โควิดภาคใต้: ยอดผู้ป่วย 4 จังหวัดชายแดน เพิ่มเป็น 20% ของทั้งประเทศ กว่าสัปดาห์ เตรียมระดมฉีดไฟเซอร์ 2 เข็ม พื้นที่แรก

ที่มาของภาพ, เทศบาลนครยะลา Yalacity
สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส สงขลา ปัตตานี และยะลา พุ่งสูงขึ้น จนมีสัดส่วนผู้ป่วยรายใหม่ราว 20% ของผู้ป่วยทั้งประเทศ ในช่วงกว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้กระทรวงสาธารณสุข เร่งควบคุมพื้นที่ที่กำลังตัวเลขผู้ป่วยสูงขึ้น
ในช่วงเวลา 7 วันย้อนหลัง จำนวนผู้ติดเชื้อหน้าใหม่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ สูงติด 5 อันดับแรก ของผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งประเทศ ส่วนอัตราเสียชีวิตอยู่ที่ 0.8% น้อยกว่าภาพรวมประเทศ ซึ่งอยู่ที่ 1%
การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้ครอบคลุมน้อย เป็นปัจจัยหนึ่งที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) วิเคราะห์เอาไว้ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงรูปแบบการติดเชื้อว่าไม่ได้เป็นกลุ่มก้อน หรือคลัสเตอร์ ขนาดใหญ่ แต่เป็นการกระจายลงชุมชน
พญ. อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงถึงสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ใน 4 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งประกอบไปด้วย จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา ว่าผู้ป่วยรายใหม่ยังคงสูง วันนี้ (11 ต.ค.) มีรายงานรวม 2,185 ราย ซึ่งมากกกว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑลที่เคยพบการระบาดสูงก่อนหน้า
"ภาคใต้ 4 จังหวัด (พบผู้ป่วยใหม่) อยู่ที่ 22% กรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็น 19%"
สำหรับประชากรใน 4 จังหวัดภาคใต้มีทั้งสิ้น 3.58 ล้านคน โดยยอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่การระบาดระลอกเดือน เม.ย. 120,401 คน
ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวว่า เมื่อดูความครอบคลุมของการฉีดวัคซีนใน 4 จังหวัด "ยังค่อนข้างน้อย" ซึ่งเฉลี่ยแล้วเข็มแรก ครอบคลุม 41.9 % โดยเฉพาะนราธิวาสและปัตตานีที่ยังไม่ถึง 40% ของประชากร
ขณะที่ 10 อันดับจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด เป็นจังหวัดในภาคใต้ 5 จังหวัด ได้แก่ ยะลา (719 ราย) ปัตตานี (547 ราย) สงขลา (505 ราย) นครศรีธรรมราช (473 ราย) และนราธิวาส (414 ราย)
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นพ. โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า ในพื้นที่ 4 จังหวัด ฉีดวัคซีนได้ครอบคลุม 30-40% และในสัปดาห์นี้จะส่งวัคซีนให้เพิ่มเติมเพื่อระดมฉีดในพื้นที่ระบาด ซึ่งในวันนี้ (11 ต.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ระบุว่า เป็นวัคซีนไฟเซอร์จำนวน 5 แสนโดส
มาตรการควบคุมโรคที่ สธ. ดำเนินการล่าสุด คือ ล็อกดาวน์พื้นที่เป้าหมาย (Target Lockdown) คือ ปิดเป็นตำบล หมู่บ้าน หรือพื้นที่ระบาด รวมทั้งการเร่งฉีดวัคซีน ซึ่งพื้นที่ชายแดนใต้จะเป็นพื้นที่แรกในประเทศไทยที่จะฉีดวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็ม 1 และ 2 ซึ่งมีระยะห่าง 3 สัปดาห์ เช่นเดียวกับเกณฑ์การฉีดในกลุ่มนักเรียน

ที่มาของภาพ, BBC thai
ทำไมตัวเลขชายแดนใต้ถึงเพิ่มสูงขึ้น
นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุหลังจากลงพื้นที่ จ.ยะลา และปัตตานี เมื่อวันที่ 5 ต.ค. พบว่า สถานการณ์โควิด-19 ในภาคใต้ หรือในเขตสุขภาพที่ 12 โดยเฉพาะ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 1,900-2,000 รายต่อวัน สาเหตุหลักจากการจัดกิจกรรมรวมกลุ่ม ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อในบ้านและชุมชน ไม่พบการระบาดเป็นคลัสเตอร์ใหญ่
ปลัด สธ. กล่าวถึงชายแดนใต้อีกครั้ง เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ในการแถลงข่าวที่กระทรวง โดยพบว่ามีการระบาดของสายพันธุ์ของไวรัสทั้ง 3 สายพันธุ์ ได้แก่ อัลฟา (อังกฤษ) เดลตา (อินเดีย) และเบตา (แอฟริกา) ต่างจากพื้นที่กรุงเทพฯ ที่เป็นสายพันธุ์เดลตากว่า 90%
"จังหวัดชายแดนใต้ติดเชื้อมากขึ้น ต้องใช้ความพยายามลงไปในการควบคุมโรค การฉีดวัคซีน และเรื่องของความร่วมมือต่าง ๆ ที่จะลดการติดเชื้อไม่ให้สูงขึ้น ถ้าปล่อยทิ้งไว้อีกสักระยะหนึ่ง อาจจะเป็นปัญหาคล้าย ๆ กรุงเทพฯ" นพ. เกียรติภูมิกล่าว
ระบาดในชุมชนเหมือนในกรุงเทพฯ
นพ. สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวในรายการ "เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์" ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 30 เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ในทิศทางเดียวกับ สธ.
