อภิปรายไม่ไว้วางใจ: ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รมต. ล็อกเป้าพี่น้อง 3 ป. พ่วง 2 หัวหน้าพรรค

tnp

ที่มาของภาพ, Thai news pix

คำบรรยายภาพ, คาดว่าจะสามารถเปิดอภิปรายได้ 16-19 ก.พ.นี้ โดยในการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลครั้งนี้ มี 4 รัฐมนตรีที่ถูกยื่นซักฟอกซ้ำสอง

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ยื่นรายชื่อสมาชิกชภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคร่วมฝ่ายค้าน 208 คน เพื่อยื่นญัตติด่วนต่อประธานสภาฯ ขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรีจาก 3 พรรคร่วมรัฐบาล โดยเป็นครั้งแรกหลังการเลือกตั้งที่หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจรายบุคคล

ในจำนวนรัฐมนตรีผู้ถูกยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ 10 คน มี 4 คน ที่เคยถูกฝ่ายค้านเปิดการซักฟอกมาแล้วเมื่อปี 2563 ได้แก่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา, และ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งทั้งหมดรอดจากการซักฟอกที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พร้อมใจกันลงมติ "ไว้วางใจ" โดย ร.อ. ธรรมนัส ได้รับคะแนนไว้วางใจน้อยที่สุด

ในรัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายอยู่ในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 2 คน ได้แก่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นายสุชาติ ชมกลิ่น พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 2 คน ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 2 คน ได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และ นายนิพนธ์ บุญญามณี

การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ยังมี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล 2 พรรค เข้าร่วมการอภิปรายด้วย 2 พรรค ได้แก่ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และพรรคไทยศรีวิไลย์ ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องและจะดำเนินการเข้าสู้ระเบียบวาระการประชุม คาดว่าจะสามารถเปิดอภิปรายได้ 16-19 ก.พ.

รัฐมนตรีที่จะถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีทั้งสิ้น 10 คน ได้แก่

  • พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  • พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี
  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  • นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

พฤติการณ์ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านบรรยายในญัตติยื่นซักฟอกต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

  • พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

เอกสารยื่นญัตติจากฝ่ายค้านระบุถึงเหตุของการยื่นอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ บางส่วนว่า "บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรม จริยธรรม ไร้ภาวะผู้นำ"

นอกจากนี้ยังปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเพื่อสร้างความมั่นคั่งให้กับตนเองและพวกพ้อง ขณะที่ประชาชนดำรงชีวิตอย่างลำบากในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งยิ่งทำให้สภาพเศรษฐกิจดิ่งเหว

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

คำบรรยายภาพ, ในการซักฟอกเมื่อเดือน ก.พ. ปีที่แล้ว ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติ "ไว้วางใจ" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ด้วยคะแนนเสียง 272 ต่อ 49 งดออกเสียง 2

สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ในด้านการบริหาร ฝ่ายค้านระบุว่า "ไม่มีความรอบคอบ ระมัดระวังในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน ไม่รักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐ มุ่งประโยชน์แต่การสร้างความนิยมชมชอบให้กับตนเอง"

ฝ่ายค้านยังบรรยายพฤติการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ "ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์และทำลายผู้เห็นต่าง ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนและสื่อมวลชน" อีกทั้ง "ไม่ยึดมั่นและศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำลายและเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน นำสถาบันเป็นข้ออ้างเพื่อแบ่งแยกประชาชน แอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเกราะปิดบังความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินของตนเอง"

  • พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

"ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลใช้งบประมาณของรัฐเพื่อสร้างความร่ำรวย มั่งคั่งให้กับตนเอง ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ" คือส่วนหนึ่งที่ฝ่ายค้านระบุในญัตติของ พล.อ.ประวิตร และชี้ว่าจงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

  • อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

"บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาด บกพร่องอย่างร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ และไร้ความสามารถ ไม่ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้มีการแพร่ระบาด ในรอบสองอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว"

และ "ปกปิด อำพรางการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรค เพื่อเปิดช่องให้มีการทุจริต แสวงหาประโยชน์บนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ดำเนินนโยบายที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน"

  • จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

พฤติการณ์โดยสรุปชี้ว่า "บริหารราชการแผ่นดิน บกพร่อง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรม จริยธรรม ไร้ภาวะผู้นำ ไร้สำนึก ไร้ความรับผิดชอบ ลอยตัวหนีปัญหา เลือกปฏิบัติ พูดอย่างทำอย่าง" และ "แต่งตั้งบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ เข้ามาเพียงเพื่อแสวงหาประโยชน์แก่ตนเอง และพวกพ้อง"

  • พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

พฤติการณ์โดยสรุปชี้ว่า "บริหารราชการแผ่นดินโดยมิได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม แต่กลับใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ เพื่อตนเองและพวกพ้อง ใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อวางแผนในการทุจริตอย่างเป็นระบบและแยบยล ปล่อยปละละเลยให้องค์กรในกำกับมีการทุจริตอย่างกว้างขวาง"

  • ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

พฤติการณ์โดยสรุปตามญัตติของฝ่ายค้านระบุว่า "ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไม่เคารพหลักการสิทธิมนุษยชน ละเว้นและบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรมจริยธรรม ไร้สำนึก ไร้ความรับผิดชอบ ขาดวุฒิภาวะและความเป็นผู้นำที่ดี ใช้อำนาจแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำในลักษณะกดขี่ข่มเหงข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ"

  • สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

พฤติการณ์โดยสรุปตามญัตติของฝ่ายค้านระบุว่า "บริหารราชการผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ ปล่อยปละละเลยให้มีการแสวงหาประโยชน์จากผู้ใช้แรงงาน ไม่กำกับควบคุมผู้ใช้แรงงานต่างด้าวให้เป็นระบบ จนเกิดแรงงานผิดกฎหมายจำนวนมาก สร้างผลกระทบอย่างชัดเจนต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จนส่งผลเสียหายแก่ประเทศและเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง"

สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

คำบรรยายภาพ, การจัดซื้อจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เป็นหนึ่งในประเด็นที่ทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ถูกฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
  • ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

พฤติการณ์โดยสรุปตามญัตติของฝ่ายค้านระบุว่า "บริหารรราชการแผ่นดินโดยเห็นแก่ผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง โดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่เกิดกับประเทศชาติและประชาชน เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนผูกขาด เพื่อให้มีสิทธิดำเนินงานในกิจการของรัฐ โดยไม่รักษาผลประโยชน์ของรัฐ ทุจริตต่อหน้าที่และปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต"

  • นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

พฤติการณ์โดยสรุปตามญัตติของฝ่ายค้านระบุว่า "ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดคุณธรรมและจริยธรรม ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน"

  • ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

พฤติการณ์โดยสรุปตามญัตติของฝ่ายค้านระบุว่า "บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่อง ล้มเหลวอย่างร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ และกระทำการอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ แสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ใช้งบประมาณของรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง โดยไม่รักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด"

นอกจากนี้ยังชี้ถึงประเด็นคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ. ธรรมนัส ไว้ว่า "ปกปิดข้อมูลความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในการยื่นหรือการแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เข้าสู่ตำแหน่งโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลกร่างเถื่อน และสร้างอิทธิพลให้กับบริวารและพวกพ้อง" รวมถึงกรณี "การแต่งตั้งคู่สมรสที่อยู่กินฉันสามีภรรยาเป็นข้าราชการการเมือง โดยไม่คำนึงถึงวุฒิภาวะและความเหมาะสม"