แก้รัฐธรรมนูญ: ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง "ไพบูลย์ นิติตะวัน" ขอให้วินิจฉัยอำนาจรัฐสภาในการแก้ รธน.

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องที่รัฐสภาขอให้วินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐและ นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา เสนอญัตติ

วันนี้ (18 ก.พ.) สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเปิดเผยว่าที่ประชุมองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงแล้ว เห็นว่า รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ ซึ่งกรณีนี้ที่ประชุมรัฐสภาเห็นว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาในการเสนอร่างรัฐรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย"

นอกจากนี้ เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้อง 4 คน ทำความเห็นเป็นหนังสือส่งมายังศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 3 มี.ค. 2564 และกำหนดนัดประชุมครั้งต่อไปวันพฤหัสบดีที่ 4 มี.ค.2564 ผู้เกี่ยวข้องทั้ง 4 คนประกอบด้วย

  • นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ
  • นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
  • นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญและอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
  • นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีขึ้นหลังจากที่ที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 ก.พ. เห็นชอบกับญัตติด่วนของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และนายสมชาย แสวงการ ส.ว. ที่ขอให้รัฐสภาพิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 ของรัฐสภา เพื่อตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ด้วยคะแนน 366 ต่อ 315 งดออกเสียง 15 เสียง

มติของรัฐสภาทำให้หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่จริงใจและต้องการยื้อเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว. กลาโหม ได้ปฏิเสธ พร้อมกับย้ำว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายของรัฐบาล ยืนยันว่ารัฐบาลจริงใจและสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเขาไม่มีสิทธิไปสั่งการใด ๆ ถ้าสมาชิกรัฐสภาหาข้อยุติกันไม่ได้ก็ต้องผ่านกระบวนการศาล

"ถ้าย้อนกลับไปก็จะเห็นได้ว่ารัฐบาลสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เป็นนโยบายอยู่แล้ว หน้าที่ของรัฐบาลก็คือเสนอเข้าไปที่รัฐสภา จากนั้นก็เป็นขั้นตอนของสภา เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่ารัฐบาลไปเกี่ยวข้องตรงนี้ ไม่จริงใจ ผมว่าไม่ใช่ อย่าเอามาพันกันแบบนี้ รัฐบาลจริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญ แต่จะแก้ยังไงก็ไปว่ากันมา มันถูกต้องไม่ถูกต้อง แก้ได้ แก้ไม่ได้ ทุกคนก็มีสติปัญญา มีความคิดเห็นเป็นของตัวเองไม่ว่าจะ ส.ส. หรือ ส.ว. ดังนั้นต้องหาข้อยุติให้ได้ ถ้าไม่ได้ก็ต้องผ่านกระบวนการศาล ก็ว่ากันไป ผมไม่มีสิทธิไปสั่งการตรงนี้ ผมนำเสนอเข้าไปแล้ว" นายกฯ กล่าว