โควิด-19 : เปิดประสบการณ์ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในสหราชอาณาจักร

อิสสริยา พรายทองแย้ม ใส่หน้ากาก มือกดสำลีที่ต้นแขนบริเวณที่ถูกฉีดวัคซีน

ที่มาของภาพ, ISSARIYA PRAITHONGYAEM/BBC Thai

    • Author, อิสสริยา พรายทองแย้ม
    • Role, บรรณาธิการวางแผนข่าว บีบีซีไทย

ในขณะที่หลายชาติดาหน้าพากันชะลอการฉีดวัคซีนโรคโควิด-19 ของอ็อกซ์ฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า สหราชอาณาจักรก็เดินหน้าฉีดวัคซีนนี้กับอีกหลายยี่ห้อให้ประชากรตัวเอง จนถึงขณะนี้ (18 มี.ค.) เกือบครึ่งหนึ่งของประชากรวัยผู้ใหญ่หรือราว 24 ล้านคน ต่างได้รับวัคซีนโรคโควิด-19 ไปแล้วคนละหนึ่งเข็ม ดิฉันเป็นหนึ่งในนั้น

เป้าหมายโครงการฉีดวัคซีนระยะแรก (ม.ค.-เม.ย.64) ของสหราชอาณาจักรคือฉีดให้คน 31.8 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มคนอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป คนที่อาศัยอยู่ในสถานดูแลผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข ผู้ที่ต้องได้รับการคุ้มกัน และกลุ่มคนที่มีสภาวะทางสุขภาพอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนก่อน

12 มี.ค. วันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีตัดสินใจชะลอการฉีดวัคซีนของอ็อกซ์ฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ไปก่อน เป็นวันเดียวกับที่ข้อความจากสำนักงานของหมอประจำบ้าน (General Practitioner หรือ GP) เด้งเข้ามาทางโทรศัพท์มือถือขอให้ไปลงทะเบียนทางออนไลน์เพื่อรับการฉีดวัคซีนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนใกล้บ้าน

17.00 น. เย็นวันที่ 13 มี.ค. วัคซีนยี่ห้อแอสตร้าเซนเนก้า 1 โดส เดินทางผ่านมือพยาบาลประจำศูนย์ เข้าสู่ร่างกายและเริ่มทำงาน สามวันก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเปลี่ยนใจหันไปรับวัคซีนยี่ห้อเดียวกันเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 16 มี.ค.

ฉีดวัคซีนใน 15 นาที

ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักในกรุงลอนดอนราว 20 นาที (เดินทางโดยรถยนต์) มีอาสาสมัครอย่างน้อย ๆ 20 คน คอยให้ความช่วยเหลือผู้ไปรับการฉีดวัคซีน เริ่มตั้งแต่วัดอุณหภูมิและแจกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้ก่อนจะเดินต่อไปยังตัวอาคาร

ศ.แอนดริว พอลลาร์ด หัวหน้าคณะนักวิจัยที่ทำหน้าที่ทดลองวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เข้ารับการฉีดวัคซีน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ศ.แอนดริว พอลลาร์ด หัวหน้าคณะนักวิจัยที่ทำหน้าที่ทดลองวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เข้ารับการฉีดวัคซีน

ที่หน้าประตูมีอาสาสมัครอีกหนึ่งคนคอยตรวจสอบชื่อ-นามสกุลว่าตรงกับที่มีการจองเวลาเพื่อรับวัคซีนหรือไม่ จากนั้นก็จะมีเจ้าหน้าที่อีกคนรอที่หน้าประตู คนนี้ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าทักทายต้อนรับอย่างเป็นกันเอง

เมื่อเข้าไปในตัวอาคารจะมีอาสาสมัครนำแบบฟอร์มมาให้กรอก เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเอง อาการแพ้ยา และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่จุดนี้มีการจัดเก้าอี้หลายสิบตัว เว้นระยะให้ผู้รับการฉีดวัคซีนนั่งกรอกข้อมูลห่างกัน ในขณะที่อาสาสมัครคอยเดินสอบถามว่าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ เมื่อกรอกแบบฟอร์มเสร็จ ส่งให้อาสาสมัครอีกคน โดยเก็บใบปลิวอธิบายผลข้างเคียงไว้กับตัว แล้วถึงเดินไปยังห้องฉีดวัคซีน แน่นอนที่หน้าประตูมีอาสาสมัครอีกหนึ่งคนยืนต้อนรับผายมือเชื้อเชิญไปยังโต๊ะที่ว่างอยู่

