต้นทุเรียนนับร้อยที่จมน้ำกว่า 10 วัน ให้กลับมายืนต้นอีกครั้ง

ต้นทุเรียนพันธุ์หมอนทองความสูง 5 เมตร อายุ 7-8 ปี ราว 800-1,000 ต้น จากทั้งหมด 2,000 ต้น กำลังจะยืนต้นตาย ความหวังที่จะได้ผลทุเรียนเพื่อส่งออกในเดือน เม.ย. ปีหน้า นั้นแทบจะพังทลายลง พร้อม ๆ กับเงินค่าปุ๋ย ค่าสารฮอร์โมน ค่ายารักษาโรคและแมลง ที่ลงทุนไปกว่า 1 ล้านบาทในปีนี้

"ผมมาเห็นแบบนี้ ยิ่งไม่อยากเข้ามาดู หนักขนาดนี้ ถ้าคนไม่มีทุน น้ำตาตกในแน่นอน... เหตุการณ์อย่างนี้เคยเจอเมื่อปี 54 แต่ไม่หนักขนาดนี้ ชาวสวนละแวกนี้จะพูดเป็นเสียงเดียวว่าปี 54 ไม่หนักเท่านี้" นิติธร กล่าว

คำบรรยายวิดีโอ, เสียงจากชาวสวนเมืองจันท์ ที่เพิ่งสูญเสียทุเรียนจากน้ำท่วมไปเกือบ 1,000 ต้น

เมื่อปีที่แล้ว สวนแห่งนี้ผลิตทุเรียนได้กว่า 180 ตัน เกือบทั้งหมดถูกส่งออกไปจีน ปีนี้หากไม่มีน้ำท่วมใหญ่ เขาบอกว่าน่าจะได้ผลผลิตราว 250 ตัน

"พายุลูกนี้หนัก ๆ ประมาณ 16-17 ต.ค. น้ำท่วมสูง 1-1.50 เมตร วันนั้นเราจะเข้ามาดูสวนไม่ได้เลย ต้องพายเรือ น้ำมาลงจริง ๆ ประมาณ 18-19 ต.ค. อย่างที่เห็นได้รับความเสียหายค่อนข้างเยอะ คิดว่าน่าจะตายมากกว่า 50%"

Tappanai Boonbandit/BBC thai

ที่มาของภาพ, Tappanai Boonbandit/BBC thai

คำบรรยายภาพ, เกษตรกรพยายามยื้อชีวิตต้นที่จมน้ำด้วยการเปิดพื้นที่โคนต้นเพื่อให้รากได้รับอากาศ และทายาแก้ไขปัญหาราที่เกาะต้นจากน้ำท่วม แต่ชาวสวนยอมรับว่าโอกาสรอดนั้นมีน้อยมาก

น้ำท่วมน้ำหลากที่เกิดขึ้นเมื่อกลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้สวนทุเรียนใน 4-5 อำเภอ ของ จ.จันทบุรี ได้รับความเสียหาย อำเภออื่น ๆ มีน้ำหลากเข้าท่วมนาน 1-2 วัน แต่ที่ อ.ขลุง ซึ่งเสียหายหนักที่สุด เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำ น้ำท่วมจึงยาวนานกว่า ขณะนี้ทางการยังอยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย แต่กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่บอกว่าน่าจะราว 15% ของพื้นที่ปลูกใน อ.ขลุง

"คนทำทุเรียนจะรู้ น้ำท่วม 3 วันมีผลแล้ว รากจะไม่สามารถดูดธาตุอาหารได้ แต่แปลงนี้ท่วมเป็นอาทิตย์เลยครับ ท่วมไม่ต่ำกว่า 7 วัน ทีนี้ด้วยมันเป็นไม้ที่อ่อนแออยู่แล้ว ประกอบกับน้ำที่ท่วมสูงเกิน การแก้ไขของชาวสวนตอนนี้ก็ใช้ยารา (ยาขจัดเชื้อรา) และกระตุ้นราก แต่เปอร์เซ็นต์รอดก็น้อย"

