โควิด-19: การระบาดในพื้นที่ กทม. และปริมณฑลยังเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่พบ 4 พื้นที่เป็นคลัสเตอร์ใหม่

โควิด-19

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ประชาชนจากชุมชนแออัดย่านสี่แยกมหานาคเข้าตรวจคัดกรองโควิด-19 แบบเชิงรุก

ศบค. เผยภาวะการครองเตียงไอซียูในพื้นที่ กทม. และปริมณฑลอยู่ที่ 25 เตียงต่อวัน แต่ยืนยันว่าบริหารจัดการเตียงได้ดีมากจนไม่มีผู้ป่วยรอเตียงตกค้าง ในขณะที่ กทม. พบพื้นที่ระบาดใหม่อีก 4 ชุมชนที่ต้องมีการเฝ้าระวังสูงสุด

พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังคงน่าเป็นห่วง หลังพบผู้ป่วยรายใหม่ในกรุงเทพมหานครสูงถึง 1,112 ราย และในปริมณฑลที่ 529 ราย

โดยในพื้นที่กทม. และปริมณฑล ยังต้องมีการค้นหาเชิงรุกต่อไปผ่านการลงพื้นที่คัดกรองเชิงรุกรายวัน โดยล่าสุดพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุดของคลัสเตอร์ กทม. ก็คือชุมชนวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ชุมชนวัดญวนคลองลำปัก เขตดุสิต ปากคลองตลาด เขตพระนคร และศูนย์การค้าเขตพระนคร ที่ทาง ศบค. อธิบายลักษณะว่าเป็น "พื้นที่ไฟกำลังไหม้"

พื้นที่ที่มีการระบาดของโควิด-19 สูงสุดในพื้นที่ กทม. 10 ลำดับแรกของวันนี้ (8 พ.ค.) ได้แก่พื้นที่คลองเตย (37 ราย) ราชเทวี (26 ราย) ปทุมวัน (24 ราย) บางกะปิ (13 ราย) จตุจักร (11 ราย) ดอนเมือง (9 ราย) ลาดพร้าว (9 ราย) ดุสิต (8 ราย) ยานนาวา (7 ราย) และวังทองหลาง (7 ราย)

ทาง กทม. มีการระดมตรวจคลัสเตอร์ที่ "กำลังไฟไหม้" โดยเน้นไปในพื้นที่ชุมชนแออัดที่พบการแพร่ระบาดอย่างหนัก เช่น ในชุมชนคลองเตย บ่อนไก่ สี่แยกมหานาค เป็นต้น ส่วนวันนี้ (8 พ.ค.) ก็จะมีการลงพื้นที่ตรวจค้นหาเชิงรุกต่อในอีกหลาย ๆ พื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

โควิด-19

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ชุมชนแออัดย่านสี่แยกมหานาคประกอบไปด้วย 3 ชุมชนและมีประชากร 7,090 คน โดยจากการตรวจหาเชิงรุก พบผู้ติดเชื้อแล้ว 80 ราย

ปัจจัยเสี่ยงใหม่

ในวันนี้ ศบค. ได้รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตประจำวันโดยพบว่าอยู่ที่ 19 ราย จากการวิเคราะห์ของกรมควบคุมโรคพบว่าอายุของผู้เสียชีวิตอายุน้อยที่สุดของตัวเลขวันนี้คือ 42 ปี และอายุมากที่สุดอยู่ที่ 93 ปี และยังพบว่าจำนวนมากเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัว

ปัจจัยเสี่ยงสูงสุดของผู้เสียชีวิตยังเป็นการใกล้ชิดกับสมาชิกครอบครัวที่ติดเชื้อก่อนหน้านี้ 9 ราย ส่วน 2 ราย ไม่ทราบว่าติดเชื้อมาจากไหนหรือสัมผัสกับใคร ส่วนข้อมูลของผู้เสียชีวิต 1 คนเผยให้เห็นว่าไม่ทราบว่ามีการติดเชื้อจนกระทั่งเข้าไปพบแพทย์และต้องเข้ารักษาในห้องฉุกเฉินจนเสียชีวิตในวันเดียวกัน อีก 5 รายเสียชีวิตจากการตรวจพบเชื้อในระยะ 1-6 วัน

ศบค. เน้นย้ำให้ผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้เสี่ยงสูงหรือผู้ติดเชื้อก่อนหน้าให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อก่อนที่จะเริ่มมีอาการ เพราะหลายครั้งจะเจอผู้ป่วยที่ไม่แน่ใจว่าติดเชื้อหรือไม่ แต่เมื่อถึงโรงพยาบาลพบว่าอาการค่อนข้างรุนแรงและอาจทำให้เสียชีวิต

พญ.อภิสมัยอธิบายว่าปัจจัยเสี่ยงจากการพบเชื้อในผู้ป่วยรายใหม่มาจากตลาด ชุมชน และขนส่งสาธารณะที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เช่น ในวันนี้ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีรายงานอยู่ที่ 47 ราย ปริมณฑล 19 ราย และจังหวัดอื่น ๆ อีก 29 ราย ผู้ป่วยที่พบจะให้ประวัติของการไปตลาด ไปสถานที่ชุมชน สถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก รวมถึงการใช้บริการขนส่งสาธารณะ

การบริหารเตียง

จากตัวเลขของการครองเตียงและผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว พญ. อภิสมัย ยืนยันว่าตอนนี้ยังจัดการสถานการณ์เตียงได้ และสามารถรองรับผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาอย่างปลอดภัยได้

