โควิด-19 : COVID-Free Setting มาตรการเชิงบังคับรับคลายล็อก 1 ต.ค. กับ แผนกระตุ้นให้ฉีดวัคซีน

restaurant

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (COVID-Free Setting) กำลังจะถูกนำมาใช้อย่างจริงจังในการผ่อนปรนให้ให้กิจการ/กิจกรรม 9 ประเภท กลับมาเปิดให้บริการได้ตั้งแต่ 1 ต.ค. นี้ ประชาชนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน-19 จะไม่สามารถนั่งรับประทานอาหารภายในร้านได้ แต่รองอธิบดีกรมอนามัยยืนยันว่ามาตรการนี้ไม่ได้ขัดขวางหรือทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม แต่ต้องการกระตุ้นให้เกิดการฉีดวัคซีน

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานยอดผู้ป่วยหน้าใหม่ของไทยประจำวัน (28 ก.ย.) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,489 ราย โดยถือเป็นครั้งแรกในรอบ 73 วัน ที่ยอดผู้ป่วยโควิดหน้าใหม่อยู่ในระต่ำกว่าหลักหมื่น นับจากตัวเลขทะยานขึ้นสู่ห้าหลักตั้งแต่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา

ส่วนรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมมี 129 ราย และผู้หายป่วยกลับบ้าน 12,805 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบันอยู่ที่ 1,581,415 ราย และเสียชีวิตสะสม 16,498 ราย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ภายหลังการปรับมาตรการของ ศบค. ยอดผู้ป่วยติดเชื้ออยู่ในระดับคงที่และมีแนวโน้มลดลง พร้อมอ้างถึงคำกล่าวของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ที่ขอบคุณความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชนที่ปฏิบัติตามมาตรการ COVID-Free Setting (มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร) และ Universal Prevention (การป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล) จนเห็นผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับมาตรการทั้ง 2 ส่วนนี้ เสนอโดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

covid

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

Universal Prevention เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่าเราต้องอยู่กับโควิด-19 ให้ได้ เนื่องจากโรคนี้ยังคงอยู่กับประเทศไทยและโลกไปอีกระยะหนึ่ง โดยมี 10 แนวทางปฏิบัติ อาทิ ออกจากบ้านเมื่อจำเป็นเท่านั้น, เว้นระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตรในทุกสถานที่, สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลา, ล้างมือบ่อย ๆ, หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหน้ากากอนามัย, ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อย ๆ, แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด, ทานอาหารที่ร้านหรือปรุงสุกใหม่ และหากสงสัยว่ามีความเสี่ยง ควรได้รบการตรวจด้วยแอนติเจน เทสต์ คิท (Antigen Test Kit - ATK)

ส่วน COVID-Free Setting อยู่ระหว่างการจัดทำแนวทางปฏิบัติอย่างจริงจังโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจาก ศบค. มีมติให้ผ่อนคลาย 9 กิจการ/กิจกรรม ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 29 จังหวัด เริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค. นี้

การกลับมาเปิดให้สถานประกอบการ 9 ประเภทที่ถูก ศบค. สั่งปิดไปตั้งแต่เดือน ก.ค. เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จะอยู่ภายใต้แนวปฏิบัติใหม่ เพื่อควบคุมและลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโควิด-19 และสร้าง "องค์กรปลอดโควิด"

jel

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

COVID-Free Setting คืออะไร

คำว่า COVID-Free Setting ถูกพูดถึงในวงกว้างในช่วงปลายเดือน ส.ค. ก่อนที่ ศบค. จะผ่อนคลายมาตรการกึ่งล็อกดาวน์ครั้งแรก เมื่อ 1 ก.ย. โดยให้บางกิจการ/กิจกรรม กลับมาเปิดให้บริการได้ และเริ่มใช้มาตรการ COVID-Free Setting

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เคยอธิบายหลักการสำคัญของมาตรการ "องค์กรปลอดโควิด" ว่าประกอบด้วย 3 มาตรการสำคัญ

