โควิด-19: นายกฯ มีคำสั่งราชการให้ work from home หลังสงกรานต์ 2 สัปดาห์ และจะไม่มีการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ

ที่มาของภาพ, Getty Images
ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานตัวเลขการติดเชื้อวันนี้ (13 เม.ย.) พบผู้ป่วยรายใหม่ 965 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 956 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม
นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในไทยในรอบ 24 ชั่วโมง ว่าพบผู้ป่วยรายใหม่ 965 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 956 ราย ซึ่งมาจากตัวเลขในระบบบริการ 654 ราย และการคัดกรองเชิงรุก 302 ราย เป็นการติดเชื้อจากต่างประเทศ 9 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม จึงมียอดผู้เสียชีวิตสะสม 97 ราย
- คนไทยพร้อมกักตัวที่บ้านหรือยัง หลังยอดติดเชื้อพุ่ง เตียงไม่พอ
- สธ. ชี้ วัคซีนซิโนแวค “ได้มาตรฐานทั้งประสิทธิภาพ-คุณภาพ” หลังจีนยอมรับอัตราป้องกันเชื้อโควิดต่ำ
- ข้อเท็จจริงและปัญหาการตรวจโควิด การรักษาและค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลเอกชน
- จะชั่งน้ำหนักอย่างไรระหว่างความเสี่ยงกับประโยชน์ที่จะได้จากวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า
จากจำนวนผู้ติดเชื้อจนถึงวันที่ 12 เม.ย. จำนวน 4,784 คน กระทรวงสาธารณสุขได้มีการจำแนกสีของจังหวัดตามลักษณะการแพร่ระบาดในระลอกใหม่ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการจำแนกสีพื้นที่มาตรการในอดีตของ ศบค. คือ
- สีขาว ไม่พบผู้ติดเชื้อ 3 จังหวัด
- สีเขียว ไม่พบการระบาดภายใน พบผู้ติดเชื้อจากจังหวัดอื่น
- สีเหลือง พบกลุ่มก้อนการติดเชื้อภายในครอบครัว
- สีส้ม มีการระบาดในจังหวัดตนเอง พบกลุ่มก้อนการระบาดน้อยกว่า 50 ราย
- สีแดง มีการระบาดในจังหวัดตนเอง และกลุ่มก้อนการระบาดมากกว่า 50 ราย ซึ่งขณะนี้มี 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี สมุทรปราการ นาราธิวาส ประจวบคิรีขันธ์ สมุทรสาคร และสระแก้ว (กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ประจวบคิรีขันธ์ และสระแก้ว เป็น 4 จังหวัดที่ผู้ติดเชื้อเกินครึ่งมีความเชื่อมโยงกับสถานบันเทิง)
การแพร่ระบาดระลอกใหม่ที่มีความเชื่อมโยงกับสถานบันเทิงนั้น เกิดขึ้นในคนไทยกลุ่มอายุ 20-29 ปี สูงสุด ในอัตราส่วนเพศชายและหญิงใกล้เคียงกัน

ที่มาของภาพ, Reuters
นพ. โอภาส คาดการณ์ตัวเลขสถานการณ์ผู้ป่วยภายในระยะเวลา 1 เดือนข้างหน้าว่าจะมีไม่เกิน 9,140 รายต่อวัน ในกรณีที่ไม่มีมาตรการควบคุมใดเลย แต่อธิบดีกรมควบคุมโรคย้ำว่าได้มีการจัดการปิดสถานบันเทิงในจังหวัดเสี่ยงแล้วทำให้ตอนนี้กราฟของผู้ติดเชื้อไม่ได้พุ่งเหมือนช่วงแรก ๆ ของการระบาดระลอกใหม่ใน เม.ย. 2564
ส่วนในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นการไล่มาตรการตามลำดับความรุนแรงของการแพร่ระบาด ไปจนถึงการ "ล็อกดาวน์เฉพาะจุด" โดยจะไม่ประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศ เพราะจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ที่ไม่ได้มีความเสี่ยงสูง แต่ นพ. โอภาส ได้เน้นย้ำไว้แล้วว่ามาตรการล็อกดาวน์จะเป็น "มาตรการสุดท้าย" หากสถานการณ์การแพร่ระบาดไม่ดีขึ้นจริง ๆ
ขณะนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามมีคำสั่งให้หน่วยงานราชการใช้มาตรการ work from home เต็มรูปแบบ รวมถึงขอความร่วมมือหน่วยงานเอกชนด้วยเช่นกัน โดยให้ปฏิบัติพร้อมเพรียงกันหลังวันหยุดสงกรานต์เป็นต้นไปอย่างน้อย 2 สัปดาห์จนสิ้นเดือน เม.ย.
นพ. โอภาส เน้นย้ำมาตรการสาธารณสุขว่า ผู้ติดเชื้อทุกคนต้องได้รับการรักษาภายในโรงพยาบาลเท่านั้น เพื่อลดอัตราการป่วยตายและควบคุมการแพร่กระจายของโรค ชี้แจงกรณีที่เน็ตไอดอลเชิญชวนให้ผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการให้รักษาตัวอยู่ที่บ้านว่าเป็น "ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง" ซึ่งยังไม่รวมถึงความผิดตามข้อกฎหมาย

ที่มาของภาพ, กระทรวงสาธารณะสุข
นอกจากนี้ยังเน้นย้ำความเข้าใจที่ถูกต้องกรณีหลังพบผู้ติดเชื้อ ว่าผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่มีความใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ เช่น สามี ภรรยา พ่อ แม่ ลูก หรือคนในครอบครัว มีโอกาสติดเชื้อร้อยละ 40-50 ขึ้นไป จนถึง 100% ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องกักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการ 14 วัน
ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่เกิดจากการพูดคุยกันเกิน 5 นาที หรืออยู่ในพื้นที่เดียวกันมากกว่า 15 นาที โดยไม่ใส่หน้ากากอนามัย มีโอกาสติดเชื้อร้อยละ 5-7 ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำที่มีการพบปะผู้ติดเชื้อในระยะเวลาอันสั้น และมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ควรสังเกตอาการตนเอง ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือสม่ำเสมอ สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามปกติ เพียงแค่ควรงดการพบปะผู้คนจำนวนมาก
ในแง่ของการฉีดวัคซีน นพ. โอภาส ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ "ทำได้เร็วกว่าเป้าหมาย" โดยมีผู้ได้รับวัคซีนระหว่างเดือน มี.ค-เม.ย. แล้ว 505,215 ราย จากเป้า 555,350 ราย โดยประชาชนกลุ่มหลักที่ได้รับวัคซีนแล้วทั้งสองโดส คือ บุคลากรสาธารสุข และประชาชนในพื้นที่เสี่ยง