ในห้องฉีดวัคซีนมีโต๊ะที่มีที่กั้นเพื่อความเป็นส่วนตัวอยู่กว่าสิบโต๊ะ ทุกโต๊ะมีพยาบาลนั่งประจำ รอคนที่ไปรับวัคซีนเวียนเข้าออกอยู่ตลอดเวลา เมื่อรับวัคซีนเสร็จแล้ว จะมีอาสาสมัครชี้ทางออกจากตัวอาคาร ก่อนออกก็จะมีอีกคนส่งสติ๊กเกอร์รูปมงกุฎกลางดวงใจยืนยันว่าได้รับวัคซีนเข็มแรกเป็นที่เรียบร้อย ขั้นตอนทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงไม่เกิน 15 นาที

การฉีดวัคซีนให้คนหมู่มากดูจะมีความจำเป็นต้องเตรียมพร้อมทั้งสถานที่ เจ้าหน้าที่จำนวนมาก กำหนดตารางเวลาการฉีดวัคซีนที่ชัดเจน และมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้รับการฉีดวัคซีนพร้อม ซึ่งในกรณีของสหราชอาณาจักรนี้ ประชาชนจะลงทะเบียนรับการรักษาพยาบาลกับสำนักงานจีพีใกล้บ้าน ข้อมูลส่วนตัวรวมทั้งที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ จะจัดเก็บไว้ที่นั่น จึงทำให้หน่วยงานสาธารณสุขสามารถเข้าถึงผู้รับวัคซีนได้อย่างสะดวก

วัคซีนแต่ละโดส แต่ละยี่ห้อ มีอายุการใช้งาน และวิธีจัดเก็บภายใต้อุณหภูมิที่แตกต่างกัน นั่นหมายความว่าหากการบริหารจัดการฉีดวัคซีนไม่เป็นระบบ วัคซีนที่เสียงบประมาณจัดซื้อมาในราคาแพงก็อาจสูญเปล่า

มีหรือไม่มีผลข้างเคียง

ที่โต๊ะฉีดวัคซีน พยาบาลหญิงแนะนำตัวเองกับดิฉันว่าเธอคือคนที่จะฉีดวัคซีนให้ในวันนี้ และอธิบายผลข้างเคียงที่อาจเป็นไปได้ตั้งแต่อาการธรรมดา เช่น ปวดศีรษะ เป็นไข้ ที่สามารถบรรเทาได้ด้วยการทานยาพาราเซตามอล ไปจนถึงอาการที่ไม่ปกติ เช่น ปวดท้อง กินไม่ลง มีผื่น หรือเหงื่อออกมากผิดปกติ ซึ่งหากมีอาการอย่างหลังนี้ต้องติดต่อพบแพทย์ทันที

คำบรรยายวิดีโอ, วัคซีนโควิด: ทำไมบางประเทศจะไม่ได้รับวัคซีนจนกว่าจะถึงปี 2022

พยาบาลหญิงเล่าว่ากำลังจะหมดกะทำงาน วันนั้นซึ่งเป็นวันเสาร์เธอฉีดวัคซีนให้คนไปราว 70 คน และประเมินว่าที่ศูนย์ที่เธอทำหน้าที่อยู่น่าจะฉีดวัคซีนให้คนไปกว่าพันคน เว็บไซต์เอ็นเอชเอสอิงแลนด์ให้ข้อมูลว่าในอังกฤษ (ไม่รวมสกอตแลนด์และเวลส์) มีศูนย์ฉีดวัคซีนอยู่กว่า 1,600 แห่ง นั่นหมายความว่าประชากร 99% ในอังกฤษ จะมีศูนย์ฉีดวัคซีนอยู่ใกล้บ้านเป็นระยะทางราว 16 กม. อย่างน้อย 1 แห่ง

