6 เดือน "วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์" สูญหาย พี่สาวนิมนต์พระทำพิธี ณ จุดที่น้องชายถูกอุ้มในพนมเปญ

ที่มาของภาพ, NArin Sun/BBC Thai
แม้จะรู้ดีว่าการนิมนต์พระสงฆ์สามรูปมาทำพิธีทางศาสนา ณ จุดที่นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์นำตัวขึ้นรถไปจากหน้าที่พักในกรุงพนมเปญ ไม่อาจจะช่วยให้น้องชายของเธอกลับคืนมาหรือทำให้ได้เบาะแสเกี่ยวกับการหายตัวไปของเขาเพิ่มขึ้น แต่มันก็ทำให้ น.ส. สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวผู้ซึ่งตามหาน้องชายที่สูญหายมาตลอด 6 เดือนเต็มรู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง
"เราไม่รู้หรอกว่าชะตากรรมของเขาเป็นยังไง แต่เขาหายตัวไปครบ 6 เดือนแล้ว เราก็อยากทำบุญเพื่อความสบายใจของเรา อยากทำสิ่งนี้ให้น้องชายเรา" น.ส. สิตานันบอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยก่อนทำพิธี
นอกจากจะทำบุญให้นายวันเฉลิมแล้ว น.ส. สิตานันยังขอให้พระสงฆ์พรมน้ำมนต์และพรให้เธอและทีมทนายให้ประสบความสำเร็จในการตามหาน้องชายของเธอหรือพบหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับคดี
"เราอธิษฐานขอให้สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดและการเดินทางมากัมพูชาในครั้งนี้ประสบความสำเร็จและได้รับข่าวดี...เราไม่รู้ว่าเราจะได้พบเขาหรือไม่ แต่ความหวังสูงสุดของครอบครัวก็คืออยากได้เขากลับคืนมา" น.ส. สิตานันกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยเสียงสั่นเครือ
- วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ : สำรวจจุดเกิดเหตุและคำบอกเล่าจากผู้เห็นเหตุการณ์ “อุ้มหาย”
- วันเฉลิม: พี่สาวผู้ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อตามหาน้องชายวอน "ถ้าเขาเสียชีวิตไปแล้ว ก็ขอให้ได้พบศพ"
- ครบ 5 เดือน "วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์" หายตัว ครอบครัวเตรียมเดินทางไปกัมพูชาหวังได้หลักฐานเพิ่ม
- วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ : ครอบครัวออกแถลงการณ์วอนทุกฝ่ายร่วมทำความจริงให้ปรากฏ
ทางด้านโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยว่ายังไม่ได้รับการติดต่อจากญาติผู้เสียหายโดยตรง และแนะนำให้ญาตินำหลักฐานที่มีมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะได้เริ่มกระบวนการสืบสวนสอบสวน ขณะที่ น.ส. สิตานันยืนยันว่าได้พยายามติดต่อตำรวจกัมพูชาหลังจากวันเฉลิมหายตัวไปใหม่ ๆ แต่ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เธอและทีมทนายจึงตัดสินใจยื่นคำร้องต่ออัยการศาลสอบสวน ประจำศาลแขวงประจำกรุงพนมเปญแทน
นายวันเฉลิม นักกิจกรรมทางการเมืองวัย 37 ปี ลี้ภัยไปอยู่กัมพูชาหลังปฏิเสธที่จะไปรายงานตัวตามหมายเรียกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังรัฐประหาร ปี 2557 เขาซ่อนตัวอยู่หลายแห่งจนกระทั่งมาปักหลักอยู่ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งไม่ไกลนักจากใจกลางกรุงพนมเปญ และเริ่มทำธุรกิจเล็ก ๆ
ภาพจากกล้องวงจรปิดและคำบอกเล่าของผู้เห็นเหตุการณ์ เชื่อได้ว่านายวันเฉลิมถูกชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งลักพาตัวไปจากหน้าคอนโดมีเนียมช่วงเย็นวันที่ 4 มิ.ย. ซึ่งวันนี้ (4 ธ.ค.) เป็นวันที่เขาหายตัวไปครบ 6 เดือนเต็ม
สิตานัน นักธุรกิจวัย 48 ปี พร้อมด้วยทีมทนายความจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรมและศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรวมทั้งหมด 4 คน เดินทางมาถึงกรุงพนมเปญของกัมพูชาตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย. หลังจากกักตัวครบ 14 วันตามมาตรการป้องกับการระบาดของโควิด-19 ทั้งหมดได้เดินสายพบบุคคลและองค์กรต่าง ๆ เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เขาถูกลักพาตัวไป รวมทั้งเดินทางมาดูจุดที่มีผู้พบเห็นนายวันเฉลิมเป็นครั้งสุดท้ายที่แม่โขงการ์เดนส์ คอนโดมีเนียม