จาก "ทุเรียนฟีเวอร์" หรือความนิยมในการรับประทานทุเรียน ทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น และการส่งออกที่ได้ราคาดี โดยเฉพาะการส่งออกไปจีน ทำให้เกษตรกรหันมาปลูกทุเรียนมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และพยายามสรรหาวิธีดูแลต้นทุเรียนให้ได้คุณภาพเพื่อให้ออกผลได้ราคาดีตามมา แต่ในช่วง 10 ปีมานี้ สภาพภูมิอากาศแปรปรวน เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะภัยจากดินฟ้าอากาศที่ควบคุมไม่ได้

Tappanai Boonbandit/BBC thai

ที่มาของภาพ, Tappanai Boonbandit/BBC thai

ไทยถูกจัดให้อยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว สูงเป็นอันดับ 9 ของโลก ตามรายงานดัชนีชี้วัดความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระหว่างปี 2000-2019 (Global Climate Risk Index for 2000-2019) ที่ Germanwatch องค์กรไม่แสวงหากำไรที่เคลื่อนไหวประเด็นการค้า อาหาร นโยบายการเกษตรและสิ่งแวดล้อม เผยแพร่เมื่อต้นปี 2564

กรมอุตุนิยมวิทยาของไทย ยอมรับว่าปริมาณฝนที่ทำให้เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมในปีนี้อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ จากภาวะโลกร้อนที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ และทำให้การพยากรณ์อากาศและฝนล่วงหน้าทำได้ยากขึ้น

การปลูกทุเรียนของเกษตรกรไทย อาจกำลังอยู่ในภาวะที่ต้องต่อสู้กับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ไม่เหมือนกับการปลูกทุเรียนในอดีตอีกต่อไป

Tappanai Boonbandit/BBC thai

ที่มาของภาพ, Tappanai Boonbandit/BBC thai

คำบรรยายภาพ, ช่วงเวลานี้ของปี ทุเรียนที่ออกสู่ท้องตลาดเป็นทุเรียนจากภาคใต้

"ใครขอซื้อทุเรียน 1 ต้น 1 แสนยังไม่ขาย"

จันทบุรี เป็นพื้นที่ที่มีผลผลิตทุเรียนมากที่สุดในประเทศ

ข้อมูลปี 2563 ของสำนักเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่าจันทบุรี มีผลผลิตทุเรียนกว่า 380,446 ตัน โดยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นับแต่ปี 2560 รองลงมาได้แก่ ชุมพร 315,552 ตัน และ ระยอง 114,413 ตัน

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว หรือช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. ที่ผ่านมา นิติธรให้ข้อมูลว่าราคาทุเรียนหมอนทองที่ขายหน้าสวน ได้ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 130-140 บาท บางรุ่นสามารถตัดขายได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 150 บาท และกลับมายืนราคาอยู่ที่ราว 130 บาท ด้วยราคาที่สูงเช่นนี้ทำให้ชาวสวนทุเรียนเมืองจันท์ค่อนข้างคาดหวังกับราคาทุเรียนในปีนี้ เพราะไม่เพียงทุเรียนพันธุ์หนักอย่างหมอนทองที่ราคาดี แต่ทุเรียนพันธุ์เบา อย่างกระดุมที่ราคาไม่เคยสูงถึงกิโลกรัมละ 170 บาท ในบางช่วงกลับสูงไปถึง 190 บาท

Tappanai Boonbandit/BBC thai

ที่มาของภาพ, Tappanai Boonbandit/BBC thai

ราคาที่ดีดตัวขึ้นมาในช่วง 3-5 ปีมานี้ ทำให้พื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลายพื้นที่เคยปลูกเงาะ มังคุด ก็โค่นทิ้งแล้วปลูกทุเรียน ซึ่งจะให้ผลรุ่นแรกเมื่อเข้าสู่ปีที่ 4-5

แต่สำหรับความเสียหายของสวนทุเรียนแปลงใหญ่ที่ออกผลมาแล้ว 3 รุ่น ที่นิติธรดูแลอยู่นั้น เขาบอกว่ายังไม่อาจประเมินมูลค่าได้

"...เอาเป็นว่า ถ้าถามใครมาขอซื้อทุเรียนเรา 1 ต้น ราคาต้นละ 1 แสนบาทเรายังไม่ขายเลย เพราะว่าอย่างต้นที่เราเห็นต้นใหญ่ ๆ มันสามารถทำเงินให้เรามากกว่าปีละ 10,000 บาท แล้วอายุทุเรียน มันสามารถดูแลบริหารจัดการดี ๆ อยู่ได้เป็น 40-50 ปี สบายเลย เพราะนั้นถ้าบอกว่าให้ตีมูลค่าความเสียหาย ตียากจริง ๆ ทุเรียน เพราะตอนนี้ราคาทุเรียนก็รู้อยู่ราคามันแพง"