  • COVID-Free Environment หรือการจัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดโควิด : การมีระบายอากาศ สุขอนามัยเหมาะสม สะอาดปลอดภัย และเว้นระยะห่าง
  • COVID-Free Personnel หรือพนักงานปลอดโควิด : ผู้ประกอบการ ผู้ให้บริการ พนักงาน ต้องฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ และตรวจ ATK ทุกสัปดาห์
  • COVID-Free Customer หรือลูกค้าปลอดโควิด : ผู้ใช้บริการต้องมี "บัตรสีเขียว หมายถึงฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ หรือ "บัตรสีเหลือง" หมายถึงเคยติดเชื้อโควิด หรือมีผลตรวจ ATK เป็นลบ ในเวลาที่กำหนด (ในการคลายล็อกรอบแรกกำหนดว่าภายใน 7 วัน แต่รอบหลังสุดนี้เป็นภายใน 3 วัน)

อย่างไรก็ตามในรอบการผ่อนคลายระลอกแรก 1 ก.ย. COVID-Free Setting ถูกนิยามโดย นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ว่า "เป็นการให้คำแนะนำและขอความร่วมมือ" แต่ในการคลายล็อกระลอกสอง 1 ต.ค. จะ "บังคับใช้เป็นมาตรฐาน"

คนไม่ฉีดวัคซีน ต้องแจ้งผล ATK ใช้สมาชิกครอบครัวช่วยรับรองได้

นพ. บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย สธ. กล่าวในรายการ "เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์" ทางช่อง MCOT โดยยกตัวอย่างการจัดการของร้านอาหารตามมาตรการ COVID-Free Setting ตั้งแต่การจัดการสิ่งแวดล้อมของร้าน ต้องทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมทุก 2 ชม., หากเป็นร้านอาหารที่ไม่ใช่ห้องแอร์ เปิดให้ลูกค้านั่งได้ไม่เกิน 75% หากเป็นห้องแอร์ ให้ลูกค้านั่งได้ไม่เกิน 50%, จำกัดจำนวนลูกค้านั่งได้ 1 คนต่อ 4 ตร.ม. ถ้าต่ำกว่านั้นต้องมีฉากกั้น และมีการระบายอากาศที่ดี

ร้านอาหารในห้างถูกสั่งปิดในช่วงล็อกดาวน์เมื่อ ก.ค. ก่อนที่ ศบค. จะทยอยผ่อนปรนมาตรการ ให้เปิดขายเดลิเวอรี เมื่อ 3 ส.ค., ให้นั่งทานในร้านได้ 50% เมื่อ 1 ก.ย. และล่าสุดขยายเวลาปิดร้านไปเป็นสามทุ่ม เริ่ม 1 ต.ค.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ร้านอาหารในห้างถูกสั่งปิดในช่วงล็อกดาวน์เมื่อ ก.ค. ก่อนที่ ศบค. จะทยอยผ่อนปรนมาตรการ ให้เปิดขายเดลิเวอรี เมื่อ 3 ส.ค., ให้นั่งทานในร้านได้ 50% เมื่อ 1 ก.ย. และล่าสุดขยายเวลาปิดร้านไปเป็นสามทุ่ม เริ่ม 1 ต.ค.

พนักงานร้านอาหาร ต้องได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว หรือเคยมีประวัติติดโควิด-19 ภายใน 1-3 เดือน, ให้คัดกรองความเสี่ยงพนักงานทุกวันด้วยระบบ "ไทยเซฟไทย", ให้ตรวจ ATK ทุก 7 วัน จะตรวจที่คลินิก หรือที่ร้านตัวเองก็ได้, สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และงดทานอาหารร่วมกัน

ส่วนลูกค้า ต้องได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว หรือต้องมีผลตรวจ ATK ภายในเวลาไม่เกิน 7 วัน, ให้คัดกรองความเสี่ยงพนักงานทุกวันด้วยระบบ "ไทยเซฟไทย"

นพ. บัญชากล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ประชาชนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน-19 จะไม่สามารถนั่งรับประทานอาหารภายในร้านได้ แต่ยืนยันว่ามาตรการนี้ไม่ได้ขัดขวางหรือทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม แต่ต้องการกระตุ้นให้เกิดการฉีดวัคซีน

"ถามว่าท่าน (ลูกค้า) มีสิทธิไม่ฉีดวัคซีนได้ไหม ได้ แต่ต้องผ่านมาตรการเข้มงวด เช่น ตรวจ ATK ไปตรวจหน้าร้านก็ได้ ทางผู้ประกอบการหากอยากได้ลูกค้าก็อาจต้องหา ATK มารองรับ ไม่จำเป็นต้องไปตรวจที่คลินิกนะครับ" นพ.บัญชากล่าว

สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการ แล้วตรวจ ATK ด้วยตนเองมาจากบ้าน ต้องนำหลักฐานอะไรมาแสดงกับทางร้านนั้น นพ. บัญชากล่าวว่า "อย่างน้อยต้องมีผู้รับรอง 1 คน อาจเป็นคนในครอบครัวก็ได้ วิธีการนี้เราต้องการสร้างความร่วมมือจากภาคประชาชน ถ้าไม่ตรวจ แล้วเกิดการแพร่เชื้อ เข้าข่ายหลอกลวง ผิดกฎหมายโรคติดต่อ"

Antigen test kit หรือ ATK คือชุดตรวจการติดเชื้อโควิด-19

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, Antigen test kit หรือ ATK คือชุดตรวจการติดเชื้อโควิด-19 เบื้องต้น โดยจะทราบผลภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที

หัวใจสำคัญอยู่ของ COVID-Free Setting อยู่ที่การจัดการพื้นที่ และการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง จึงสัมพันธ์กับแผนฉีดวัควัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล ซึ่งตั้งเป้าสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ภายในสิ้นปีนี้

ศบค. เคยระบุถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาว่าพื้นที่/องค์กรใดเป็น "พื้นที่/องค์กรปลอดโควิด" ว่า ต้องระดมฉีดวัคซีนในอำเภอหรือตำบลนั้น ๆ ให้ครบ 80% และการเปิดกิจการ/กิจกรรม จะทำได้ก็ต่อเมื่อพนักงานในสถานประกอบการนั้น ๆ ได้รับวัคซีนครบ 100%

นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. กล่าวเมื่อ 27 ก.ย. ว่า ในเดือน ต.ค. ตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรทั้งหมดอย่างน้อย 50% ทุกจังหวัด และมีอย่างน้อย 1 อำเภอ ที่ครอบคลุมประชากร 70% ในเดือน พ.ย. ตั้งเป้ามีผู้รับวัคซีนเข็ม 1 อย่างน้อย 70% และในเดือน ธ.ค. ตั้งเป้ามีผู้ได้รับวัคซีนเข็ม 1 อย่างน้อย 80% และได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม 70%

vaccinated

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

สรุปมาตรการเชิงบังคับใน 9 กิจการ/กิจกรรม

นับตั้งแต่ 1 ต.ค. นี้ ประชาชนใน 29 จังหวัดสีแดงเข้ม จะได้กลับใช้ชีวิตใกล้เคียงกับภาวะปกติยิ่งขึ้น หลัง ศบค. ผ่อนปรนให้เปิดกิจการ/กิจกรรมต่าง ๆ ทว่าต้องอยู่ภายใต้มาตรการ COVID-Free Setting สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

กิจการ/กิจกรรม 3 ประเภท ได้แก่ ห้องสมุด, พิพิธภัณฑ์ แหล่งประวัติศาสตร์ โบราณสถาน และศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม หอศิลป์ อยู่ภายใต้ข้อปฏิบัติเดียวกัน นั่นคือ จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ 1 คนต่อ 4 ตร.ม. หรือให้เข้าได้ไม่เกิน 75%, ต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา และห้ามรับประทานอาหาร

กิจการ/กิจกรรม 2 ประเภท ได้แก่ ร้านสัก, และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (นวด สปา) อยู่ภายใต้ข้อปฏิบัติเดียวกัน นั่นคือ ต้องนัดหมายล่วงหน้า, จำกัดเวลาไม่เกิน 2 ชม./คน, ลูกค้าต้องได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ หรือมีผล ATK/RT-PCR เป็นลบ ภายใน 72 ชม.

โรงภาพยนตร์ มีข้อปฏิบัติให้ลดจำนวนผู้ชมเหลือ 50%, นั่งเว้นระยะห่าง แต่มาด้วยกันนั่งติดกันได้, สวมหน้ากากตลอดเวลา และห้ามรับประทานอาหาร

การเล่นดนตรีในร้านอาหาร มีข้อปฏิบัติให้จำกัดจำนวนนักดนตรีไม่เกิน 5 คน, นักดนตรีต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา, นักร้องถอดหน้ากากอนามัยได้เฉพาะเวลาร้องเพลง/แสดง และห้ามสัมผัสคลุกคลีกับลูกค้า

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและวัยก่อนเรียน รอคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดข้อปฏิบัติ