ที่มาของภาพ, NArin SUn/BBC Thai
การเดินทางมาที่กรุงพนมเปญของ น.ส. สิตานันและทีมทนายความมีขึ้นหลังจากครอบครัวสัตย์ศักดิ์สิทธิ์ตัดสินใจจ้างทนายความชาวกัมพูชา เพื่อเดินเรื่องขอให้ทางการกัมพูชาสืบสวนการหายตัวไปของนายวันเฉลิม
ต่อมาในวันที่ 6 ต.ค. น.ส. สิตานันได้รับหมายเรียกจากศาลสอบสวน (Investigative Judge) ประจำศาลแขวงประจำกรุงพนมเปญ ให้ไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับการหายตัวไปของนายวันเฉลิม
หมายเรียกดังกล่าวเขียนเป็นภาษากัมพูชา ลงวันที่ 2 ต.ค. 2563 ระบุว่า "ให้เดินทางไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับการควบคุมตัวหรือการกักขังโดยผิดกฎหมาย การครอบครองอาวุธที่เกิดขึ้นในบริเวณอพาร์ตเมนต์ Mekong Gardens ที่ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำแม่โขง อำเภอ Chroy Changva ชุมชน Chroy Changva กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา" ในวันที่ 19 ต.ค. เพื่อดำเนินการในทางคดีอาญา ก่อนจะเลื่อนไปเป็นวันที่ 8 ธ.ค.
"เป็นปฏิบัติการที่ไม่ธรรมดา"
การปรากฏตัวของ น.ส. สิตานันและทีมทนายความจากไทย บริเวณหน้าที่พักของนายวันเฉลิมวันนี้ ได้รับความสนใจจากผู้สื่อข่าวในกัมพูชาจำนวนมาก ซึ่ง น.ส. สิตานันได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเธอมีหลักฐานพร้อมที่จะยืนยันว่าน้องชายของเธอ "เคยอยู่ที่นี่และหายไปจากที่นี่จริง"
ผู้สื่อข่าวถามว่า หกเดือนผ่านไปแต่ยังไร้วี่แววของนายวันเฉลิม เธอยังคิดว่าน้องชายมีชีวิตอยู่หรือไม่ และใครเป็นคนก่อเหตุ

ที่มาของภาพ, NArin Sun/BBC Thai
น.ส. สิตานันตอบว่าเธอไม่รู้ชะตากรรมของวันเฉลิม ส่วนใครเป็นผู้ก่อเหตุนั้นเป็นคำถามที่เธอเองก็อยากรู้เช่นกัน และหวังว่าทางการไทยและกัมพูชาจะเร่งสอบสวนและตอบคำถามนี้แก่เธอและครอบครัวได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้ก็คือนี่เป็น "เป็นปฏิบัติการที่ไม่ธรรมดา"
"เราไม่ทราบว่า (การอุ้มหายวันเฉลิม) จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลใด แต่สิ่งหนึ่งที่เราทราบคือมันเป็นปฏิบัติการที่ไม่ธรรมดา เพราะมันไม่ง่ายที่คนปกติจะเข้ามาปฏิบัติการเช่นนี้ในช่วงที่เกิดโควิดและมีการปิดประเทศ ทำให้เราจินตนาการได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้"
โฆษก ตร.กัมพูชา ยืนยันไม่ได้ละเลยคดี
ไชย คิมเขื่อน โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชาบอกกับบีบีซีไทยว่าตำรวจกัมพูชารับทราบถึงการเดินทางมาพนมเปญของ น.ส. สิตานันและทีมทนายความ แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก น.ส. สิตานัน
"(น.ส. สิตานัน) เรียกร้องให้ตำรวจกัมพูชาตามหาน้องชายของเธอ...ถ้าเธอมีหลักฐานว่านายวันเฉลิมหายตัวไปในกัมพูชา ก็ควรส่งหลักฐานนั้นให้ตำรวจเพื่อนำไปสืบสวนสอบสวนต่อ แทนที่จะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าตำรวจว่าไม่ดำเนินการใด ๆ ในเรื่องนี้"
ด้าน น.ส. สิตานันกล่าวว่าเธอและทีมทนายความได้พยายามติดต่อตำรวจกัมพูชาเพื่อแจ้งความเกี่ยวกับการหายตัวไปของวันเฉลิมตั้งแต่เกิดเหตุใหม่ ๆ แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ จึงตัดสินใจจ้างทนายความชาวกัมพูชาดำเนินการยื่นคำร้องต่ออัยการศาลแขวงพนมเปญโดยตรง และเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมาก็ได้ทำหนังสือเพื่อขอพบกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบใด ๆ เช่นกัน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เธอมั่นใจว่าจะหลักฐานที่มี ทั้งพยานบุคคล ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอต่าง ๆ ที่จะนำเสนอต่อศาลในวันที่ 8 ธ.ค. นี้จะทำให้ศาลเชื่อว่านายวันเฉลิมถูกลักพาตัวไปจากหน้าที่พักในกรุงพนมเปญจริง
นายสัม จำเริญ ทนายความชาวกัมพูชาที่ครอบครัวสัตย์ศักดิ์สิทธิ์ว่าจ้างให้ดำเนินคดีนี้กล่าวว่าเขาเชื่อมั่นว่า น.ส. สิตานันจะสามารถ นำเสนอข้อมูลต่อศาลเพื่อยืนยันว่าวันเฉลิมเคยอยู่ที่นี่และหายตัวไปจากที่นี่จริง
"เธอเดินทางมาไกลและใช้เวลาหลายวันในพนมเปญ ทั้งยังต้องกักตัวนานถึง 14 วัน เราจึงหวังว่าการให้การต่อศาลในวันที่ 8 ธ.ค. นี้จะทำให้คดีนี้มีความคืบหน้า" นายสัมกล่าวกับบีบีซีไทย











