โฆษกอัยการเผย “สั่งไม่ฟ้อง” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คดีถือหุ้นสื่อ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญา 4 เลื่อนนัดฟังคำสั่งเป็นครั้งที่ 2 คดีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ถือครองหุ้นบริษัทสื่อ
ในวันนี้มีเพียงทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายธนาธรเดินทางมาศาล ซึ่งสำนักงานคดีอาญา 4 ได้เลื่อนฟังคำสั่งคดีนี้ออกไปเป็นวันที่ 25 พ.ค. เวลา 10.00 น. โดยให้เหตุผลว่า "กระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น"
อย่างไรก็ตามสื่อหลายสำนัก อาทิ มติชน ไทยโพสต์ ผู้จัดการ รายงานโดยอ้างคำกล่าวของนายอิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ว่า จากการตรวจสอบทราบว่าคดีนี้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญา มีคำสั่งไม่ฟ้องนายธนาธร
โฆษก อสส. ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเหตุผล โดยบอกเพียงว่า "ถ้าคดีมีความเห็นยุติเมื่อไร ทางทีมโฆษกพร้อมเปิดเเถลงรายละเอียด เรายืนยันว่าความเห็นทางคดีดังกล่าวไม่ได้มีความขัดเเย้งกับคำวินิจฉัยทางศาลรัฐธรรมนูญ"
แม้พนักงานอัยการมีความเห็น "สั่งไม่ฟ้อง" นายธนาธร แต่ใช่ว่าเขาจะหลุดคดีแล้ว 100% เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ยังสามารถทำความเห็นแย้งอัยการได้ หาก ตร. เห็นสมควรสั่งฟ้อง ก็จะส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นผู้พิจารณาชี้ขาดต่อไป แต่ถ้า ตร. เห็นด้วยกับคำสั่งไม่ฟ้อง คดีถือครองหุ้นสื่อของนายธนาธรก็ถือเป็นอันยุติลง
นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความผู้รับผิดชอบคดีอื่น ๆ ของนายธนาธร กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ทราบข่าวจากทนายผู้รับผิดชอบคดีนี้ว่าพนักงานอัยการได้เลื่อนนัดฟังคำสั่งคดี ซึ่งเข้าใจว่าอัยการอาจรอฟังความเห็นจาก ผบ.ตร. ก่อนมีคำสั่งทางคดี อย่างไรก็กฎหมายไม่ได้กำหนดว่า ผบ.ตร. ต้องส่งความเห็นกลับไปยังพนักงานอัยการภายในเวลาเท่าใด แต่อาจมีระเบียบภายในของ ตร. เอง
"หากวันที่ 25 พ.ค. ผบ.ตร. ยังไม่ส่งความเห็นตอบกลับไป ก็เป็นไปได้ว่าอัยการอาจเลื่อนการนัดฟังคำสั่งคดีออกไปอีก" ทนายกฤษฎางค์กล่าว
นายธนาธรตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา ในข้อหารู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. แต่ยังสมัครรับเลือกตั้ง หรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อของตนเพื่อสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 151
หากเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีนี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 20 ปี
เส้นทางคดีอาญา
คดีนี้เป็นผลต่อเนื่องจาก "คดีการเมือง" โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อ 20 พ.ย. 2562 ว่านายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชนอยู่เมื่อ 6 ก.พ. 2562 ซึ่งเป็นวันที่ อนค. ส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันเป็นลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ทำให้สมาชิกภาพ ส.ส. สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. 2562

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับอดีตหัวหน้า อนค. โดยมีลำดับเหตุการณ์ ดังนี้
- 23 เม.ย. 2563 กกต. มีมติแจ้งข้อกล่าวหานายธนาธร โดยมอบหมายให้เลขาธิการ กกต. เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาและรับฟังพยานหลักฐานแทน
- 24 พ.ย. 2563 นายธนาธรเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง โดยเจ้าตัวกล่าวกับสื่อมวลชนว่า "มีเอกสารพยานหลักฐานของผมในการโอนขายหุ้นทุกอย่างสมบูรณ์เรียบร้อย" พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาในชั้นตำรวจ
- 12 ม.ค 2564 พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง นำตัวนายธนาธร พร้อมสำนวนเห็นควรสั่งฟ้องคดี ไปยื่นต่อพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก โดยที่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
- 19 ก.พ. 2564 พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 นัดฟังคำสั่งคดี ก่อนแจ้งเลื่อนการรับฟังคำสั่ง
- 22 เม.ย. 2564 พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 นัดฟังคำสั่งคดี ก่อนแจ้งเลื่อนการรับฟังคำสั่งเป็นครั้งที่สอง โดยให้เหตุผลว่ากระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น ทว่าโฆษก อสส. เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่าพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายธนาธร
ปีแรกหลังถูกเพิกถอนสิทธิ แต่ไม่เว้นวรรคการเมือง
นายธนาธร วัย 42 ปี อยู่ระหว่างการถูกเพิกถอนสิทธิการเมืองเป็นเวลา 10 ปี นับจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อ 21 ก.พ. 2563 ให้ยุบ อนค. พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) จำนวน 16 คน ในอีกคดีหนึ่ง ซึ่งเป็นผลจากกรณีที่นายธนาธร ในฐานะหัวหน้า อนค. ปล่อยเงินกู้ 191.2 ล้านบาทให้แก่พรรคตัวเอง
หลังพรรคการเมืองที่ก่อตั้งได้เพียง 1 ปี 4 เดือน 18 วัน "ปิดฉากลง" นายธนาธร, นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรค และ น.ส. พรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษกพรรค ได้เป็นแกนนำหลักในการก่อตั้ง "คณะก้าวหน้า" เพื่อใช้เป็นขบวนการขับเคลื่อนงานการเมืองนอกสภาต่อ

ที่มาของภาพ, กองโฆษก คณะก้าวหน้า
ตลอดปี 2563 ซึ่งเป็นปีแรกของการถูกเพิกถอนสิทธิการเมือง นายธนาธรกับคณะก้าวหน้าไม่เคย "เว้นวรรคการเมือง" โดยออกรณรงค์เลือกตั้งท้องถิ่นซึ่งคณะก้าวหน้าส่งผู้สมัครในนามของกลุ่มทั้งระดับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และระดับเทศบาล, ตั้งโต๊ะแถลงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยในจำนวนนี้คือแผนจัดหาและกระจายวัคซีนต้านโรคโควิด-19 และล่าสุดคือการล่ารายชื่อประชาชนเพื่อรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 หลังร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับรัฐบาลถูก "ตีตก" ไปกลางรัฐสภาเมื่อ มี.ค. 2564
ในระหว่างนี้ นายธนาธรกับพวกต้องเป็นผู้ถูกกล่าวหา/ผู้ต้องหาในอีกหลายคดีอาญา









