วันเฉลิม: พี่สาวให้ข้อมูล-หลักฐานต่อศาลพนมเปญ พิสูจน์น้องชายถูกอุ้มหายในกัมพูชา

ที่มาของภาพ, NArin Sun/BBC Thai
น.ส. สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่หายตัวไปเมื่อ 6 เดือนก่อน เข้าให้ข้อมูลและหลักฐานต่อศาลแขวงประจำกรุงพนมเปญ เพื่อพิสูจน์ว่าน้องชายเคยอยู่และถูกบังคับให้สูญหายในกัมพูชา หวังให้อัยการส่งฟ้องเป็นคดีอาญาหาผู้ก่อเหตุ
น.ส. สิตานัน นักธุรกิจวัย 48 ปี ตัดสินใจจ้างทนายความชาวกัมพูชาเดินเรื่องขอให้ทางการกัมพูชาสืบสวนการหายตัวไปของนายวันเฉลิมเมื่อเดือน ก.ค. หลังจากเห็นว่าไม่มีความคืบหน้าในการต่อมาเธอได้รับหมายเรียกจากผู้พิพากษาไต่สวน ประจำศาลแขวงประจำกรุงพนมเปญ ให้เดินทางมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการหายตัวไปของน้องชายในเวลา 09.00 น. วันนี้ (8 ธ.ค.) ซึ่งผู้พิพากษาไต่สวนจะนำข้อมูลประกอบสำนวนส่งพนักงานอัยการพิจารณาว่าจะส่งฟ้องเป็นคดีอาญาหรือไม่
"เราไม่รู้หรอกว่า (ศาลแขวงกรุงพนมเปญ) จะรับเป็นคดีหรือเปล่า แต่เราก็อยากให้ศาลและให้ทุกคนที่นี่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับวันเฉลิม" น.ส. สิตานันกล่าวกับบีบีซีไทย
ที่ผ่านมาทางการกัมพูชาอ้างว่าไม่มีหลักฐานยืนยันว่านายวันเฉลิมอยู่ในกัมพูชาหรือเหตุบังคับสูญหายเกิดขึ้นในกัมพูชา แต่ น.ส. สิตานันยืนยันว่า "คนที่อยู่ละแวกนั้น (คอนโดที่พักของนายวันเฉลิม) ยืนยันได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขา"
- 6 เดือน "วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์" สูญหาย พี่สาวนิมนต์พระทำพิธี ณ จุดที่น้องชายถูกอุ้มในพนมเปญ
- วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ : สำรวจจุดเกิดเหตุและคำบอกเล่าจากผู้เห็นเหตุการณ์ “อุ้มหาย”
- วันเฉลิม: พี่สาวผู้ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อตามหาน้องชายวอน "ถ้าเขาเสียชีวิตไปแล้ว ก็ขอให้ได้พบศพ"
- วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ : ครอบครัวออกแถลงการณ์วอนทุกฝ่ายร่วมทำความจริงให้ปรากฏ
ขณะที่มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเผยแพร่คำพูดของ น.ส. สิตานันก่อนขึ้นศาลวันนี้ว่า "ขอขอบคุณตุลาการศาลกัมพูชาที่ได้มีหมายเรียกให้มาให้การ ดิฉันเชื่อมั่นว่ามีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่สามารถยืนยันว่าวันเฉลิมพักอาศัยในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชาและถูกกลุ่มบุคคลที่ใช้อาวุธบังคับตัวขึ้นรถสูญหายไป"

ที่มาของภาพ, Facebook/Wanchalearm Satsaksit
น.ส. สิตานันยืนยันว่าน้องชายของเธอไม่มีเหตุขัดแย้งกับผู้ใดในกัมพูชาทั้งในเรื่องส่วนตัวและธุรกิจ แต่ตลอดเวลาที่ลี้ภัย นายวันเฉลิมยังคงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ นายพลในกองทัพและรัฐบาลชุดปัจจุบันมาโดยตลอด
"เนื่องจากอาชญากรรมร้ายแรงนี้เกิดขึ้นข้ามแดนในดินแดนของประเทศกัมพูชา จากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่มีอยู่ ดิฉันขอเรียกร้องให้ทางการกัมพูชาดำเนินการด้วยความเต็มใจและจะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการสืบสวนสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดีนี้ ดิฉันและครอบครัวหวังว่าจะได้รับความยุติธรรม ทราบชะตากรรมของนายวันเฉลิม และทางการกัมพูชาจะนำตัวผู้กระทำผิดจริงมาดำเนินคดีได้ในไม่ช้า" เธอระบุ
เกิดอะไรขึ้นในศาล
น.ส. สิตานันกล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังเสร็จสิ้นกระบวนการในศาลว่าผู้พิพากษาไต่สวนขอให้เธอเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายวันเฉลิมและเธอได้มอบหลักฐานทั้งหมดให้ผู้พิพากษาแล้ว
