วันเฉลิม: จากปีแห่งความเศร้าสู่ปีแห่งการสู้เพื่อผู้ลี้ภัยการเมืองของสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์

สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, กุลธิดา สามะพุทธิ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

"เจอ"

สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ตอบคำถามที่ถูกถามมาแล้วหลายครั้งในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา—คิดว่าจะเจอน้องชายที่หายตัวไปหรือไม่

4 มิ.ย. 2564 ครบรอบ 1 ปีเต็มที่วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองวัย 37 ปี หายตัวไปจากหน้าคอนโดมิเนียมในกรุงพนมเปญ ผู้เป็นพี่สาวยังมั่นใจว่าจะได้พบ "ต้าร์"... ไม่ว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

ไม่เพียงเชื่อมั่นว่าจะพบน้องชาย แต่สิตานันยังมั่นใจด้วยว่าเธอจะสามารถเปิดโฉมหน้าผู้ก่อเหตุอุ้มหายวันเฉลิมได้ด้วย

ความมั่นใจนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เธอเดินทางไปให้ข้อมูลและหลักฐานต่อศาลไต่สวนประจำศาลแขวงกรุงพนมเปญ และลงไปสืบสวนหาหลักฐานบางอย่างด้วยตัวเองอยู่นานนับเดือน

หากปี 2563 เป็นปีแห่งความเศร้าที่น้องชายต่างมารดาซึ่งเธอรักและสนิทมากที่สุดถูกอุ้มหาย ปี 2564 ของสิตานันจะเป็นปีแห่งการสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้วันเฉลิม รวมถึงผู้ลี้ภัยทางการเมืองคนอื่น ๆ ด้วย แม้จะรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะมีความเสี่ยงอะไรบ้าง เธอบอกกับบีบีซีไทยหลังจากเดินทางกลับจากกัมพูชาเมื่อต้นเดือน ธ.ค. 2563

"เราเลยจุดกลัวมาแล้ว เราเลือกที่จะเดินทางนี้แล้ว ตอนนี้คนที่จะต้องกลัวไม่ใช่เรา คนกระทำความผิดต่างหากที่ต้องกลัว" สิตานันกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

2563

  • กรุงเทพฯ

ครึ่งปีแรกของปี 2563 สิตานัน วัย 48 ปี ยังสนุกกับการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กิจการไปได้ดี ไม่มีเรื่องอะไรให้กังวล จริงอยู่ว่าน้องชายยังลี้ภัยอยู่ในกัมพูชา แต่การได้คุยกันผ่านแอปพลิเคชั่นสนทนาเกือบทุกวันทำให้เธอสบายใจและคิดว่าเขาปลอดภัยดี สองพี่น้องยังคุยกันว่าสถานการณ์โควิดดีขึ้นเมื่อไหร่ก็จะนัดไปเที่ยวกัน

นักกิจกรรมชูป้าย

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ยืนถือป้ายเรียกร้องความเป็นธรรมให้วันเฉลิมเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดการชุมนุมใหญ่เรียกร้องประชาธิปไตยและปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

แต่แล้วเย็นวันที่ 4 มิ.ย. ทุกอย่างในชีวิตก็เปลี่ยนไป เมื่อได้รับแจ้งจากเพื่อนของน้องว่าน้องชายของเธอถูกชายกลุ่มหนึ่งลักพาตัวขึ้นรถหายไป สิตานันบอกว่าเธอเริ่มตามหาน้องตั้งแต่วันนั้น

วันที่ 5 มิ.ย. นักศึกษาและนักสิทธิมนุษยชนราว 50 คน รวมตัวกันที่สกายวอล์ก แยกปทุมวัน หนึ่งในนั้นคือ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ "รุ้ง" ซึ่งถือป้ายที่เขียนข้อความว่า "คนต้องไม่ตายเพราะพูดความจริง"

สิตานันไม่รู้จักนักกิจกรรมเหล่านั้นสักคน และไม่รู้ด้วยว่าทำไมเขาและเธอถึงออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้น้องชายของเธอ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่หลายครั้ง

