โควิด-19: สธ. ชี้ วัคซีนซิโนแวค “ได้มาตรฐานทั้งประสิทธิภาพ-คุณภาพ” หลังจีนยอมรับอัตราป้องกันเชื้อโควิดต่ำ

ที่มาของภาพ, Reuters
แม้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนออกมายอมรับว่าวัคซีนของตนมีประสิทธิภาพในการต้านไวรัสโคโรนา 2019 ต่ำ แต่กระทรวงสาธารณสุขไทยกลับให้ความมั่นใจในการเดินหน้าฉีดวัคซีนซิโนแวคต่อไป
ในระหว่างแถลงข่าวประจำวันนี้ (12 เม.ย.) นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค สธ. กล่าวว่า วัคซีนซิโนแวค "ได้มาตรฐานทั้งประสิทธิภาพและคุณภาพ ขอให้ความมั่นใจว่ายังฉีดได้" แต่ต้องทำร่วมกับมาตรการอื่น ๆ ทั้งการใส่หน้ากากอนามัย และการเว้นระยะห่างทางสังคม
อธิบดีกรมคุวบคุมโรคกล่าวย้ำถึงวัตถุประสงค์ในการฉีดวัคซีนต้านโควิดว่าเพื่อป้องกันการติดเชื้อ หรือถ้าติดแล้วโอกาสเจ็บป่วยรุนแรงน้อยลง และป้องกันการเสียชีวิต
"วัคซีนของซิโนแวคนี้ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100% แต่มีประสิทธิภาพยอมรับได้คือเกิน 50% และการลดความรุนแรงของโรค ป้องกันได้เกือบ 100%" นพ. โอภาส กล่าว
ข้อมูลจากศูนย์โควิด-19 ระบุว่า คนไทยได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ไปแล้ว 570,052 โดส แบ่งเป็นผู้ได้รับวัคซีนเข็มแรก 498,791 คน และผู้ได้รับวัคซีนครบสองเข็ม 71,261 คน ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางการแพทย์/สาธารณสุข/อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) รวมถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ซึ่ง สธ. ระบุว่าเป็นไปตามแผนการบริหารจัดการวัคซีนที่วางไว้

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
วานนี้ (11 เม.ย.) วัคซีนของบริษัทซิโนแวคเพิ่งเดินทางถึงไทยอีก 1 ล้านโดส ซึ่งเมื่อผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้ว ก็จะกระจายสู่ประชาชนต่อไป
จีนยอมรับวัคซีนซิโนแวคประสิทธิภาพต่ำ
นายเกา ฟู่ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรคระบาดของจีน (China Centers for Disease Control-CDC) แถลงเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ยอมรับว่า วัคซีนของจีนที่มีอยู่ในปัจจุบัน "อัตราป้องกันเชื้อไม่ได้สูงมากนัก" พร้อมระบุว่า รัฐบาลจีนกำลังพิจารณาว่าควรใช้ร่วมกับวัคซีนที่ผลิตด้วยเทคนิคอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหรือไม่
นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนออกมายอมรับว่าวัคซีนของตนมีประสิทธิภาพต่ำ หลังก่อนหน้านี้มีผลการทดสอบที่ประเทศบราซิล พบว่าวัคซีนของบริษัทซิโนแวคมีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19 ที่ 50.4% เกินกว่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 50% ขณะที่วัคซีนของบริษัท ไฟเซอร์ ไบโอเอ็นเทค ป้องกันได้ถึง 97%
จีนได้พัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 ถึง 4 ยี่ห้อ และได้รับการอนุมัติให้นำไปใช้งานได้ ทั้งนี้วัคซีนสัญชาติจีนใช้เทคโนโลยีเชื้อตาย (DNA) ขณะที่บริษัทผลิตวัคซีนในตะวันตกใช้เทคโนโลยีการตัดต่อสารพันธุกรรม (mRNA)
ถึงขณะนี้มีชาวจีนกว่า 100 ล้านคนที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว ในขณะที่รัฐบาลปักกิ่งยืนกรานไม่อนุญาตให้ฉีดวัคซีนต่างชาติในประเทศจีน
ด้านบริษัทซิโนแวค ผู้ผลิตวัคซีนสัญชาติจีน ระบุว่า ประสิทธิภาพในการป้องกันของวัคซีนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ วัยของผู้รับวัคซีน และสายพันธุ์ของไวรัสโคโรนา นอกจากนี้ หากทิ้งระยะเวลาการฉีดวัคซีนระหว่างเข็มที่ 1 กับเข็มที่ 2 มากเท่าใด ก็จะยิ่งได้ผลดีมากขึ้นเท่านั้น จึงมีคำแนะนำให้เพิ่มระยะห่างของการฉีดวัคซีนสองเข็มจากเดิม 14 วัน เป็น 21 วัน