เขาบอกว่า สถานการณ์โควิดในชายแดนใต้ตอนนี้ "เหมือนกรุงเทพฯ ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. ที่ผ่านมา"
ประธานชมรมแพทย์ชนบทขยายความว่า สภาพชุมชนของ 3-4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใกล้เคียงกับชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ บ้านเรือนอยู่กันค่อนข้างหลังเล็ก ใกล้ชิดกัน บ้านหลังหนึ่งอยู่กันหลายคน เป็นครอบครัวขยาย มีหลายช่วงอายุอยู่รวมกัน ทั้งคนแก่ เด็ก และวัยทำงาน ดังนั้นจึงเป็นการระบาดในหมู่บ้านชุมชนเป็นหลัก โดยเชื่อมโยงกับการติดเชื้อในพื้นที่โรงงาน
"แรก ๆ ก็มาจากโรงงงานก็นำเข้าสู่ชุมชน และจากชุมชนก็กลับไปโรงงานอีก เพราะคนงานก็มาจากชุมชนวนไปวนมา โรงงานเริ่มน้อยลงแล้ว แต่ตอนนี้ (ระบาดใน) ชุมชนเป็นหลัก"

ที่มาของภาพ, เพจ สวท.ยะลา กรมประชาสัมพันธ์
นพ. สุภัทร ยกตัวอย่างในพื้นที่ อ.จะนะ ว่า ตัวเลขในอำเภอ มีผู้ป่วยกว่า 3,000-4,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีลงมา 33% หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของผู้ป่วยทั้งหมด เพราะมีประชากรวัยเด็กมากในพื้นที่ กลุ่มนี้ส่วนใหญ่อาการไม่มาก อาการน้อย แต่เป็นกลุ่มหนึ่งที่แพร่โรค เพราะเกิดจากการเล่นกันเอง เนื่องจากพบว่าผู้ใหญ่บางครอบครัวดูแลตัวเองดีมาก ไม่ไปพบปะกับใคร แต่ปรากฏว่าติดเชื้อผ่านลูก เพราะลูกเล่นกับเพื่อนบ้านข้างบ้าน
ด้าน ศบค. โดย พญ. อภิสมัย ระบุในวันนี้ (11 ต.ค.) เช่นกันว่า จากการสืบสวนโรคในหลายจังหวัด พบลักษณะการแพร่กระจายเชื้อที่คล้ายคลึงกันคือ จากตลาด โรงงาน งานศพ ร้านอาหาร ทำให้เกิดการแพร่ระบาดข้ามพื้นที่ อย่างกรณีของ จ.สุราษฎร์ธานี มีการแพร่ไปยัง จ.นครศรีธรรมราช กระบี่ ภูเก็ต ชุมพร รวมถึงการติดเชื้อในโรงงานใน จ.พัทลุง ก็มีการแพร่ต่อไปยังพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้เช่นกัน
ภาคใต้ฉีดวัคซีนไม่ได้ตามเป้า เพราะคนไม่อยากฉีดจริงหรือไม่
ปลัด สธ. กล่าวเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ถึงการฉีดวัคซีนในพื้นที่ชายแดนใต้ว่าก่อนหน้านี้อาจมีปัจจัยด้านสังคมวัฒนธรรมอยู่บ้าง แต่เชื่อว่าเรื่องการดูแลสุขภาพน่าจะทำให้ประชาชนก้าวข้ามประเด็นนั้นไปเพื่อให้เกิดความปลอดภัย
ข้อมูลการฉีดวัคซีนใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ ศบค. เปิดเผยล่าสุด พบว่า ในระหว่าง 28 ก.พ.-10 ต.ค. ฉีดวัคซีนให้ประชาชนในพื้นที่แล้ว 2.52 ล้านโดส จากประชากรรวมทั้งหมด 3.58 ล้านคน ดังนี้
- 1.5 ล้านคน ได้รับวัคซีนเข็มแรก คิดเป็น 41.9% ของประชากรทั้ง 4 จังหวัด แบ่งเป็น นราธิวาส ครอบคลุม 34.7% ปัตตานี 36.8% ยะลา 49.3% สงขลา 45.6%