ประเด็นการหายตัวไปของวันเฉลิมและผู้ลี้ภัยทางการเมืองอีกอย่างน้อย 8 ราย ที่สูญหายและเสียชีวิตหลังรัฐประหารปี 2557 กลายเป็นหนึ่งในชนวนเหตุที่ทำให้การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย-ขับไล่รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากการชุมนุมในช่วงต้นปีหยุดไปเนื่องจากการระบาดของโควิด-19

จากแค่แปลกใจกลายเป็นความอดรนทนไม่ได้ เมื่อนักกิจกรรมหลายคนถูกดำเนินคดีจากการออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้น้องชายของเธอ

"เรามาคิดว่าทุกคนโดนคดีเพื่อเรา ทุกคนเสี่ยงเพื่อเรา เราจะไม่ช่วยตัวเองเหรอ เราอยากให้ทุกคนพูดเรื่องวันเฉลิม แต่ทุกคนก็มีเรื่องที่เขาต้องพูด แต่ทำไมเราไม่ลุกขึ้นมาพูดเรื่องของตัวเอง ทำไมเราต้องให้คนเหล่านั้นไปเสี่ยงกับการพูดเรื่องของเรา ก็เลยคิดว่าต่อจากนี้ เราต้องลุกขึ้นมาพูดเรื่องของเรา" สิตานันเล่าถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอ "เปิดหน้าสู้"

สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ชีวิตของสิตานันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากนักธุรกิจอสังหาฯ มาเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้ลี้ภัยการเมือง

เธอพักการทำธุรกิจไว้ก่อน แล้วใช้เงินเก็บทั้งหมดที่มีมาเป็นทุนในการตามหาน้องชายและค้นหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่

ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากนักธุรกิจอสังหาฯ มาเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้ลี้ภัยการเมือง เธอมีเพื่อนใหม่เป็นสมาชิกในครอบครัวของผู้ลี้ภัย และมี "น้อง ๆ" เพิ่มมาอีกหลายคน ทั้งรุ้ง (ปนัสยา) เพนกวิ้น (พริษฐ์ ชิวารักษ์) และไมค์ (ภาณุพงศ์ จาดนอก)

  • พนมเปญ

ควบคู่ไปกับการรณรงค์เรียกร้องความเป็นธรรมและสิทธิของผู้ลี้ภัยทางการเมืองต่อสาธารณะ สิตานัน ซึ่งได้รับความช่วยเหลือด้านกฎหมายจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนและมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้จ้างทนายความชาวกัมพูชาเพื่อเดินเรื่องขอให้ทางการกัมพูชาสืบสวนการหายตัวไปของนายวันเฉลิม

ในที่สุดศาลไต่สวน (Investigative Judge) ประจำศาลแขวงกรุงพนมเปญ ก็ได้ส่งหมายเรียกเธอไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับ "การควบคุมตัวหรือการกักขังโดยผิดกฎหมาย การครอบครองอาวุธที่เกิดขึ้นในบริเวณอพาร์ตเมนต์ Mekong Gardens ที่ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำแม่โขง อำเภอ Chroy Changva ชุมชน Chroy Changva กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา"

สิตานันและทีมทนายใช้เวลาและพบอุปสรรคมากมายกว่าจะได้วีซ่าเข้าประเทศกัมพูชาด้วยความช่วยเหลือของกรมการกงสุล และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมรายงานว่าสิตานันให้การต่อศาลว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังพูดคุยกับวันเฉลิมทางแอปพลิเคชั่นไลน์ ได้ยินเสียงดังเหมือนสิ่งของกระแทกกันและได้ยินวันเฉลิมพูดว่า "หายใจไม่ออก" หลายครั้ง และเสียงผู้ชายหลายคนพูดกันเป็นภาษาเขมรประมาณ 16 นาที หลังจากนั้นสัญญาณได้ตัดไป เธอพยายามโทรกลับไปหาวันเฉลิมอีกหลายครั้งแต่ไม่สามารถติดต่อได้อีก