โควิด-19

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ใน กทม. มีการแยกผู้ป่วยตามระดับความรุนแรง โดยพบว่ามีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่อยู่ที่ 5,285 ราย ในขณะที่มีผู้ที่รักษาหายแล้วอยู่ที่ 5,169 ราย ตัวเลขใหญ่ ๆ ของผู้ติดเชื้อจำนวน 6,459 ราย มีอาการเพียงเล็กน้อย และผู้ที่ไม่มีอาการเลยมีอยู่ที่ 5,372 ราย

ทาง ศบค. ให้ความสำคัญกับกลุ่มที่มีอาการในระดับปานกลางซึ่งมีอยู่ที่ 1,950 ราย และผู้ที่มีอาการหนักอยู่ที่ 570 ราย ซึ่งกลุ่มบุคคลเหล่านี้มีอัตราการครองเตียงเฉลี่ยที่ 14.2 วัน ในจำนวนนี้ 3.4% จะเป็นผู้ที่มีอาการหนักเช่นปอดอักเสบ และ 1.6% ของผู้ที่มีอาการหนักต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยมีการคำนวณออกมาว่าในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล มีความต้องการเตียงไอซียูอยู่ที่ 25 เตียงต่อวัน

โดยตอนนี้กำลังจะมีโรงพยาบาลเปิดใหม่ให้กับกลุ่มผู้ป่วยผู้ที่มีอาการน้อยจนถึงปานกลางที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ภายในสัปดาห์นี้เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มาจากพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ซึ่งมีความแตกต่างจากโรงพยาบาลสนามเพราะสามารถให้การรักษาที่มีความละเอียดมากขึ้นเช่นการให้ออกซิเจน

ในช่วงเริ่มแรกของการระบาดของระลอกใหม่ อาจมีข่าวว่ามีอัตราการรอเตียงของผู้ป่วยยาวนานถึง 1 - 2 สัปดาห์ แต่ตอนนี้สามารถจัดการเตียงได้ภายใน 1 - 2 วัน ทำให้การตกค้างของผู้ป่วยโดยเฉพาะกลุ่มที่มีอาการหนักเป็น 0 เพราะตอนนี้สามารถบริหารจัดการเตียงได้ดีขึ้น

โควิด-19

ที่มาของภาพ, Thai news Pix

สถานการณ์วัคซีน

การกระจายของวัคซีนในพื้นที่ กทม. และปริมณฑลทำได้ดีขึ้นเพราะประเทศไทยได้รับวัคซีนในปริมาณที่มากขึ้น โดยวันที่ 6 พ.ค. ที่ผ่านมามีวัคซีนเข้ามาแล้ว 1 ล้านโดส วันที่ 14 พ.ค. จะมาอีก 5 แสนโดส 22 พ.ค. จะมาอีก 1 ล้านโดส รวมทั้งสิ้นกำลังจะเข้ามาอีก 2.5 ล้านโดส ในสัปดาห์หน้าจะมีการระดมฉีด โดยครึ่งหนึ่งจะอยู่ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล

ในส่วนของ กทม. จะมีการเสนอให้มีการฉีดให้คนที่ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ บุคลากรที่เป็นครู พนักงานเก็บขยะ กทม. เจ้าหน้าที่การท่าอาศยานดอนเมือง พนักงานการท่าเรือ การไฟฟ้า การประปา

ระยะแรกที่มีวัคซีนเข้ามา การดำเนินการฉีดวัคซีนต้องเป็นไปด้วยความปลอดภัยสูงสุด โดยสถานที่ฉีดจะต้องเป็นโรงพยาบาล ต้องมีแพทย์ มีห้องฉุกเฉินรับรอง แต่ตอนนี้กำลังพิจารณาให้มีการฉีดที่อื่นนอกรงพยาบาลได้และจะมีการจัด "โรงพยาบาลพี่เลี้ยง" เพื่อช่วยกำกับดูแลและให้ความปลอดภัยต่อประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีน

ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังสูง

พญ. อภิสมัย กล่าวว่า หลาย ๆ จังหวัดมีสถานการณ์ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีหลายจังหวัดที่ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่จากการค้นหาเชิงรุก แต่ในส่วนของสถานการณ์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่าจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ของทั่วประเทศเกินครึ่งหนึ่งมาจากพื้นที่นี้ โดยจากตัวเลขประจำวันที่ 8 พ.ค. ระบุว่ามีผู้ติดเชื้อจากในพื้นที่ กทม. และปริมณฑลรวมกันอยู่ที่ 1,641 ราย แต่ของทุกจังหวัดทั่วประเทศรวมกันวันนี้อยู่ที่ 768 ราย

โควิด-19

ที่มาของภาพ, Thai news Pix

คำบรรยายภาพ, กลุ่มผู้ค้าจากตลาดห้วยขวางเข้ารับการตรวจคัดกรองโควิด-19

สถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทยในรอบ 24 ชั่วโมง จากการรายงานของ ศบค. มีข้อมูลสำคัญดังนี้

  • พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 2,419 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,409 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 81,274 ราย นอกจากนี้ยังพบคนไทยที่ลักลอบเดินทางมาจากเมียนมาและกัมพูชาติดเชื้อ 2 ราย
  • หากนับเฉพาะระลอกเม.ย. 64 พบผู้ติดเชื้อ 52,411 ราย โดยในวันนี้มีการพบผู้ป่วยจากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 519 ราย
  • ผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวอยู่ 29,473 รายในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 1,138 ราย และต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 380 ราย
  • จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ (1,112 ราย) นนทบุรี (217 ราย) สมุทรปราการ (114 ราย) ประจวบคีรีขันธ์ (100 ราย) และปทุมธานี (93 ราย)
  • ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 19 ราย ในจำนวนนี้อยู่ในกรุงเทพฯ 7 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ ม.ค. 2563 อยู่ที่ 382 ราย คิดเป็น 0.47%