โตโต้ : แกนนำกลุ่ม "วีโว่" เดินหน้างาน "มวลชนอาสา" ไม่กลัวโดนคดี 112

โตโต้ ปิยรัฐ จงเทพ

ที่มาของภาพ, ปฏิภัทร จันทร์ทอง / Thai News Pix

ในการชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยนำโดยนักเรียนนักศึกษาระลอกใหม่ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 มีกลุ่มเคลื่อนไหวเกิดขึ้นหลายกลุ่ม หนึ่งในนั้นคือ "มวลชนอาสา" ซึ่งอาจจะเป็นที่คุ้นหูคนทั่วไปมากกว่าในชื่อวีโว่ ที่มาจากชื่อเต็มว่า We Volunteer ภายใต้การนำของนายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศเมื่อวันที่ 19 พ.ย. ว่าจะใช้กฎหมายทุกมาตราเอาผิดผู้ชุมนุม ภายในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ บรรดานักเคลื่อนไหวคนสำคัญหลายคนได้รับหมายเรียกให้ไปรายงานตัวในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

แม้จะไม่ใช่หนึ่งในนั้น แต่โตโต้ถูกตำรวจนอกเครื่องแบบแสดงหมายจับกุมตัวเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2563 ในข้อกล่าวหาจากการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่น และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จากการขึ้นปราศรัยที่จังหวัดอุบลราชธานี

นักเคลื่อนไหววัย 30 ปี บอกกับบีบีซีไทยเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2563 ไม่กี่วันก่อนจะจัดกิจกรรมเคาต์ดาวน์ "เผากุ้งขาย-จำหน่ายกุ้งสด" ที่ท้องสนามหลวงว่า "ตัวผมเองยังไม่มีหมาย 112 มาถึง แต่คาดว่าก็คงอีกไม่นาน รอคิวไว้อยู่ เพราะว่าเวทีนั้นเป็นเวทีที่ผมขึ้นพูดกับเพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ ที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม"

นับตั้งแต่เริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2557 วันนั้นเป็นครั้งแรกที่เขาปราศรัยถึงการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์โดยไม่รู้สึกสะทกสะท้าน

"ผมไม่ได้มีความกลัวแล้วก็ความกล้าหาญมากกว่าคนอื่นหรอก เพียงแต่ว่า เนื้อหาที่ผมพูดนั้นก็ไม่ได้ต่างไปจากการอภิปรายในสภาที่อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ได้พูดไว้ ก็อ้างอิงเนื้อหาจากการอภิปรายในสภานี่แหละมาพูด ล้วนแต่เป็นเรื่องวิชาการ แล้วก็มองว่าเป็นสิ่งที่ต้องพูดด้วย เพราะว่าคนอาจจะไม่เข้าใจ แล้วก็อาจจะมองข้ามไป" โตโต้ กล่าว

"คาถาที่หมดความศักดิ์สิทธิ์"

ในวันนั้นโตโต้พูดเรื่องการโอนย้ายกรมทหารราบที่ 1 และกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ และเรื่องการโอนย้ายทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ไปอยู่ภายใต้พระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย ซึ่งส่วนตัวเขาคิดว่า "ไม่ถูกต้องชอบธรรม"

โตโต้ เดินในกลุ่มสมาชิกวีโว่

ที่มาของภาพ, กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร/Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, "ไม่ต้องไปยึดติดกับ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่บ้านผมไม่ได้บังคับให้ผมว่าจะต้องนับถือศาสนา" โตโต้กล่าว

แม้เขาจะยังไม่โดนตั้งข้อหาตามมาตรา 112 แต่ข้อมูลที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรวบรวมไว้นับตั้งแต่การประกาศรายชื่อผู้ถูกดำเนินคดีตามมาตรานี้ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2563 พบว่า มีผู้ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกและชุมนุมทางการเมืองในข้อหานี้แล้วทั้งสิ้นอย่างน้อย 39 ราย ใน 25 คดี สมาชิกกลุ่มวีโว่ของเขาเป็น 1 ในนั้น โดยสถิตินี้นับคดีที่ผู้ได้รับหมายเรียกแต่ยังไม่ได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาด้วย