- 9.7 แสนคน ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 คิดเป็น 27.2% ของประชากรทั้ง 4 จังหวัด แบ่งเป็น นราธิวาส ครอบคลุม 23.5% ปัตตานี 21.5% ยะลา 30.5% สงขลา 30.9%
- 4.6 หมื่นคน ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 คิดเป็น 1.3% ของประชากรทั้ง 4 จังหวัด แบ่งเป็น นราธิวาส ครอบคลุม 1% ปัตตานี 1.3% ยะลา 1.1% สงขลา 1.5%
ขณะที่การฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุใน 4 จังหวัดดังกล่าว ฉีดได้ 58% ของผู้สูงอายุทั้งหมด 4.48 แสนคน ส่วนในกลุ่มบุคคลที่มี 7 โรคประจำตัว ฉีดได้ 50.9% ของกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด 2.8 แสนคน
แล้วการฉีดวัคซีนที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เป็นเหตุเกี่ยวกับอะไรได้บ้าง ในรายการเจาะลึกทั่วไทย นพ. สุภัทร ระบุว่า การระบุเหตุว่าคนไม่ไปฉีดวัคซีนหรือวัคซีนที่ลงไปยังพื้นที่มีไม่เพียงพอ เป็นคำตอบที่ "ทั้งถูกและไม่ถูก"
นพ. สุภัทร บอกว่า มีบางอำเภอจริงที่อัตราการฉีดค่อนข้างน้อย เนื่องจากคนกลัววัคซีนบ้าง เพราะเห็นว่าวัคซีนไม่ดี แต่ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดที่ จ.นราธิวาส เท่านั้น แต่ที่ยะลา ปัตตานี สงขลา สตูล หรือนครศรีธรรมราช วัคซีนไม่พอมีน้อย
"อย่างในสงขลาที่ผมอยู่ วัคซีนรอบนี้มีน้อยมาก ซิโนแวคก็น้อยมาก แอสตร้าเซนเนก้า ก็ขาดแคลนมาก แอสตร้าฯ ก็ยืมจากนราธิวาสมา" ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวเมื่อ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา
ในการแถลงของ ศบค. วันนี้ (11 ต.ค.) แม้ผู้ช่วยโฆษก ศบค. ได้ระบุว่าความครอบคลุมของการฉีดวัคซีนใน 4 จังหวัด "ยังค่อนข้างน้อย" เฉลี่ยแล้วเข็มแรกครอบคลุม 41.9 % แต่ไม่ใช่เพียงพื้นที่ชายแดนใต้ ที่อยู่ในระดับเดียวกัน ยังมีจังหวัดที่ฉีดได้ครอบคลุมประชากร 40-49% อีกหลายจังหวัด ได้แก่ นครปฐม บุรีรัมย์ สุราษฎร์ธานี ตรัง ตราด เชียงใหม่ ลำพูน อุตรดิตถ์ อุทัยธานี กระบี่
ความครอบคลุมการฉีดวัคซีนเข็มแรกใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ต.ค. 2564)
- นราธิวาส 34.7%
- ปัตตานี 36.8%
- ยะลา 49.3%
- สงขลา 45.6%
ที่มา: แถลง ศบค. จันทร์ที่ 11 ต.ค. 2564
ควบคุมการระบาดในภาคใต้อย่างไร
กรมควบคุมโรคบอกว่า วิธีการควบคุมโรค คือ สอบสวน ควบคุม และแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชนและนำเข้าระบบรักษา กักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูง
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข บอกด้วยว่า ในพื้นที่ได้สั่งการให้เตรียมมาตรการควบคุมโรคที่ชัดเจน ที่ทั้งมาตรการส่วนบุคคล สื่อสารให้ประชาชนป้องกันตนเองขั้นสูงสุด (Universal Prevention) มาตรการสังคมโดยใช้กลไกของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ให้ลดการรวมกลุ่ม