ก่อนเดินทางไปรับการฉีดวัคซีน ประชากรในสหราชอาณาจักรไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าวัคซีนที่จะได้รับการฉีดนั้น เป็นยี่ห้ออะไร กระทั่งได้นั่งอยู่บนเก้าอี้ถลกแขนเสื้อ ฟังคำอธิบายจากพยาบาลที่เตรียมเข็มบรรจุวัคซีนพร้อมฉีดให้ที่แขนข้างที่เลือก ก็จะได้คำตอบในเวลานั้นว่าวัคซีนที่จะได้รับนั้นใครคือผู้ผลิต ถึงตรงนี้ก็ต้องยอมรับว่ามีจังหวะลุ้นอยู่เหมือนกันว่าวัคซีนที่จะได้รับคือวัคซีนที่รัฐบาลไทยและหลายประเทศปฏิเสธรึเปล่า ซึ่งผลที่ออกมาคือวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า

เป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้วที่ชาติในยุโรป อาทิ เดนมาร์ก นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และอีกหลายประเทศ ชะลอการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไว้ก่อน หลังจากมีรายงานว่ามีคนจำนวนเล็กน้อยมีอาการเกี่ยวกับลิ่มเลือดหลังได้รับวัคซีน และยังมีรายงานว่าชายชาวอิตาเลียน อายุ 50 ปี เสียชีวิตหลังเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ หลังจากได้รับวัคซีน 1 โดส

แต่สำนักงานด้านการแพทย์ของยุโรปยืนยันว่าไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการได้รับวัคซีนทำให้เกิดอาการที่ว่าซึ่งไม่ได้ระบุอยู่ในรายชื่อผลข้างเคียงที่เกิดจากวัคซีน และประโยชน์ที่ได้รับจากวัคซีนยังมีมากกว่าความเสี่ยงเหล่านั้น เพราะฉะนั้นควรฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าต่อไปในระหว่างที่รอผลตรวจสอบในรายละเอียดเกี่ยวกับการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน ขณะที่องค์การอนามัยโลกก็ยืนยันว่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ามีความปลอดภัย และนั่นก็คือเหตุผลที่ทำให้ดิฉันอุ่นใจไปรับวัคซีนอย่างไม่กังวล

24 ชั่วโมงหลังได้รับวัคซีน ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้น ยกเว้นอาการครั่นเนื้อครั่นตัวคล้ายจะเป็นไข้ เมื่อทานยาพาราเซตามอลตามที่พยาบาลแนะนำ กับนอนพักนาน 1 ชั่วโมง อาการก็หายไป และไม่มีผลข้างเคียงอื่น ๆ อีกเลย

แต่เจมส์ กัลลาเฮอร์ ผู้สื่อข่าวสายวิทยาศาสตร์และสาธารณสุขของบีบีซี เล่าประสบการณ์รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไว้ทางเว็บไซต์บีบีซีนิวส์ว่า เขาซึ่งอยู่ในวัยสามสิบปีเศษ ไปรับวัคซีนในเวลา 09.30 น. แต่ปรากฏว่ามีอาการป่วยหนักแทบลุกจากเตียงไม่ได้อยู่สามวัน อาการแย่ที่สุดคือปวดศีรษะไมเกรน และอาเจียน ปวดเมื่อยตามร่างกาย หนาวสั่นและเหนื่อยล้า

ในฐานะผู้สื่อข่าวสายสาธารณสุข เจมส์ไปหาคำอธิบายว่าทำไมคนบางคนถึงมีผลข้างเคียงมากกว่าคนอื่น และผลข้างเคียงนั้นมาจากไหน

เจมส์ กัลลาเฮอร์
คำบรรยายภาพ, เจมส์ กัลลาเฮอร์ ผู้สื่อข่าวสายวิทยาศาสตร์และสาธารณสุขของบีบีซี และเป็นพิธีกรรายงานอินไซด์ เฮลธ์ (Inside Health) ทางบีบีซี เรดิโอ 4

ทำไมถึงเกิดผลข้างเคียง

วัคซีนโควิด-19 "หลอก" ร่างกายให้คิดว่ากำลังต่อสู้กับเชื้อไวรัส และทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายตอบสนองต่ออาการติดเชื้อที่เกิดขึ้น ในกรณีของเจมส์ ต้นแขนข้างที่ได้รับวัคซีนมีอาการปวดบวม เพราะระบบภูมิคุ้มกันทำงานเต็มที่ กระบวนการนี้อาจเกิดขึ้นในร่างกายทุกส่วนและทำให้เกิดอาการคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้ ตัวร้อน หนาวสั่น และคลื่นไส้