Tappanai Boonbandit/BBC thai

ที่มาของภาพ, Tappanai Boonbandit/BBC thai

ท่วม 6 ครั้งในรอบ 2 เดือน

ที่ ต.พลวง อ.เคาคิชกูฏ จ.จันทบุรี พื้นที่ที่สูงขึ้นมาจาก อ.ขลุง สวนของปราโมช ร่วมสุข เกษตรกรวัย 65 ปี ที่เกษียณอายุจากงานราชการ มาเป็นชาวสวน กำลังรอให้ต้นทุเรียนออกผลผลิตรอบแรกในเดือนปีหน้า แต่ในปีนี้เขาเจอน้ำท่วมมาแล้ว 6 ครั้ง ในรอบ 2 เดือน ตั้งแต่ ก.ย.-ต.ค.

แม้สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นเนินเขา แต่พื้นที่สวนของปราโมชอยู่ใกล้กับเส้นทางน้ำ เมื่อฝนตกหนักเพราะพายุหลายลูกในปีนี้ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกน้ำท่วม

"โดนมา 6 ครั้ง ครั้งที่ 3-4 เราทำให้มันแห้งเร็วได้ มันเริ่มฟื้นแล้ว พอมาเจอครั้งสุดท้าย (เดือน ต.ค.) น้ำในคลองมันเยอะเกินไป มันระบายออกไปไม่ได้ สูบทิ้งแล้ว ก็ไหลกลับเข้ามา"

Tappanai Boonbandit/BBC thai

ที่มาของภาพ, Tappanai Boonbandit/BBC thai

เขาบอกว่า ตั้งแต่เริ่มปลูกเมื่อปี 2559 เขาไม่เคยเจอสภาพอากาศเลวร้ายถึงขนาดส่งผลกระทบกับต้นทุเรียน แต่ปริมาณน้ำฝนที่ตกต่อเนื่องยาวนานกว่าที่ควรจะเป็นในปีนี้ทำให้คาดการณ์ว่าจะทำให้ทุเรียนออกดอกล่าช้าออกไป ราว 1 เดือน

คันร่องสวนทุเรียนที่ยกขึ้นมาในสวนของปราโมช และบางส่วนที่บีบีซีไทยลงพื้นที่ไปพบ อาจเป็นหลักฐานหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงสภาพดิน น้ำ อากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในการปลูกทุเรียนยุคหลัง

แต่เดิมชาวสวนจันท์ปลูกทุเรียนบนพื้นที่ราบ แต่การยกร่องขึ้นสูงแบบนี้ เป็นวิธีที่ชาวสวนจันท์ทำตามสวนในภาคกลาง เพื่อให้ "กระทบแล้ง" (สภาพความแห้งแล้งที่กระตุ้นให้ต้นทุเรียนออกดอก) ได้ง่ายขึ้น และดีต่อการระบายน้ำ

ปราโมชบอกว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ สำหรับชาวสวนแล้ว ต้อง "ทำใจอย่างเดียว"

"พอเข้าฤดูแล้ง ปลายฝนต้นหนาว ก่อนตรุษจีน จะมีพายุลมแล้งเข้ามา ก่อนสงกรานต์ที่เป็นช่วงเก็บเกี่ยวทุเรียน เป็นพายุฤดูร้อน ก็เสียหายกันเยอะ แต่ละปีทุเรียนโค่น ทุเรียนโดนลมฟาดลงมา ลูกร่วงกราว บางสวนเสียหาย 50 ตัน" เขาเล่า

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับการปลูกทุเรียน

การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ พิสูจน์แล้วว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของวงจรการผลิตอาหารของมนุษย์ อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ฝนที่ตกมากขึ้น และสภาพอากาศแบบสุดขั้ว ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและปศุสัตว์

