โควิด-19: คนที่ยังไม่รับวัคซีนเข็มแรก ต้องทำอย่างไรภายใต้มาตรการ COVID-Free Setting

a guy walking

ที่มาของภาพ, Getty Images

มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร หรือ COVID-Free Setting ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสถานประกอบการ กิจการและกิจกรรมที่กลับมาเปิดบริการจากการคลายล็อกดาวน์รอบล่าสุด ทำให้ทุกฝ่ายต้องเตรียมรับมือกับข้อปฏิบัติใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมา

สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนทั้งเข็มแรก เข็มที่ 2 หรือเข็มที่ 3 ไปแล้ว อาจจะไม่มีอะไรให้ต้องกังวล แต่สำหรับคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเลย ซึ่งล่าสุดคาดว่ามีจำนวนมากกว่า 11 ล้านคนจากกลุ่มเป้าหมาย 100 ล้านคน ภายในเดือน พ.ย. (ซึ่งเป็นเป้าหมายใหม่ของรัฐบาล หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยกำหนดไว้ว่า ภายในสิ้นปีจะต้องมียอดฉีดวัคซีนรวม 100 ล้านคน และยอดรับวัคซีนเข็มแรก 50 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้) ในจำนวนนี้รวมกับจำนวนเด็กอายุ 12-18 ปี ที่กระทรวงสาธารณสุขเพิ่งอนุญาตให้รับวัคซีนได้ จะต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรสำหรับการใช้ชีวิตแบบปกติใหม่ (new normal) ภายใต้มาตรการปลอดโควิดนี้

บีบีซีรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลที่ควรรู้มาไว้ ดังนี้

มีใครบ้างที่ยังไม่ได้รับวัคซีน

เหลือเวลาเพียง 15 วัน ของเป้าหมายใหม่ในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่จะต้องฉีดวัคซีนทั้งหมด 100 ล้านโดสภายในเดือน พ.ย. ข้อมูล ณ วันที่ 16 พ.ย. มีผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกราว 45.70 ล้านราย ขณะที่เข็มที่ 2 มีเพียง 37.52 ล้านราย เข็มที่ 3 จำนวน 2.84 ล้านราย รวมทั้งหมด 86.07 ล้านราย ในขณะที่มีราว 11 ล้านรายที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ในจำนวนนั้นรวมกลุ่มคนที่จองและรอฉีดวัคซีนโมเดอร์นากับโรงพยาบาลเอกชนไว้ด้วยเกือบ 5 ล้านราย ซึ่งคาดว่าจะทยอยส่งมอบจนถึงไตรมาสแรกของปีหน้า

กลุ่มนักเรียน อายุ 12-18 ปี เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับการจัดสรรให้ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ในเดือน ต.ค. นี้

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, กลุ่มนักเรียน อายุ 12-18 ปี เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับการจัดสรรให้ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ในเดือน ต.ค. นี้

อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งอาจจะมีจำนวนไม่มากนักคือคนที่ได้รับวัคซีนไม่ครบ 2 เข็ม เนื่องจากเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงหลังจากได้รับวัคซีนเข็มแรก ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน ผู้ที่เป็นโรคเรื้อรังที่ยังควบคุมไม่ได้ หรือมีอาการไม่คงที่ เป็นต้น

ผลตรวจ ATK คือใบผ่านทางของผู้ที่ยังไม่รับวัคซีน

ภายใต้ข้อกำหนด ที่ออกตามความมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 34) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. นั้น มีการกำหนดเงื่อนไขการเข้าใช้บริการตามสถานที่ต่างด้วยการแสดงหลักฐานว่าได้รับวัควีนครบตามเกณฑ์ที่ราชการกำหนด หรือ มีหลักฐานแสดงผลการตรวจที่ยืนยันว่าไม่มีเชื้อโรคโควิด-19 ในระยะเวลา 72 ชั่วโมงก่อนการใช้บริการโดยวิธี RT-PCR หรือโดยชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อโควิด-19 แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง หรือที่รู้จักกันในชุดตรวจ ATK

ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครแจ้งมาตรการแก่ลูกค้าก่อนเข้าพื้นที่

ที่มาของภาพ, Watchiranont Thongtep/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครแจ้งมาตรการแก่ลูกค้าก่อนเข้าพื้นที่

ในข้อกำหนดดังกล่าว ระบุถึงสถานประกอบการ 3 ประเภทที่จำเป็นต้องแสดงหลักฐานดังกล่าวเท่านั้น ประกอบด้วย

  • สถานเสริมความงาม ร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผม ทำเล็บ ร้านสัก
  • สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา หรือสถานประกอบการนวดแผนไทย
  • สนามกีฬาที่มีการจัดการแข่งขันที่มีผู้ร่วมชมไม่เกิน 25%

ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน นั่งกินอาหารในร้านได้หรือไม่

นพ. บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย สธ. ให้สัมภาษณ์รายการ "เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์" ทางช่อง MCOT เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน-19 อาจจะไม่สามารถนั่งรับประทานอาหารภายในร้าน หากไม่มีผลตรวจ ATK ที่เป็นลบ

customers were waiting for an opening of shopping mall

ที่มาของภาพ, Getty Images

ในขณะที่ผู้ประกอบการร้านอาหารรายหนึ่งที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ บอกกับบีบีซีไทยว่า ในภาวะที่การดำเนินธุรกิจภายใต้ข้อจำกัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เป็นเรื่องที่ยากลำบากที่จะปฏิเสธลูกค้าเพราะนั่นหมายถึงรายได้ที่จะสูญเสียไป

อย่างไรก็ตาม ตามข้อกำหนดล่าสุดของรัฐบาลก็ไม่ได้ปิดช่องทางมากนัก ขั้นแรกอาจจะแจ้งลูกค้าว่า ให้ซื้ออาหารเพื่อนำกลับไปรับประทานที่บ้านสำหรับผู้ที่ไม่มีผลตรวจ ATK ส่วนผู้ที่มีหลักฐานยืนยันว่าปลอดเชื้อก็จะสามารถเข้ารับประทานหรือรับบริการภายในร้านได้

การเดินทางข้ามจังหวัดของผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน

สำหรับกลุ่มที่ต้องการเดินทางข้ามจังหวัดทั้งทางบกและทางอากาศ หลังจากวันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป จำเป็นต้องศึกษาข้อกำหนดด้านสาธารณสุขของแต่ละจังหวัดปลายทางต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดต้นทางอย่างไร ซึ่งอาจจะมีรายละเอียดต่างกัน

สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งก่อนการเดินทางคือ การศึกษาเงื่อนไขที่กำหนดโดยจังหวัดปลายทาง

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งก่อนการเดินทางคือ การศึกษาเงื่อนไขที่กำหนดโดยจังหวัดปลายทาง

แต่สำหรับข้อกำหนดของกรมอนามัย สธ. กำหนดไว้ไม่แตกต่างกันมากนัก โดยผู้เดินทางทั้งที่ได้รับวัคซีนจำเป็นต้องแสดงผลรับรองการฉีดวัคซีนทั้ง การแสดงผ่าน Digital Health Pass ผ่าน Application หมอพร้อม หรือใช้เอกสารใบรับรองผลการฉีดวัคซีนหรือใบรับรองแพทย์ และผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่มีการระบุผลการตรวจที่ชัดเจนทั้งที่หน่วยงานที่ออกเอกสารและมีผลเป็นลบไม่เกิน 72 ชั่วโมง

ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ต้องมีการคัดกรองด้วย Thai Save Thai หรือ แอปพลิเคชันอื่น ๆ เช่นเดียวกันกับผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว และสามารถใช้ใบรับรองแสดงประวัติผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ ATK ที่เป็นลบภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน ประกอบการเดินทางได้