ม.112: ส.ส.ก้าวไกล 9 คนไม่ร่วมลงชื่อแก้กฎหมายหมิ่นฯ พิธาชี้ "เป็นประชาธิปไตยในพรรค"

ที่มาของภาพ, Getty Images
พรรคก้าวไกลยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เสนอแก้ไขกฎหมายคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก 5 ฉบับ หนึ่งในนั้นคือประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ขณะที่กลุ่มไทยภักดียื่นกว่า 1 แสนรายชื่อคัดค้าน ระบุพรรคการเมืองบางพรรคหวังให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาสถาบันกษัตริย์
วันนี้ (10 ก.พ.) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำ ส.ส. 44 คนยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เสนอแก้ไขกฎหมายคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก 5 ฉบับ ซึ่งรวมถึงประมาลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งระบุว่า "ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี"
นายพิธายืนยันว่าการเสนอแก้ไขกฎหมายดังกล่าว มีเป้าหมายและหลักการเพื่อทำให้สถาบันกษัตริย์เป็นที่เคารพสักการะ ปราศจากการติฉินนินทา หรือดึงสถาบันฯ ออกจากการเมือง ป้องกันไม่ให้ใครแอบอ้างความจงรักภักดีโจมตีอีกฝ่ายหรือใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งปิดปาก
หัวหน้าพรรคก้าวไกลยังได้อ้างถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้ (9ก.พ.) ที่อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" 4 รายในฐานความผิดมาตรา 112 และ 116 และศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวโดยอ้างว่าคดีดังกล่าวมีโทษรุนแรง ทำให้จำเลยทั้ง 4 คนต้องถูกกักขังระหว่างการพิจารณาคดีจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเป็นการแสดงออกทางการเมืองโดยสันติ ไม่ใช่การก่ออาชญากรรมร้ายแรง
"ปัญหาของเรื่องนี้อยู่ที่ตัวบทกฎหมายและโครงสร้างการบังคับใช้ ซึ่งกระทบสิทธิพื้นฐานของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่...หนทางที่ควรดำเนินการก่อนที่จะสายคือการแสวงหากุศโลบายที่สอดคล้องกับยุคสมัยเพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันกับประชาชน ภายใต้ระบบนิติรัฐ และทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ปลอดจากการเมือง ปกเกล้าแต่ไม่ปกครอง" นายพิธากล่าว
ทั้งนี้มี ส.ส. พรรคก้าวไกลจำนวน 9 คนไม่ได้ร่วมลงชื่อสนับสนุนญัตตินี้ ซึ่งนายพิธากล่าวว่าถือเป็นประชาธิปไตยภายในพรรคที่ต้องยอมรับซึ่งกันและกัน หลายคนอาจชอบหรือไม่ชอบ แต่ยืนยันว่าพรรคก้าวไกลยังมีความเป็นเอกภาพ
ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล สรุปสาระสำคัญของร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า ทางพรรคฯ เสนอให้กฎหมายระบุว่าผู้ติชมหรือแสดงความเห็นโดยสุจริตและเป็นประโยชน์สาธารณะไม่ถือว่าเป็นความผิด และหากบุคคลใดถูกตั้งความผิดในลักษณะนี้และพิสูจน์ได้ว่า เรื่องที่พูดนั้นเป็นความจริงไม่ต้องรับโทษ
นอกจากนี้ยังเสนอแก้ไขบทลงโทษในกฎหมายหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดาว่าให้ตัดโทษจำคุกออก เหลือเพียงโทษปรับไม่เกิน 140,000 บาท
นายชัยธวัชยืนยันว่าการที่พรรคก้าวไกลเสนอกฎหมายไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการล้มล้างการปกครองและไม่ได้ถือเป็นการยกเลิกกลไกคุ้มครองพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ เพียงแต่เป็นการปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัย
"เราไม่ได้ยกเลิกกฎหมายที่เป็นการคุ้มครองพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ แต่ปรับปรุงเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยเช่นเดียวกับในหลายประเทศที่ก็ปรับเปลี่ยนไปแล้วจำนวนมาก ในกฎหมายของเรายังคงโทษจำคุกไว้และมีโทษปรับ แต่ลดความรุนแรงลงมาเพื่อให้เข้ากับสัดส่วนความผิด และยังจะทำให้การรักษาพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ไทยถูกวิพากวิจารณ์น้อยลงในสังคมโลก บางคนอาจมองว่ามากเกินไป บางคนอาจมองว่ายังน้อยเกินไป แต่เราเห็นว่านี่เป็นข้อเสนอที่ทุกฝ่ายพอจะคุยและยอมรับกันได้ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง" นายชัยธวัชกล่าว
ส่วนที่มีกลุ่มไทยภักดีมายื่นคัดค้านเป็นเรื่องปกติและเป็นสิทธิที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่การผลักดันแก้กฎหมาย 5 ฉบับนี้จะนำมาสู่การถูกร้องให้ยุบพรรคก้าวไกล นายชัยธวัชกล่าวว่าไม่กังวล หากมีผู้ร้องก็จะต่อสู้ พร้อมกับยืนยันว่าการเสนอแก้กฎหมายเหล่านี้เป็นไปเพื่อปกป้องเสรีภาพของประชาชนที่ถูกคุมคาม

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
"กลุ่มไทยภักดี" ชี้พรรคการเมืองหวังให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาสถาบันกษัตริย์
วันเดียวกันนี้ นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี นำรายชื่อประชาชน 101,568 รายชื่อ ยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อคัดค้านการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยมีนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภาคนที่สอง เป็นตัวแทนรับมอบรายชื่อ
นพ.วรงค์ระบุว่ารายชื่อที่ยื่นในวันนี้รวบรวมจากประชาชนหลากหลายอาชีพที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว และยืนยันว่าประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไม่ได้จำกัดสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของประชาชน เว้นแต่ผู้ที่มีเจตนาดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันตามบทกฎหมายดังกล่าว
แกนนำกลุ่มไทยภักดีกล่าวว่าขณะนี้มีกลุ่มการเมืองบางกลุ่มมีเจตนาร้ายต่อสถาบันกษัตริย์ โดยใช้คำว่า "ปฏิรูปสถาบัน" อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมกล่าวให้ร้ายต่อสถาบัน เพื่อมุ่งหวังให้ประขาชนเกิดความเสื่อมศรัทธา
เขาให้ความเห็นว่าประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นกฎหมายที่ปกป้องคุ้มครองสถาบัน ไม่ต่างจากกฎหมายหมิ่นประมาทประชาชนทั่วไปหรือกฎหมายคุ้มครองประมุขแห่งรัฐในต่างประเทศ
"กลุ่มไทยภักดีขอแสดงจุดยืนในการคัดค้านการกระทำใด ๆ ของกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่จะแก้ไขกฎหมายมาตรานี้ เพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" นพ. วรงค์ระบุ











