ม.112: ศาลมีคำสั่งให้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพิ่มความระมัดระวังไม่ให้กระทบสิทธินายอานนท์กับพวก

จำเลยคดีในข้อหาหมิ่นสถาบันฯ ยุยงปลุกปั่นและข้อหาอื่น ๆ ในคดีชุมนุม "19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร" เดินทางมาศาลอาญาวันที่ 15 มี.ค.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, จำเลยคดีในข้อหาหมิ่นสถาบันฯ ยุยงปลุกปั่นและข้อหาอื่น ๆ ในคดีชุมนุม "19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร" เดินทางมาศาลอาญาตามที่ศาลนัดคู่ความมาประชุมคดีเพื่อกำหนดประเด็นในคดีและแนวทางการสืบพยานหลักฐานในวันที่ 15 มี.ค.

ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกมีคำสั่งในวันนี้ (29 มี.ค.) ให้เจ้าพนักงาน เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร "ทำหน้าที่โดยใช้ความระมัดระวัง เพื่อให้ผู้ร้องกับพวกได้รับการคุ้มครองตามสิทธิที่กฎหมายรับรอง" หลังพิจารณาแล้วเห็นว่า "ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังอันกระทบต่อสิทธิของผู้ร้องกับพวกเท่าที่ควร"

คำสั่งดังกล่าวเป็นผลจากกรณีที่นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร ยื่นคำร้อง ขอไต่สวนเรื่องการคุ้มครองสิทธิในระหว่างที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หวั่นเกิดอันตรายในเรือนจำจากเหตุที่มีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในยามวิกาล

โดยในคำสั่งศาลพิจารณาโดยให้เหตุผลว่า ผู้ร้องกับพวกในฐานะผู้ต้องขังคนหนึ่ง ย่อมต้องได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ต้องขังอื่น การเข้าตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นการกระทำโดยไม่ได้คำนึงสิทธิของผู้ต้องขังอย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษยชนนานาอารยประเทศให้การรับรองและคุ้มครอง การดำเนินการตรวจร่างกายของผู้ต้องขัง หรือย้ายสถานที่คุมขัง หรือกระทำการใด ๆ กรมราชทัณฑ์จึงต้องดำเนินการในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม สมควร และเป็นไปตามระเบียบ และแนวทางปฏิบัติที่ไม่กระทบกระเทือนสิทธิขั้นพื้นฐานในการใช้ชีวิตในฐานะผู้ต้องขัง

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์

ย้อนลำดับเหตุการณ์ตามคำชี้แจงของกรมราชทัณฑ์

วันที่ 15 มี.ค.

  • 18.40 น. เรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานครได้นําตัว นายภาณุพงศ์ จาดนอก นายจตุภัทร บุญภัทรรักษา และนายปิยรัฐ จงเทพ มาคุมขังรวมกับนายอานนท์ นำภา และผู้ต้องขังอื่น ๆ รวม 16 คน เนื่องจากต้องเก็บสารคัดหลั่งเพื่อนําไปตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) เป็นขั้นตอนปกติของเรือนจํา ตามมาตรการการคัดกรองของกระทรวงสาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวไรโคโรนํา 2019
  • 22.00 น. บุคลากรทางการแพทย์จากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เวรนอกเวลาราชการ และได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้เป็นศูนย์การตรวจโควิดที่ให้บริการตรวจวินิจฉัยตลอด 24 ชั่วโมง ได้เข้ํามาทําการเก็บสารคัดหลั่ง บุคลากรดังกล่าวได้เตรียมอุปกรณ์ป้องกัน (ชุด PPE) และชุดตรวจหาเชื้อทางโพรงจมูกจนแล้วเสร็จ จึงได้เข้าตรวจเวลา 23.00 น. ปรากฏว่ามีผู้ต้องขัง รวม 7 ราย ได้แก่ นายอานนท์ นายภาณุพงศ์นายจตุภัทร นายปิยรัฐ นายพริษฐ์ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และ นายปฏิวัฒน์ สาหร่ายแย้ม ไม่ยอมให้เจ้าพนักงานเรือนจำเก็บสารคัดหลั่ง สําหรับ ผู้ต้องขังที่เหลือ จํานวน 9 ราย ให้ความร่วมมือในการเก็บสํารคัดหลั่งเป็นอย่างดี เจ้าพนักงานเรือนจาได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลําดับ

วันที่ 16 มี.ค.