"หลักฐานเหล่านี้ดิฉันเชื่อมั่นว่าเพียงพอสำหรับตุลาการผู้ไต่สวนคดีที่จะสั่งให้เจ้าหน้าที่กัมพูชาดำเนินการให้มีการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมต่อไปได้ว่า ได้เกิดอะไรขึ้นกับวันเฉลิมในวันที่ถูกคนร้ายอุ้มหายไป มีรายละเอียดอย่างไร กลุ่มชายในชุดดำที่มีอาวุธเป็นใคร และใครอยู่เบื้องหลังการก่ออาชญากรรมร้ายแรงดังกล่าว เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดฟ้องต่อศาลชั้นต้นแห่งกรุงพนมเปญ เพื่อลงโทษผู้กระทำผิดและผู้อยู่เบื้องหลังต่อไป" มูลนิธิผสานวัฒนธรรมรายงานคำให้การของสิตานัน

"อย่างไรก็ตามดิฉันและทีมทนายความก็จะพยายามรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเท่าที่จะทำได้ โดยจะส่งผ่านให้ทนายความกัมพูชายื่นต่อตุลาการผู้ไต่สวนคดีต่อไปหลังจากที่เดินทางกลับประเทศไทยไปแล้ว"

แม้การเดินทางครั้งนี้จะมีเป้าหมายอยู่ที่การเข้าให้ข้อมูลต่อศาลในวันที่ 8 ธ.ค. 2563 เพื่อพิสูจน์ว่าวันเฉลิมอยู่ในกรุงพนมเปญและถูกลักพาตัวไปจากหน้าคอนโดมิเนียมแม่โขงการ์เดนส์จริง เพื่อให้ศาลรับเป็นคดีและเปิดการไต่สวนหาผู้ก่อเหตุ แต่ภารกิจสำคัญไม่แพ้กันคือการพยายามหาหลักฐานเกี่ยวกับการหายตัวไปของวันเฉลิมให้ได้มากที่สุด เพราะท่าทีที่ผ่านมาของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา ทำให้สิตานันและทีมทนายรู้ดีว่าไม่อาจหวังให้พวกเขาดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ได้

สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, 4 ธ.ค. 2563 ครบ 6 เดือนที่วันเฉลิมหายตัวไป สิตานันนิมนต์พระสงฆ์มาทำบุญ ณ จุดที่เขาถูกพบเห็นเป็นครั้งสุดท้ายในกรุงพนมเปญ

สิตานันสรุปให้บีบีซีไทยฟังว่า ศาลใช้เวลาไต่สวนเพียงแค่ 1 ชั่วโมง 20 นาที และผู้พิพากษายังไม่มีคำสั่งว่าจะรับเป็นคดีหรือไม่ และขอให้ไปหาพยานหลักฐานเพิ่มอีก 2 สิ่งซึ่ง "เปิดเผยไม่ได้ว่าเป็นอะไร แต่ถ้าเราได้มา ศาลก็อาจจะพิจารณารับเป็นคดี"

หลังเสร็จสิ้นกระบวนการที่ศาล สิตานันและทนายสรุปกันว่าความหวังที่ศาลจะรับเป็นคดีนั้นมีไม่มากนัก

"เราทำใจไว้อยู่แล้วว่าศาลอาจจะไม่รับเป็นคดี เราแค่อยากไปตั้งต้นกระบวนการยุติธรรม ตอนนี้เราจะนำข้อมูลที่เราหามาได้เองมาตีแผ่ เพราะเรามองว่าหน่วยงานของรัฐไม่มีใครสืบสวนเรื่องนี้ให้เราอยู่แล้ว มีแต่จะกลบเกลื่อน" สิตานันกล่าว

"ข้อมูลที่หามาได้เอง" ที่เธอเอ่ยถึงนั้น ได้มาจากการพบปะผู้คนในกัมพูชาหลายสิบคน ตั้งแต่รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชา นักข่าวต่างประเทศที่ยังคงตามขุดคุ้ยเรื่องนี้ในกัมพูชา ไปจนถึงผู้ลี้ภัยการเมืองที่ยังอยู่ในพนมเปญ รวมถึงการลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับวันเฉลิมและที่เกี่ยวพันกับคดี

วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์

ที่มาของภาพ, Facebook/Wanchalearm Satsaksit

คำบรรยายภาพ, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยการเมืองวัย 37 ปี หายตัวไป 7 เดือนแล้วนับตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. 2563