"มันเป็นไม้ตายสุดท้ายที่เขาคิดว่าจะใช้ได้ผล แต่คาถานี้มันเป็นคาถาที่หมดความศักดิ์สิทธิ์ไปนับตั้งแต่ที่คุณตัดสินใจใช้แล้ว เพราะว่าคาถานี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อผู้ใช้นั้น เป็นที่เคารพยำเกรงของประชาชน แต่เมื่อมาตรา 112 ผู้ใช้ไม่ได้เป็นที่เคารพยำเกรงของประชาชน ผมคิดว่ามันไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว" ปิยรัฐ กล่าว

คนใส่ชุดไทยถือเค้ก

ที่มาของภาพ, ปฏิภัทร จันทร์ทอง / Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, น.ส.จตุพร แซ่อึง สมาชิกกลุ่มวีโว่ที่ถูกตั้งข้อหา 112 กับเค้กที่ผู้สนับสนุนนำมามอบเป็นกำลังใจ โดยตกแต่งหน้าเค้กเป็นรูปที่เธอสวมชุดไทยสีชมพูเดินพรมแดงในงานศิลปะคณะราษฎรเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2563

เขาเห็นว่าคนรุ่นใหม่แม้กระทั่งนักเรียนชั้นมัธยมได้ออกมาพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นสังคมไทยควรต้องรับรู้ว่ามาตรา 112 ไม่ใช่กฎหมายที่น่ากลัวอีกต่อไปแล้ว แต่จะกลายเป็นสิ่งที่บั่นทอนและทำลายความเชื่อมั่นศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม และสถาบันกษัตริย์เอง

โตโต้ คือใคร

ปิยรัฐซึ่งเกิดและเติบโตที่กาฬสินธุ์ เล่าว่า เขาเริ่มสนใจการเมืองตั้งแต่เข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2552 ความอยากรู้อยากเห็นทำให้เขาลองเข้าไปร่วมการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "กลุ่มคนเสื้อแดง"

"ขณะนั้นยังอยู่ปี 1 ก็เข้าร่วมขบวนการกับคนเสื้อแดง แล้วก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารล้อมปราบที่วัดปทุมวนารามด้วย" โตโต้เล่าว่าเขาเข้าร่วมในเหตุการณ์ครั้งนั้น เพราะอยากรู้ว่า "เสื้อแดงเป็นแบบไหน" แต่ประสบการณ์นั้นก็นำมาซึ่งการตั้งคำถามว่า "ทำไมคนอยู่ในเหตุการณ์ต้องติดคุก ทำไมคนที่ฆ่าคนอื่นทำไมถึงรอดได้ ทำไมถึงไม่มีการลงโทษ"

โตโต้ ถูกใส่กุญแจมืออยู่ในรถนำส่งผู้ต้องหา

ที่มาของภาพ, Piyarat Chongthep/Facebook

คำบรรยายภาพ, เช้าวันที่ 26 พ.ย. 2563 ตำรวจอุบลราชธานีนำส่งตัวโตโต้ ไปยังศาลอุบลราชธานี เพื่อขออำนาจศาลฝากขัง

การผ่านเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงเวลาแห่งการแตกหัก "กรุงเทพมหานครกลายเป็นสมรภูมิรบ กลายเป็นจุดที่มีเสียงปืนเสียงระเบิดตลอดเวลา ตลอดวัน ตลอดคืน" ทำให้เขารู้สึกหดหู่และส่งผลกระทบต่อจิตใจจนต้องพักฟื้นแรมปี

"ผมต้องหยุดเรียนไปเลย แล้วก็ย้ายสถานที่เรียนด้วย ก่อนหน้านั้นผมเรียนที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังครับ ในปี 52-53 ก็ทำให้สภาพจิตใจย่ำแย่ ป่วย ถือว่า ทรุดโทรม พอปี 54 ก็เลยต้องย้าย โอนย้ายไปเรียนที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ" เมื่อไปเรียนที่ใหม่ เขาได้ก่อตั้งกลุ่ม anti-sotus และกลุ่มเรียกร้องการปฏิรูปการรับน้องและการประชุมเชียร์

เมื่อเกิดการรัฐประหารในปี 2557 เขาได้เข้าร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองกับกลุ่มที่มีอุดมการณ์ตรงกันข้ามกับกลุ่มที่เคยเข้าร่วม