ที่มาของภาพ, Facebook/อนุทิน ชาญวีรกูล
ไทม์ไลนวัคซีนโควิดของซิโนแวคกับประเทศไทย
- 22 ก.พ. อย. อนุมัติขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค (โคโรนาแวค)
- 24 ก.พ. วัคซีนโคโรนาแวคของ บ. ซิโนแวค ล็อตแรกจำนวน 200,000 โดสมาถึงไทย
- 28 ก.พ. อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข และ 4 รัฐมนตรี ฉีดเข็มแรก ด้วยวัคซีนซิโนแวค เริ่มกระจายการฉีดวัคซีนปยังกลุ่มเป้าหมายวันแรก
- 20 มี.ค. อนุทิน รองนายกฯ และ รมว.สธ. เผยภาพวัคซีนซิโนแวคล็อต 2 ถึงไทยแล้ว จำนวน 800,000 โดส
- 23 มี.ค. อนุทิน รองนายกฯ และ รมว.สธ. และ สาธิต ปิตุเดชนะ รมช. ฉีดวัคซีนโคโรนาแวคเข็มที่สอง
- 10 เม.ย. วัคซีนของซิโนแวคล็อตที่ 3 จำนวน 1 ล้านโดสมาถึงไทย
ผู้ป่วยหน้าใหม่ 985 ราย เหลือแค่ 4 จ. "สีขาว" ยังปลอดเชื้อ
ด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทย พบผู้ป่วยรายใหม่ประจำวันนี้ (12 เม.ย.) จำนวน 985 ราย เฉพาะ จ.เชียงใหม่ พบผู้ป่วย 246 ราย ซึ่งส่วนใหญ่สัมพันธ์กับนักศึกษา
นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ กล่าวว่า การติดเชื้อเพิ่มขึ้นแต่ไม่ได้สูงชันเท่าที่กังวลในตอนแรก โดยผู้ป่วยรายใหม่ส่วนใหญ่ยังคงสัมพันธ์กับกรณีสถานบันเทิง ทำให้ผู้ป่วยจากการระบาดระลอกใหม่ เดือน เม.ย. แตะ 4,641 ราย
กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่มีการระบาดสูงสุดในระลอกนี้ พบผู้ป่วยสะสมจากคลัสเตอร์สถานบันเทิงแล้ว 802 ราย
อธิบดีกรมควบคุมโรคอธิบายลักษณะการระบาดระลอกใหม่ โดยจำแนกตามประเภทสี ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการจำแนกสีพื้นที่มาตรการ คือ
- สีขาว ไม่พบผู้ติดเชื้อ 4 จังหวัด
- สีเขียว ยังไม่พบการระบาดภายใน เป็นเพียงการนำเข้าผู้ติดเชื้อ ซึ่งมีจำนวนมากที่สุด 35 จังหวัด โดยจังหวัดเหล่านี้มีการตรวจจับได้เร็ว
- สีเหลือง มีผู้ป่วยจากจังหวัดอื่นเดินทางไป แล้วเกิดการติดเชื้อภายในครอบครัว
- สีส้ม มีการระบาดในจังหวัดตนเอง แต่กลุ่มก้อนการระบาดน้อยกว่า 50 คน
- สีแดง มีการระบาดในจังหวัดตนเอง และกลุ่มก้อนมากกว่า 100 คน ซึ่งขณะนี้มี 5จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี ประจวบคิรีขันธ์ และสระแก้ว

ที่มาของภาพ, Getty Images
ผู้ติดเชื้อรายใหม่
สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ประเทศไทยในรอบ 24 ชั่วโมง จากการรายงานของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) มีข้อมูลสำคัญ ดังนี้
- พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 985 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 980 ราย (โดย 634 ราย มาจากการเฝ้าระวัง และ 346 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก) และอยู่ในสถานที่กักของรัฐ 5 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 33,610 ราย
- ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้มีผู้เสียชีวิตคงที่ 97 ราย