แม้เจ้าหน้าที่คอนโดฯ และตำรวจจะไม่อนุญาตให้เธอเข้าไปในห้องพักของวันเฉลิม แต่สิตานันก็ได้ข้อมูลไม่น้อยจากอดีต "รูมเมท" ของวันเฉลิม

แม้จะต้องฝ่าฟันขั้นตอนต่าง ๆ มากมายกว่าจะได้เดินทางมา ต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายแสนบาท รวมถึงเสี่ยงอันตรายและถูกติดตามในบางวัน สิตานันสรุปว่าการเดินทางไปกรุงพนมเปญครั้งนี้ "ได้ผลที่น่าพอใจ" และทำให้รู้ว่าจะสู้ต่อไปอย่างไร

2564

ระหว่างอยู่พนมเปญ สิตานันและทีมทนายได้รับการติดต่อจากผู้ลี้ภัยการเมืองคนไทยซึ่งอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและต้องการความช่วยเหลือ

"พอรู้ว่าพวกเราไป ผู้ลี้ภัยที่อยู่ในกัมพูชาก็อยากจะมาคุย มาขอความช่วยเหลือ แต่เขากลัว บางคนนัดแล้วไม่มา บางคนมาถึงแล้วไม่กล้าออกมาพบ ซึ่งเราก็เข้าใจเขานะ..."

สิตานันเปิดเผยว่าในวันสุดท้ายก่อนกลับ ผู้ลี้ภัยคนหนึ่งตัดสินใจมาพบเธอ

"เขาน่าสงสารเขามาก" สิตานันเล่าด้วยเสียงสั่นเครือ โดยขอไม่เปิดเผยชื่อผู้ลี้ภัยที่เธอได้พบ

"เขาออกไปไหนก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ คนใกล้ชิดของเขาในไทยขอให้เราหาทางช่วยให้เขาออกมา (จากกัมพูชา) เพราะกลัวว่าเขาจะตาย กลัวจะโดนเหมือนต้าร์... มันก็เลยเหมือนว่ามีงานอีกงานหนึ่งที่เราต้องทำต่อ ที่จะต้องช่วยน้อง ๆ ผู้ลี้ภัยหลาย ๆ คน" สิตานันบอก

ประท้วงที่สถานทูตกัมพูชา

ที่มาของภาพ, Reuters

นับจากนี้ไป การเคลื่อนไหวของเธอไม่ได้เป็นไปเพื่อวันเฉลิมคนเดียวอีกแล้ว แต่ยังเป็นไปเพื่อผู้ลี้ภัยคนอื่น ๆ ทั้งที่สูญหาย เสียชีวิตและที่ยังมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความเสี่ยง เธอตั้งใจว่าจะทำงานเรื่องผู้ลี้ภัยทางการเมืองอย่างเต็มตัว

ไม่กี่วันหลังจากที่สิตานันให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน ผู้นำการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยและการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ตลอดปี 2563 โพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ว่า

"ปีหน้า (2564) จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ตั้งเป้าไว้ เราจะพาเพื่อนผู้ลี้ภัยทางการเมืองกลับบ้าน มาฉลองปีใหม่ 2565 ด้วยกันที่ราชดำเนิน"

ไม่ว่าจะโดยบังเอิญหรือไม่ เป้าหมายการทำงานที่สิตานันและอานนท์เปิดเผยออกมานั้น ส่งสัญญาณชัดว่าปี 2564 จะเป็นอีกปีหนึ่งที่เรื่อง "ผู้ลี้ภัยทางการเมือง" เป็นประเด็นสำคัญในการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน

line

ล่าสุดจากทางการไทยและกัมพูชา กรณี "วันเฉลิม"

ระหว่างที่สิตานันเดินทางไปกรุงพนมเปญ ทางการไทยและกัมพูชาพูดถึงการดำเนินการกรณีวันเฉลิม ดังนี้

4 ธ.ค.2563 ไชย คิมเขื่อน โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยว่าตำรวจกัมพูชารับทราบถึงการเดินทางมาพนมเปญของสิตานันและทีมทนายความ

แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อจากญาติผู้เสียหายโดยตรง และแนะนำให้ญาตินำหลักฐานที่มีมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะได้เริ่มกระบวนการสืบสวนสอบสวน