"ปลายปี 56 ต้นปี 57 ช่วงที่คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ออกมาเรียกร้องให้คุณยิ่งลักษณ์ยุบสภา ตอนนั้นเราก็ออกมาเรียกร้องกับคุณสุเทพนะ" แต่เมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) ประกาศว่า "ยุบสภาก็ไม่พอ" เขาก็ถอนตัวและย้ายค่ายอีกครั้ง กลายมาเป็นผู้เคลื่อนไหวต่อต้าน กปปส. อย่างเต็มตัว เพราะเห็นว่านายสุเทพ "คือผู้ที่ต้องการทำให้เกิดการรัฐประหาร"

โตโต้ และสมาชิกวีโว่

ที่มาของภาพ, Piyarat Chongthep/Facebook

คำบรรยายภาพ, โตโต้ และสมาชิกกลุ่มวีโว่ ถูกตำรวจจับและนำตัวไปที่ สน.พญาไท หลังทางกลุ่มปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ลวดหนามหีบเพลงเมื่อคืนวันที่ 7 ธ.ค. 2563

โตโต้ยังเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองต้านรัฐประหารหลายครั้ง และรอดจากการถูกดำเนินคดีมาได้ ก่อนจะถูกจับกุมจากการแสดงอารยะขัดขืนด้วยการฉีกบัตรออกเสียงลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2559 การกระทำความผิดครั้งนั้นทำให้ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษปรับ 6,000 บาท และจำคุก 6 เดือน แต่ให้รอลงอาญาไว้ก่อน

เมื่อเรียนจบได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงด้านวิศวกรรมไฟฟ้าเมื่อปี 2557 โตโต้ทำธุรกิจส่วนตัวและยังเคลื่อนไหวทางการเมืองไปด้วย และเคยลงสมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์เขต 1 ในนามพรรคอนาคตใหม่ โดยหวังจะเข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ทั้งฉบับ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของทางพรรค

เดินหน้างานมวลชนอาสาสู่ "ชัยชนะ"

โตโต้ เติบโตมาในครอบครัวชนชั้นกลางในเมืองต่างจังหวัด แม่เป็นข้าราชการครู พ่อเป็นนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ทั้งสองเลี้ยงดูเขาให้มีอิสระทางความคิดและมีความเป็นผู้ใหญ่ ไม่ห้ามปรามเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพียงแต่แสดงความห่วงใย

"ไม่ต้องไปยึดติดกับ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่บ้านผมไม่ได้บังคับให้ผมว่าจะต้องนับถือศาสนา"

ภาพด้านหลังของกลุ่มคน

ที่มาของภาพ, Piyarat Chongthep/Facebook

คำบรรยายภาพ, โตโต้ โพสต์ข้อความบรรยาพภาพนี้ทางเฟซบุ๊กว่า การเคลื่อนไหว "เวียดกงโมเดล" เขาบอกว่า ตรอกซอกซอยในกรุงเทพฯ คือชัยภูมิที่ดีและเหมาะสมที่สุดในการลำเลียง เสมือนเส้นสายช่องทางใต้ดินของถ้ำเวียดกงที่ใช้ต่อกรกับสหรัฐฯ การเคลื่อนไหวรูปแบบนี้รัฐไทยรับมือไม่ทัน เขาจึงเรียกมันว่า "บางกอกโมเดล"

ที่มากลุ่ม "วีโว่"

การเคลื่อนไหวต่อต้าน กปปส. คือที่มาของ "วีโว่" ที่เกิดจากการที่เขาและเพื่อนร่วมกันก่อตั้งกลุ่มสามพระจอมเกล้าปกป้องประชาธิปไตย แต่แยกย้ายกันไปก่อนจะกลับมาพบกันโดยบังเอิญช่วงที่กลุ่มเยาวชนปลดแอกจัดการชุมนุมครั้งแรกในเดือน ก.ค.

"ก็เลยคิดว่าเราน่าจะกลับมาช่วยเหลือภารกิจน้อง ๆ อีกครั้งหนึ่งได้ ก็เลยกลับมาก่อตั้ง แต่ว่าเราเปลี่ยนชื่อเพจ จากเพจสามพระจอมเกล้าปกป้องประชาธิปไตย เป็น We Volunteer หรือว่า มวลชนอาสา" แกนนำกลุ่มวีโว่เล่า

