โควิด-19: ศบค. เผยโควิด-19 ระบาดในกรุงเทพฯ ยังรุนแรง ยอดผู้ป่วยหนักยังพุ่ง หวั่นขาดแคลนเตียง

ประชาชนซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงย่านชุมชนคลองเตย รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งศูนย์บริการสาธารณสุข 41 คลองเตย ได้จัดให้บริการประชาชนมาตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ประชาชนซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงย่านชุมชนคลองเตย รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งศูนย์บริการสาธารณสุข 41 คลองเตย ได้จัดให้บริการประชาชนมาตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.

กรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังเป็นพื้นที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดหลังจากยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ (7 พ.ค.) ทำสถิติสูงสุด 869 ราย หลังจากเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์นี้ ขณะที่กลุ่มผู้ป่วยอาการหนักก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังคงน่าเป็นห่วง หลังพบผู้ป่วยรายใหม่ สูงถึง 869 ราย และทำให้ยอดผู้ป่วยรายใหม่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมอยู่ที่ 1,372 ราย โดยปัจจัยเสี่ยงหลักมาจากการสัมผัสภายในชุมชนและครอบครัว อีกทั้งกลุ่มผู้ป่วยยังมีการเดินทางไปมาตลอด

"(ผู้ป่วย)ของกรุงเทพฯ ในวันเดียว วันนี้ 'นิวไฮ' ครับ 869 ราย ในวันเดียววันนี้...(อย่างไรก็ตาม) ตัวเลขของกรุงเทพฯ เกินว่า 500 มาทุกวันตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย."

จากข้อมูล ณ วันที่ 6 พ.ค. เฉพาะกรุงเทพฯ มีผู้ป่วยอาการหนัก 496 ราย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกวัน เช่นเดียวกับใน จ.นนทบุรี และนครปฐม โดยในเขตกรุงเทพฯ มีผู้ป่วยหนักสูงกว่า 400 คนนับตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.

table

ที่มาของภาพ, ศบค.

โฆษก ศบค. กล่าวว่าสาเหตุของการติดเชื้อในการระบาดระลอกนี้เริ่มเปลี่ยนจากสถานบันเทิงมาเป็นการสัมผัสผู้ติดเชื้อภายในชุมชนและครอบครัว

ขณะเดียวกันจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลค่อนข้างสูงนับตั้งแต่การระบาดระลอกที่ 3 ในเดือน เม.ย. ที่มียอดรวมแล้ว 183 ราย และเป็นผู้เสียชีวิตในกรุงเทพฯ มากที่สุด 122 ราย

table

ที่มาของภาพ, ศบค.

table

ที่มาของภาพ, ศบค.

โฆษก ศบค. กล่าวว่า แนวโน้มความต้องการเตียงสำหรับผู้ป่วยโควิดจากนี้ไปถึงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน พ.ค. จะเพิ่มขึ้น จึงมีความจำเป็นในการจัดเตรียม รพ.สนาม ซึ่งเคยเป็นพื้นที่รองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง ให้สามารถรองรับผู้ป่วยอาการหนักเพิ่มขึ้น

สำหรับพื้นที่บางแคซึ่งมีการพบคลัสเตอร์ผู้ป่วยนั้น ยอดจนถึงวานนี้ (6พ.ค.) พบผู้ป่วยแล้วกว่า 855 ราย ซึ่งพื้นที่ของชุมชนบ้างขิง เดอะมอลล์บางแค ซอยเพชรเกษม และหมู่บ้านทวีศิลป์ ยังเป็นพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการควบคุมโรค เบื้องต้นพบผู้ป่วยแล้ว 191 ราย

ไทยขยับขึ้นอันดับ 98 ผู้ป่วยสะสมทั่วโลก

สถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทยในรอบ 24 ชั่วโมง จากการรายงานของ ศบค. มีข้อมูลสำคัญดังนี้

  • พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 2,044 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,040 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 4 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 78,855 ราย นอกจากนี้ยังพบคนไทยที่ลักลอบเดินทางมาจากมาเลเซียติดเชื้อ 3 ราย
  • หากนับเฉพาะระลอกเม.ย. 64 พบผู้ติดเชื้อ 47,948 ราย โดยในวันนี้มีการพบผู้ป่วยจากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 220 ราย
  • ผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวอยู่ 29,320 รายในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 1,070 ราย และต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 367 ราย
  • จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ (869 ราย) นนทบุรี (201 ราย) สมุทรปราการ (165 ราย) ชลบุรี (89 ราย) และสมุทรสาคร (69 ราย)
  • ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 27 ราย ในจำนวนนี้อยูในกรุงเทพฯ 18 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ ม.ค. 2563 อยู่ที่ 363 ราย คิดเป็น 0.46%

อนุทินเผยเตรียมนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ภายในสิ้นปี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงผลการประชุมแผนการจัดหาวัคซีนกับผู้บริหารบริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อนำเข้าวัคซีนต้านโควิด-19 มาฉีดให้ประชาชนว่ามีแนวโน้มที่ดี โดยคาดว่าจะได้รับวัคซีน จำนวน 10-20 ล้านโดส ตั้งแต่ ไตรมาสที่ 3-4 ของปีนี้ ผ่านความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับ บริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทย

นายอนุทินพร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข สถาบันวัคซีนแห่งชาติและผู้บริหารจากบริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

ที่มาของภาพ, Facebook/AnutinC

คำบรรยายภาพ, นายอนุทินพร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข สถาบันวัคซีนแห่งชาติและผู้บริหารจากบริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะอำนวยความสะดวกการขึ้นทะเบียนวัคซีนไฟเซอร์ให้เร็วที่สุด ส่วนผู้ผลิตวัคซีนรายอื่น ๆ หากมีความพร้อมด้านการจัดส่งวัคซีนให้ประเทศไทย แบบกำหนดเวลาที่แน่ชัดได้ สามารถติดต่อเข้ามาได้ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมรับข้อเสนอ และพร้อมให้ความร่วมมือ

ขณะที่นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยผลการประชุมคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มีศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธานคณะทำงาน ถึงแนวทางในการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 สำหรับใช้ในสถานพยาบาลของรัฐ และวัคซีนทางเลือกเพื่อนำมาให้บริการในสถานพยาบาลเอกชน โดยควรกำหนดให้วัคซีนโควิด-19 เป็นสินค้าควบคุม ซึ่งสถานพยาบาลภาคเอกชนควรคัดเลือกวัคซีนโควิด-19 ทางเลือก ที่มีคุณลักษณะหรือยี่ห้อที่แตกต่างจากวัคซีนที่ภาครัฐนำเข้ามา และสามารถจัดส่งวัคซีนได้ทันภายในปี 2564 รวมทั้งในอนาคตกรณีที่มีการวิจัยและผลิตวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเติม ก็สามารถนำเสนอวัคซีนทางเลือกรายการอื่นเพิ่มเติมต่อไปได้

ส่วนข้อสรุปในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเติมสำหรับภาครัฐประกอบด้วย ไฟเซอร์ สปุตนิค วี จอนห์สันแอนด์จอนห์สัน และในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของสถานพยาบาลเอกชนนั้น ที่ประชุมคณะทำงานฯ มีความเห็นว่า ควรเป็นวัคซีนโควิด-19 ในรายการอื่นๆ ที่ไม่ได้ให้บริการโดยภาครัฐและสถานพยาบาลของรัฐ เพื่อให้เป็นวัคซีนทางเลือกอย่างแท้จริง และไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับภาครัฐ เช่น โมเดอร์นาและซิโนฟาร์ม หรือวัคซีนอื่นที่มีการขึ้นทะเบียนต่อไปในอนาคต