"(สิตานัน) เรียกร้องให้ตำรวจกัมพูชาตามหาน้องชายของเธอ... ถ้าเธอมีหลักฐานว่านายวันเฉลิมหายตัวไปในกัมพูชา ก็ควรส่งหลักฐานนั้นให้ตำรวจเพื่อนำไปสืบสวนสอบสวนต่อ แทนที่จะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าตำรวจว่าไม่ดำเนินการใด ๆ ในเรื่องนี้" โฆษกตำรวจกัมพูชากล่าว

คำบรรยายวิดีโอ, 6 เดือนกับการหายตัวไปของ "วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์"

7 ธ.ค. 2563 นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ สรุปการดำเนินการของทางการไทยเกี่ยวกับกรณีนายวันเฉลิม ดังนี้

  • ทางการไทยได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายกัมพูชาทันทีที่ได้รับทราบว่านายวันเฉลิมหายตัวไปเมื่อเดือน มิ.ย. โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ได้มีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกัมพูชาขอความร่วมมือตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และได้ประสานงานกับฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง
  • กต. มีความห่วงใยสวัสดิภาพของนายวันเฉลิมโดยถือเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงที่จะดูแลให้ความช่วยเหลือทางกงสุลแก่คนไทยในต่างประเทศที่ตกทุกข์ รวมทั้งได้ประสานงานและให้คำแนะนำกับ น.ส. สิตานัน มาอย่างต่อเนื่อง
  • กต. ได้อำนวยความสะดวก ผ่านกรมการกงสุล และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ให้ น.ส. สิตานันสามารถเดินทางไปกัมพูชา เพื่อให้ข้อมูลต่อผู้พิพากษา ตามคำเชิญของศาลชั้นต้นกรุงพนมเปญ อย่างไรก็ดี ฝ่ายไทยไม่สามารถให้ความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับคดีดังกล่าว เพราะอยู่ระหว่างการดำเนินการโดยฝ่ายกัมพูชา

25 พ.ค. 2564 น.ส. สิตานันเปิดเผยกับบีบีซีไทยว่าได้รับแจ้งจากทนายกัมพูชาว่า ศาลกัมพูชาได้ออกหมายเรียกพยานอย่างน้อย 2 คนที่มาไต่สวนแล้ว แต่ไม่ทราบกำหนดนัดของศาล โดยพยาน 2 คนนี้อยู่ในบัญชีรายชื่อพยานบุคคลที่ทางครอบครัวยื่นให้ศาลกัมพูชาพิจารณาเรียกมาสอบสวน

2 มิ.ย. 2564 น.ส. สิตานันและนางกัญญา ธีรวุฒิ แม่ของนายสยาม ธีรวุฒิ ผู้ลี้ภัยอีกคนหนึ่งที่ถูกบังคับให้สูญหาย พร้อมด้วยทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เดินทางเข้ายื่นหนังสือทวงถามความหน้าคดีกับ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

ต่อมาเว็บไซต์ข่าว TCIJ รายงานว่านายจิรัฐ ทองผิว ผู้แทนดีเอสไอ กล่าวในงานเสวนาออนไลน์ในหัวข้อ "ถอดบทเรียนสังคมไทย 1 ปีอุ้มหายวันเฉลิม" ร่วมจัดโดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลและมูลนิธิผสานวัฒนธรรมว่า ศูนย์บริหารคดีพิเศษได้ส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาเนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดได้ตรวจสอบกับกระทรวงการต่างประเทศและทราบว่าสำนักงานตำรวจของกัมพูชาแจ้งว่า ยังไม่มีหลักฐานว่าการหายตัวไปของวันเฉลิมเกิดขึ้นที่กัมพูชา และไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีการกระทำความผิดดังกล่าว สำนักงานอัยการสูงสุดจึงส่งเรื่องกลับมาที่ดีเอสไอ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานว่าวันเฉลิมไม่ได้หายตัวที่กัมพูชาจริงหรือไม่ และมีการอุ้มหายจริงหรือไม่ เบื้องต้นกำหนดกรอบเวลาการทำงานไว้ 6 เดือนนับจากวันที่ดีเอสไอรับเรื่องเมื่อเดือน ม.ค. 2564