จากสมาชิก 30-40 คน ในช่วงแรก ขณะนี้กลุ่มวีโว่ซึ่งใช้สัญลักษณ์เป็นผ้าพันคอสีเหลืองมีสมาชิกมากถึง 700 คนทั่วประเทศ หลังเปิดรับสมัครมา 11 รุ่น ซึ่งสมาชิกแต่ละรุ่นต้องเข้ารับการอบรมหลายอย่าง รวมถึงด้านกฎหมายและการปฐมพยาบาล การสัมมนา การทำภารกิจ และการประเมินผล การทำงานของกลุ่มจะแบ่งกันตามสายบังคับบัญชา คอยอำนวยความสะดวก ให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคแก่กลุ่มแกนนำการชุมนุม และเป็นหัวเรือใหญ่จัดกิจกรรมชุมนุมเองบ้างเป็นครั้งคราว

ภาพแคปหน้าจอ

ที่มาของภาพ, Piyarat Chongthep/Facebook

คำบรรยายภาพ, โตโต้ โพสต์คลิปที่สมาชิกกลุ่มวีโว่ถูกแก๊สน้ำตา ในการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 17 พ.ย. บริเวณถนนสามเสน

"ถ้าถามว่า signature ของwevo คืออะไรหลายคนคงตอบว่า 'การกวนตีน' แต่ถ้าถามผม ผมคิดว่าน่าจะเป็น การรอคอย… รอว่าพวก wevo จะไปโผล่ที่ไหน มันคือมนต์เสน่ห์ของ ชาว wevo" โตโต้ โพสต์ข้อความนี้ทางเพจเฟซบุ๊กทางการของเขาเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.

การจัดกิจกรรมหลายครั้งที่ผ่านมาของกลุ่มวีโว่สะท้อนถึงเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ทั้งการไปเก็บลวดหนามหีบเพลงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาใช้สกัดการเคลื่อนขบวนของผู้ชุมนุม ที่แยกอุรุพงษ์เมื่อคืนวันที่ 7 ธ.ค. โดยอ้างว่าได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่สัญจรไปมาในละแวกนั้นจนกลายเป็นข่าวใหญ่ หรือการจัดกิจกรรม "หยุดจ๊วบจ๊าบชุดไทย" ที่หน้า สน.ยานนาวา เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. เพื่อให้กำลังใจผู้ที่ถูกตั้งข้อหามาตรา 112

ล่าสุดคือกิจกรรม "เผากุ้งขาย-จำหน่ายกุ้งสด" ที่ท้องสนามหลวงจนเป็นเหตุให้ถูกจับกุมเพราะฝ่าฝืนข้อกำหนดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจากการทำกิจกรรมที่ทำให้เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคโควิด-19 ก่อนจะได้รับการประกันตัว

ภาพสมาชิกกลุ่มวีโว่เผชิญหน้ากับตำรวจ

ที่มาของภาพ, กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร/Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, สมาชิกกลุ่มวีโว่ (ผ้าพันคอสีเหลือง) เผชิญหน้ากับตำรวจ ระหว่างการพยายามปฏิบัติภารกิจเก็บลวดหนามบริเวณแยกเทเวศน์ เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2563

โตโต้มองการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยอย่างมีความหวังแม้จะยังดูเลือนลาง "ชนะแน่ ๆ แต่ไม่รู้เมื่อไหร่" เขาเชื่อในเรื่องวัฏจักรการเปลี่ยนแปลงและความเป็นพลวัตที่ "สิ่งใหม่มาแทนสิ่งเก่าเสมอ"

"อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน"

เมื่อถามว่าสังคมไทยในอุดมคติของเขามีภาพเป็นอย่างไร โตโต้บอกว่าเขาต้องการเห็นทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน

"ที่สำคัญคือกฎหมายสูงสุดของประเทศควรจะเป็นกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์ในการบังคับใช้กับทุกชนชั้นและไม่ใช่เพื่อชนชั้นใดชนชั้นหนึ่ง ผมต้องการเห็นประเทศไทย ปกครองในระบอบประชาธิปไตย จะมีกษัตริย์เป็นประมุขก็ได้หรือจะไม่มีก็สุดแล้วแต่สถานการณ์ในเบื้องหน้านั้น แต่ถ้ามีกษัตริย์เป็นประมุข ผมก็อยากให้เป็นประมุขแบบประเทศอังกฤษ ประเทศสวีเดนหรือจะให้เป็นแบบประเทศญี่ปุ่นก็ได้ ผมไม่มีปัญหา"

คำบรรยายวิดีโอ, หน่วยงานสิทธิมนุษยชนยูเอ็น "ตกใจ" และ "กังวล" ที่ไทยใช้ ม.112 กับเด็ก