  • 01.00 น. เจ้าพนักงานเรือนจําได้เข้าไป เก็บสารคัดหลั่งอีกครั้ง แต่ผู้ต้องขังทั้ง 7 ราย ยังไม่ยอมให้ความร่วมมือ ผู้บังคับบัญชาจึง สั่งการให้แยกกํารคุมขังผู้ต้องขัง จํานวน 9 รําย ที่ให้ควํามร่วมมือในการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานเรือนจําไป ควบคุมไว้ในห้องขังอื่นเพื่อแยกการติดตามผลการตรวจและป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด- 19 จาก กลุ่มที่ปฏิเสธกํารตรวจคัดกรอง

อัยการยังไม่มีคำสั่งกรณีฟ้อง ม.112 เยาวชน

ขณะเดียวกันที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง วันนี้ (29 มี.ค.) อัยการนัดส่งฟ้องเยาวชน 16 ปี ซึ่งเป็นคนแรกที่ถูกตั้งข้อหามาตรา 112 กรณีใส่เสื้อครอปท็อป เข้าร่วมงานเดินแฟชั่นในงาน "ศิลปะราษฎร" ที่ ถ.สีลม เมื่อวันที่ 29 ต.ค.

ในเวลาต่อมาศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าอัยการยังไม่มีคำสั่งในคดี ผู้ต้องหาจึงเซ็นรายงานตัว และเดินทางกลับบ้าน

ป้ายประท้วงมาตรา 112

ที่มาของภาพ, Getty Images

โดยก่อนหน้านี้อัยการได้เลื่อนผลัดฟ้องมาครบ 2 ครั้งแล้ว จึงเป็นการรับทราบว่าอัยการสั่งฟ้องไม่ทันใน 90 วัน นับจากนี้ต้องรอฟังผลอีกครั้งจากอัยการสูงสุด

ก่อนเข้ารับฟังการพิจารณา เยาวชนรายนี้ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านกับวอยซ์ ทีวี ว่านี่เป็นคดีแรกที่เขาถูกแจ้งข้อกล่าวหา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ก่อนที่ต่อมาจะถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อฯ และอื่น ๆ จากการชุมนุมที่บริเวณชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง และกรณีสลายการชุมนุมหน้ารัฐสภาฯ

"ผมมองว่าการจับกุมของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะกับเยาวชนควรทำให้ถูกต้องตามหลักสากล โดยเฉพาะการแจ้งข้อกล่าวหาและการดำเนินคดีควรทำให้โปร่งใสรวดเร็ว"

"ยังคงเคลื่อนไหวต่อ มองว่าเป็นเรื่องที่หยุดไม่ได้ ยิ่งเราโดนแล้วก็ไม่อยากให้ใครโดนเหมือนเราอีก"

ย้อนไปเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางให้ประกันตัวเยาวชนชายอายุ 16 ปี ซึ่งถูกตั้งข้อหาคดีหมิ่นสถาบันกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ภายหลังพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ยานนาวา ยื่นคำร้องต่อศาลฯ ให้ควบคุมเยาวชนซึ่งนับเป็นผู้ต้องหาคดี 112 ที่อายุน้อยที่สุด

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนยังได้รายงานว่า วันเดียวกันนี้ อัยการยังมีการนัดฟังคำสั่งฟ้องเยาวชนอีกรายหนึ่ง อายุ 17 ปี ผู้ถูกตั้งข้อหามีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคม (วอดำ) โดยไม่ได้รับอนุญาต จากกรณีชุมนุมรวมพลคนไม่มีจะกิน #ตีหม้อไล่เผด็จการ ที่สกายวอล์กปทุมวัน เมื่อวันที่ 10 ก.พ.

อย่างไรก็ตาม อัยการยังไม่มีคำสั่งในคดีเช่นกัน โดยนัดให้ฟังคำสั่งอีกครั้งในวันที่ 11 พ.ค. ต่อไป