เดือน ส.ค.- ต.ค. เป็นช่วงที่ทุเรียนจากภาคใต้ออกสู่ท้องตลาด ช่วงเวลาเดียวกันนี้ในพื้นที่ภาคตะวันออก เป็นช่วงออกดอกทุเรียน แต่ฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ทำให้ทุเรียนที่ปลูกนอกฤดูกาลไม่ออกดอกตามปกติ จึงอาจออกผลล่าช้ากว่าที่ควร

Tappanai Boonbandit/BBC thai

ที่มาของภาพ, Tappanai Boonbandit/BBC thai

คำบรรยายภาพ, น้ำท่วมในช่วงสัปดาห์กลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา

"เดือน ส.ค.ของทุกปี มีช่วงแล้งที่ทุเรียนออกดอกได้ แต่ปีนี้ฝนมาตั้งแต่ปลาย ส.ค. เลยทำให้การออกดอกจะไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ปกติ เดือน ต.ค.-พ.ย. จะเห็นดอกแล้วสำหรับทุเรียนนอกฤดู ซึ่งจะเก็บเกี่ยวได้ช่วงต้นเดือน ก.พ. ถึงปลาย มี.ค. เล็กน้อย แล้วแต่ช่วงฝนแล้ง แต่ปีนี้น่าจะเก็บเกี่ยวได้ล่าช้าออกไป เพราะว่าอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการออกดอกของทุเรียน" ธัญสิทธิ์ ชาติวิริยะพงษ์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี บอกกับบีบีซีไทย

ธัญสิทธิ์ ประเมินว่า ความล่าช้าของทุเรียนนอกฤดูอันเกิดจากฝนในปีนี้ อาจทำให้เก็บเกี่ยวได้พร้อม ๆ กับทุเรียนที่ปลูกในฤดู ดังนั้นอาจส่งผลต่อราคาทุเรียนที่จะออกมาพร้อม ๆ กัน

Tappanai Boonbandit/BBC thai

ที่มาของภาพ, Tappanai Boonbandit/BBC thai

คำบรรยายภาพ, ราคาทุเรียนหมอนทอง และก้านยาวแกะเปลือกที่ตลาด อตก. ซึ่งช่วงนี้เป็นทุเรียนจาก จ.ชุมพร สูงถึง กิโลกรัมละ 2,000-2,200 บาท

ส่วนเกษตรกรอย่างนิติธร บอกว่า "ปีนี้เป็นปีที่ถ้าไม่นับน้ำท่วมนะ ถือว่าเป็นปีที่เราทำใบชุดทุเรียน (เตรียมความพร้อมของค้นให้สมบูรณ์เพื่อให้ออกดอก) ได้ยากพอสมควร เนื่องจากว่าต้นของเราเยอะ เวลาเราพ่น (สารฮอร์โมนบำรุงต้น) ดินฟ้าอากาศไม่เป็นใจ เช่น ฝนตกช่วงเช้า ทำให้เรากว่าจะพ่นได้ช่วงบ่าย แต่ในปีที่ผ่าน ๆ มา มีช่วงแล้ง ทำให้เราทำชุดใบได้ง่าย ปีนี้เฉพาะที่เราทำใบก็ยากอยู่แล้ว แล้วยังมาเจอน้ำท่วมอีก"

ยังจับทิศทางไม่ได้

ต้นเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา สถาบันวิจัยนานาชาติด้านความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยโคมลัมเบีย เปิดเผยว่าปรากฏการณ์ลานีญาอาจเกิดขึ้นมากกว่าเดิมเกิน 90%ในช่วงเดือน ต.ค. 2564- ม.ค. 2565

ข้อมูลในส่วนของไทยพบว่าพื้นที่บางส่วน รวมถึงภาคตะวันออก จะยังมีฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติเล็กน้อยจนถึงปลายปี

แม้ว่านี่จะเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปีนี้ แต่ก็สอดคล้องกับงานวิจัยของศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรีที่เก็บข้อมูลดินฟ้าอากาศ ทั้งอุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณน้ำฝน ข้อมูลภัยพิบัติประเภทต่าง ๆ ระหว่างปี 2554-2558 ที่ผ่านมา

การเก็บข้อมูลวิจัย วิเคราะห์ได้ว่าความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศในภาคตะวันออกไม่มีรูปแบบที่แน่นอน และยังไม่สามารถจับทิศทางของการเปลี่ยนแปลงได้ ความแปรปรวนนี้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่กระทบต่อการผลิตทุเรียนในภาคตะวันออกอย่างเห็นได้ชัดมากยิ่งขึ้นทุกปี