ที่มาของภาพ, เทศบาลนครยะลา Yalacity
ปลัด สธ. ที่ลงพื้นที่ไปเมื่อวันที่ 5 ต.ค. กล่าวว่า รูปแบบการรักษาผู้ป่วยในชายแดนใต้ ส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยมีการรักษาแบบการกักตัวที่บ้าน (HI) แต่จะเป็นการกักตัวในสถานที่กักตัวของชุมชน และโรงพยาบาลสนาม
ทั้งนี้ สธ. ได้จัดส่งยา และเวชภัณฑ์ไปยังเขตสุขภาพที่ 12 ได้แก่ ยาฟาวิพิราเวียร์ 1 ล้านเม็ด, ชุดตรวจ ATK 20,000 ชุด, เครื่องออกซิเจน (Oxygen concentrator) 100 เครื่อง วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 25,000 โดส และวัคซีนไฟเซอร์ 1 แสนโดส ซึ่งต่อมาในวันนี้ (11 ต.ค.) นายอนุทิน ระบุว่าเป็นจำนวน 5 แสนโดส
จากการประเมินของปลัด สธ. คาดการณ์ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นใช้เวลาประมาณ 1 เดือน
ด้านประธานชมรมแพทย์ชนบท ระบุว่า หนึ่งในทางออกคือ "เทวัคซีนลงมาในจังหวัดชายแดนใต้ รวมทั้งนครศรีธรรมราช เหมือนที่เทในกรุงเทพฯ"
ล็อคดาวน์ตำบล หมู่บ้าน และพื้นที่ระบาด
นพ. สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ระบุในไทยรัฐเมื่อ 10 ต.ค. ว่า เป้าหมายลดอัตราติดเชื้อ 10% สัปดาห์นี้ ยังทำได้ไม่ถึงเป้า เพราะการระบาดยังอยู่ในขาขึ้น ติดเชื้อทรงตัวที่ 2,000 รายต่อวัน ยังไม่ลดลงและยังไม่เห็นจุดสูงสุด
จากการประเมินมาตรการควบคุม เช่น ส่วนมาตรการสังคมต้องเข้มข้นขึ้น
ผู้ตรวจราชการ สธ. ระบุว่า ขณะนี้ได้ใช้มาตรการล็อกดาวน์พื้นที่เป้าหมาย (Target Lockdown) คือ ปิดเป็นตำบล หมู่บ้าน หรือพื้นที่ระบาด เนื่องจากไม่ต้องการใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั้งพื้นที่
นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือพฤติกรรมส่วนบุคคล ให้เข้มงวดตามมาตรการป้องกันตัวเองสูงสุด (Universal Prevention) และเข้มงวดมาตรการยกระดับความปลอดภัยสำหรับหน่วยงาน องค์กร กิจการ หรือ "โควิดฟรีเซตติ้ง" (COVID Free setting) เนื่องจากภายหลังการคลายล็อกดาวน์ กิจการต่าง ๆ เช่น ตลาด ร้านอาหาร การจัดงานรวมตัวอย่างงานศพ งานเลี้ยงเกษียณ จะทำให้ไปรวมกับเชื้อที่มีในชุมชนอยู่แล้วทำให้เชื้ออาจแพร่ไปทั่วเหมือนที่เกิดใน กทม. ช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.
ส่วนภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19 แต่ละจังหวัดยังได้น้อยราว 36-40% โดยจะรณรงค์ให้เป็นสัปดาห์การฉีดวัคซีนสกัดโควิด-19 ซึ่งกรมควบคุมโรคจะเร่งส่งวัคซีนไฟเซอร์ลงพื้นที่ เพื่อฉีดให้ประชาชน เพิ่มเติมจากกลุ่มเด็กนักเรียน อายุ 12-18 ปี สัปดาห์นี้ 5 แสนโดส เร่งฉีดเป็นเข็ม 1 ให้เร็วที่สุด โดยฉีด 2 เข็มห่างกัน 3 สัปดาห์










