วัคซีนโควิด-19 : ศบค. ให้ซื้อไฟเซอร์-แอสตร้าเซนเนก้า 3.35 ล้านโดส จากสเปน-ฮังการี ครม.ให้ซื้อตรงจาก AZ 60 ล้านโดส ปี 2565

ฉีดยา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เห็นชอบแผนจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จากประเทศในสหภาพยุโรป ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอมา โดยมีทั้งวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า และไฟเซอร์ รวม 3.35 ล้านโดส

สองประเทศในสหภาพยุโรปที่กระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่า พร้อมขายวัคซีนโควิด-19 ในราคาต่ำกว่าท้องตลาดให้ไทยคือ ประเทศสเปน เสนอขายแอสตร้าเซนเนก้า 165,000 โดส ในราคาโดสละ 2.9 ยูโร (ราว 113 บาท) และไฟเซอร์ 2,788,110 โดส ในราคาโดสละ 15.5 ยูโร (ราว 607 บาท) และประเทศฮังการีที่มีแอสตร้าเซนเนก้า 400,000 โดส เสนอขายในราคาโดสละ 1.78 ยูโร (ราว 69 บาท)

นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. เป็นผู้เปิดเผยรายละเอียดนี้ ภายหลังการประชุม ศบค. ชุดใหญ่ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. เป็นประธาน ช่วงเช้าวันที่ 27 ก.ย.

บีบีซีไทยทดลองนำเรตการซื้อขายวัคซีนที่โฆษก ศบค. แจกแจงไว้มาคำนวณ พบว่า หากรัฐบาลไทยประสงค์จะรับซื้อวัคซีนทั้งหมดตามที่สเปนและฮังการีเสนอมา รวม 3.35 ล้านโดส ต้องใช้งบประมาณ 44.4 ล้านยูโร หรือคิดเป็น 1,741 ล้านบาท

ทว่านอกจากค่าวัคซีน นพ. ทวีศิลป์กล่าวว่า มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ร่วมด้วยคือ ค่าบรรจุภัณฑ์และที่ควบคุมอุณหภูมิ ค่าขนส่ง ค่าภาษีศุลกากรขาออก-ขาเข้า ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าประกันความเสียหาย ซึ่งจะมีการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อจัดซื้อต่อไป

แอสตร้าเซนเนก้า

ที่มาของภาพ, Reuters

นพ. ทวีศิลป์ยังกล่าวถึงแผนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของไทย โดยระบุว่าภายในปี 2564 จะจัดหาวัคซีนได้ทั้งหมด 178.2 ล้านโดส เฉพาะไตรมาสสุดท้ายมีแผน ดังนี้

ต.ค. มีวัคซีนเพิ่มเติม 24 ล้านโดส

  • ซิโนแวค 6 ล้านโดส
  • แอสตร้าเซนเนก้า 10 ล้านโดส
  • ไฟเซอร์ 8 ล้านโดส
  • ซิโนฟาร์ม 6 ล้านโดส

พ.ย. จะมีวัคซีนเพิ่มเติม 23 ล้านโดส

  • แอสตร้าเซนเนก้า 13 ล้านโดส
  • ไฟเซอร์ 10 ล้านโดส
  • ซิโนฟาร์ม 12.5 ล้านโดส

.ค. จะมีวัคซีนเพิ่มเติม 24 ล้านโดส

  • แอสตร้าเซนเนก้า 14 ล้านโดส
  • ไฟเซอร์ 10 ล้านโดส
  • ซิโนฟาร์ม 12.5 ล้านโดส
  • โมเดอร์นา 2 ล้านโดส
ฉีดยา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ส่วนเป้าหมายในการจัดสรรวัคซีน โฆษก ศบค. กล่าวว่า ในเดือน ต.ค. ตั้งเป้าฉีดให้ครอบคลุมประชากรทั้งหมด รวมชาวต่างประเทศที่อยู่ในไทย อย่างน้อย 50% ทุกจังหวัด และมีอย่างน้อย 1 อำเภอ ที่ครอบคลุมประชากร 70% จากนั้นในเดือน พ.ย. ตั้งเป้ามีผู้รับวัคซีนเข็ม 1 อย่างน้อย 70% รวมถึงกลุ่มอายุ 12-17 ปี และในเดือน ธ.ค. ตั้งเป้ามีผู้ได้รับวัคซีนเข็ม 1 อย่างน้อย 80% และได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม 70%

"เป้าหมายจนถึงเดือน ธ.ค. หากมีวัคซีนครบตามแผน จะทำให้คนไทย 62 ล้านคนได้รับวัคซีนครอบคลุม 90%" โฆษก ศบค. กล่าว

ข้อมูลจาก ศบค. ระบุว่า นับตั้งแต่ 28 ก.พ.-26 ก.ย. มีประชาชนได้ฉีดวัคซีนแล้ว 50.5 ล้านโดส แบ่งเป็น เข็มแรก 31.5 ล้านราย, เข็มที่ 17.8 ล้านราย, เข็มที่สาม 1.1 ล้านราย และฉีดสี่เข็มอีก 808 ราย

ในระหว่างการประชุม ศบค. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา แสดงความดีใจที่ไทยสามารถฉีดวัคซีนโควิด-19 รายวันได้เกิน 1 ล้านโดส และมั่นใจว่าไทยมีศักยภาพในการฉีดวัคซีนได้บรรลุตามเป้าหมาย โดยฝากให้กระทรวงสาธารณสุขช่วยดูแลการบริหารจัดการวัคซีนสำหรับเด็กเล็กด้วย

นอกจากนี้ นพ. ทวีศิลป์ยังกล่าวด้วยว่า ที่ประชุมอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค แนะนำว่าการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มแบบสูตรไขว้ อาจใช้หลักการเดียวกับวัคซีนซิโนแวค แต่เนื่องจากต้องรอข้อมูลจากผลวิจัยเพิ่มเติม จึงยังไม่กำหนดเป็นสูตรหลักของประเทศ การใช้สูตรนี้จึงเป็นไปตามเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนอนุญาตการใช้วัคซีนโดยสำนักงานอาหารและยา (อย.) และตามความสมัครใจของผู้รับวัคซีน และดุลพินิจของผู้ให้บริการ

มติ ครม. 28 ก.ย.

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กรมควบคุมโรค ดำเนินการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แอสตร้าเซนเนก้า จากราชอาณาจักรสเปน เพิ่มเติม จำนวน 165,000 โดส จากเดิมที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อ 14 ก.ย. ให้กรมควบคุมโรคจัดซื้อวัคซีนชนิดนี้ จากราชอาณาจักรสเปน จำนวน 449,500 โดส รวมเป็นทั้งสิ้น 614,500 โดส โดยสเปนจะส่งมอบทั้ง 2 ชุด ภายในต้นเดือนตุลาคม นี้

นอกจากนี้ ครม. ยังเห็นชอบให้กรมควบคุมโรค เป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำหรับปี 2565 จากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 60 ล้านโดส

"ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ ที่มีการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก จึงถือเป็นวาระสำคัญของชาติที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน รวมทั้งความจำเป็นเร่งจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม สำหรับปี 2565 โดยมีแผนการส่งมอบวัคซีนในปี 2565 ภายในไตรมาสแรก จำนวน 15 ล้านโดส ไตรมาสที่สอง จำนวน 30 ล้านโดส และไตรมาสที่สาม จำนวน 15 ล้านโดส" นายธนกร กล่าว