"นั่นเป็นเพราะการตอบสนองต่ออาการติดเชื้อ" เอเลนอร์ ริเลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกันและโรคติดเชื้อ มหาวิทยาลัยเอดินบะระ อธิบาย โดยเปรียบเทียบสิ่งที่เกิดขึ้นว่าไม่ต่างจากสัญญาณเตือนไฟไหม้ที่ทำจากสารเคมี ในกรณีของวัคซีนนี้สารเคมีกระจายไปทั่วร่างกายเพื่อเตือนว่ากำลังมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น

"มันทำให้ระบบตอบสนองของภูมิคุ้มกันตื่นตัวและส่งเซลล์ภูมิคุ้มกันไปยังเนื้อเยื่อบนแขนเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น" ศ.ริเลย์ บอก

ทำไมบางคนถึงมีผลข้างเคียงมากกว่าคนอื่น

อาการที่เป็นผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนไม่เป็นอะไรเลย บางคนมีอาการเล็กน้อยแต่ไปทำงานได้ แต่บางคนต้องนอนพัก

"ยิ่งอายุมากเท่าไหร่ อาการข้างเคียงก็จะน้อยตามไปด้วย คนอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป แทบจะไม่มีอาการข้างเคียงเลย" ศ.แอนดริว พอลลาร์ด หัวหน้าคณะนักวิจัยที่ทำหน้าที่ทดลองวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า บอก

ภาพหลอดวัคซีน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, วัคซีนแต่ละโดส แต่ละยี่ห้อ มีอายุการใช้งาน และวิธีจัดเก็บภายใต้อุณหภูมิที่แตกต่างกัน

ฟังดูแล้วไม่น่าแปลกใจที่เจมส์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี อายุสามสิบปีเศษ จะมีอาการข้างเคียงมากกว่าดิฉันที่มีอายุมากกว่าอยู่หลายปี

อย่างไรก็ดี ศ.ริเลย์ บอกกับรายการ Inside Health ทางเรดิโอโฟร์ ของบีบีซีว่า คนสองคนที่มีอายุเท่ากันอาจจะมีอาการตอบสนองต่อวัคซีนต่างกันก็ได้

"ระบบภูมิคุ้มกันของคนเราแตกต่างกันมากมายมหาศาล และนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมคนถึงมีอาการข้างเคียงต่างกัน" นั่นหมายความว่าระบบภูมิคุ้มกันของคนบางคนทำงานมากกว่าและมีแนวโน้มที่จะตอบสนองต่อวัคซีนในทางที่รุนแรงกว่า

อีกปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มโอกาสเพียงเล็กน้อยที่ทำให้เกิดอาการข้างเคียงก็คือการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มาแล้ว ซึ่งในกรณีนี้การได้รับวัคซีนจะยิ่งทำให้ภูมิคุ้มกันแข็งแกร่งมากขึ้น

ศ.พอลลาร์ด ที่เป็นหัวหน้านักวิจัยผู้ทำการทดลองวัคซีนของอ็อกซ์ฟอร์ด บอกเจมส์ว่าไม่ต้องกังวลว่าวัคซีนโดสที่สองจะทำให้เกิดผลข้างเคียงเหมือนเข็มแรก พูดง่าย ๆ ว่าเข็มที่สองนี้ถือว่าไม่รุนแรงเลยเมื่อเทียบกับเข็มแรก แต่เขาเตือนว่ามีข้อมูลชี้ว่าวัคซีนโรคโควิด-19 ยี่ห้อไฟเซอร์ โดสที่ 2 อาจทำให้มีผลข้างเคียงมากกว่าโดสแรก

สำหรับดิฉัน เมื่อการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มแรกแทบจะไม่เกิดผลข้างเคียงมากนัก อีก 11 สัปดาห์ ก็จะไปรับวัคซีนอีก 1 โดส ซึ่งพยาบาลแจ้งว่าน่าจะเป็นยี่ห้อเดิมเช่นเดียวกัน