Tappanai Boonbandit/BBC thai

ที่มาของภาพ, Tappanai Boonbandit/BBC thai

งานวิจัย ระบุด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในภาคตะวันออก ยังส่งผลให้มีโรคและแมลงใหม่ ๆ เกิดขึ้นหลายชนิด บางชนิดยังหาสาเหตุไม่ได้

ศิริพร วรกุลดำรงชัย ผอ.สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร บอกบีบีซีไทยว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อการปลูกทุเรียน อาจเกิดขึ้นคล้ายเดิมและวนซ้ำ แต่จะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพความรุนแรงของแต่ละปี

"ภัยธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศรุนแรงและถี่ขึ้น และมีผลกระทบค่อนข้างเยอะ... สภาพอากาศตอนนี้ เราใช้คำพูดว่า ฤดูกาลคลาดเคลื่อน มีผลกระทบเป็นระยะ ๆ บางครั้งทุเรียนออกดอกเต็มต้น วันที่ออกดอก ฝนกลับตก จึงต้องรอการออกดอกใหม่ นั่นส่งผลให้ต้นออกดอกหลาย ๆ รุ่น" ศิริพร ให้ข้อมูล

การออกดอกหลายรุ่น ทำให้การเก็บเกี่ยวเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน ส่งผลต่อการจัดการที่ยากขึ้น สำหรับเกษตรกร และทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

ในขณะที่ปีนี้ เมืองจันท์มีฝนมาก แต่ ผอ.สถาบันวิจัยพืชสวน บอกว่าเมื่อปี 2559 เกษตรกรต้องต่อสู้กับปัญหาภัยแล้ง ที่ทำให้ทุเรียนยืนต้นตาย และต้องซื้อน้ำเพื่อมาประคับประคองต้น ขณะที่การปลูกทุเรียนในภาคอีสานบางปี เผชิญกับความหนาวเย็นของสภาพอุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส

bbc

"ใครจะพยากรณ์ให้เรา" เสียงจากชาวสวน

แม้จะมีความไม่แน่นอนของสภาพอากาศในแต่ละปี แต่ในระยะสั้นเกษตรจังหวัดจันทบุรี คาดว่าผลผลิตจะยังมีออกมาเนื่องจากมีผู้ปลูกเพิ่มขึ้น ทิศทางนี้สอดคล้องกับภาพรวมทั้งประเทศ ที่พื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มจาก 8.3 แสนไร่ ในปี 2560 เป็น 1.06 ล้านไร่ในปี 2563

ทว่าข้อเสนอแนะจากงานวิจัยของศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ชี้ว่า ในระยะกลางและระยะยาว จะต้องมีวิธีรับมือกับปัญหานี้ในอนาคต ด้วยการกำหนดเขตพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกทุเรียนภายใต้เงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

ในมุมมองของเกษตรกรในพื้นที่ ปราโมช บอกว่า แม้ทุเรียนจะเป็นผลผลิตที่ทำเงินได้นับแสนล้านบาทในปีที่แล้ว แต่ประเทศไทยกลับขาดเจ้าภาพหลักในการพัฒนาทุเรียนทั้งระบบ ตั้งแต่การวิจัย การทำตลาด

Tappanai Boonbandit/BBC thai

ที่มาของภาพ, Tappanai Boonbandit/BBC thai

นอกจากนี้ ยังไม่มีการพยากรณ์อากาศที่เป็นเชิงคุณภาพอันจะเอื้อให้เกษตรกรวางแผนในการผลิตได้ดีขึ้น ปัจจุบันรู้เพียงว่าฝนตกกี่เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เท่านั้น แต่ไม่มีการพยากรณ์ข้อมูลที่คาดการณ์ถึงปริมาณน้ำฝนในแต่ละพื้นที่

"แนวโน้ม (สภาพความแปรปรวนของภูมิอากาศ) มันแรงขึ้น แต่เราพยากรณ์ ไม่ได้ และไม่รู้ว่าใครจะพยากรณ์ให้เรา เพราะขนาดน้ำท่วมแบบนี้ยังพยากรณ์ไม่ได้เลย" เกษตรกรใน อ.เขาคิชกูฏ ทิ้งท้าย