"เราได้เล่าให้ท่าน (ผู้พิพากษาไต่สวน) ฟังและมอบเอกสารที่เราเตรียมมาทั้งหมดให้ท่านแล้ว หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับทางการกัมพูชาว่าจะสืบสวนเพิ่มเติมหรือไม่" น.ส. สิตานันกล่าวและให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า จากคำถามที่ผู้พิพากษาสอบถามเธอในศาล สามารถวิเคราะห์ได้ว่าผู้พิพากษามีข้อเท็จจริงบางอย่างตรงกับที่เธอมี โดยเฉพาะประเด็นที่นายวันเฉลิมพักอาศัยอยู่และถูกลักพาตัวไปจากหน้าที่พักในกรุงพนมเปญ
อย่างไรก็ตามศาลได้ขอให้ น.ส. สิตานันหาหลักฐานมาเพิ่มเติม
ด้านนายสัม จำเริญ ทนายความชาวกัมพูชาที่ครอบครัวสัตย์ศักดิ์สิทธิ์ว่าจ้างให้ดำเนินคดีนี้ กล่าวว่าการให้ข้อมูลในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสอบสวนการหายตัวไปของนายวันเฉลิม ซึ่งขณะนี้อัยการได้ เสนอให้ศาลตั้งข้อหา "บุคคลไม่ระบุชื่อ" ที่ได้กระทำการกักขังหน่วงเหนี่ยวและมีอาวุธในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหลังจากศาลรับฟังข้อมูลจาก น.ส. สิตานันในวันนี้แล้วจะได้พิจารณาว่ามีข้อมูลและหลักฐานเพียงพอที่จะต้องข้อหาหรือไม่
เขากล่าวว่าศาลอาจออกหมายเรียก น.ส. สิตานันมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้งหากจำเป็น
ทั้งนี้ น.ส. สิตานันและทีมทนายความจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 15 ธ.ค. นี้
กต. ระบุรัฐบาลไทย "ใช้ความพยายามเต็มที่"
หนึ่งวันก่อนหน้าที่ น.ส. สิตานันจะเข้าให้ข้อมูลต่อศาลแขวงประจำกรุงพนมเปญ เมื่อวานนี้ (7 ธ.ค.) นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้สรุปการดำเนินการของทางการไทยเกี่ยวกับกรณีนายวันเฉลิม ดังนี้
- ทางการไทยได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายกัมพูชาทันทีที่ได้รับทราบว่านายวันเฉลิมหายตัวไปเมื่อเดือน มิ.ย. โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ได้มีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกัมพูชาขอความร่วมมือตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และได้ประสานงานกับฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง
- กต. มีความห่วงใยสวัสดิภาพของนายวันเฉลิมโดยถือเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงที่จะดูแลให้ความช่วยเหลือทางกงสุลแก่คนไทยในต่างประเทศที่ตกทุกข์ รวมทั้งได้ประสานงานและให้คำแนะนำกับ น.ส.สิตานัน มาอย่างต่อเนื่อง
- กต. ได้อำนวยความสะดวก ผ่านกรมการกงสุล และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ให้ น.ส. สิตานันสามารถเดินทางไปกัมพูชา เพื่อให้ข้อมูลต่อผู้พิพากษา ตามคำเชิญของศาลชั้นต้นกรุงพนมเปญ อย่างไรก็ดี ฝ่ายไทยไม่สามารถให้ความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับคดีดังกล่าว เพราะอยู่ระหว่างการดำเนินการโดยฝ่ายกัมพูชา
ไทยยึดมั่นในหลักนิติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชนตามพันธกรณีและกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องที่ไทยเป็นภาคี รัฐบาลไทยมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการปกป้องและดูแลผลประโยชน์ของคนไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ในกรณนี้รัฐบาลไทยได้ใช้ความพยายามเต็มที่ในการอำนวยความสะดวกผ่านหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องให้กระบวนการทางกฎหมายสามารถดำเนินไปได้ด้วยดีในการค้นหานายวันเฉลิม
ศูนย์ทนายฯ อธิบายกระบวนการยุติธรรมกัมพูชา
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งจัดทนายร่วมเดินทางไปกัมพูชากับ น.ส. สิตานันเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายได้อธิบายถึงกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชาว่า ใช้ระบบไต่สวนในคดีอาญา และการให้ข้อมูลกับผู้พิพากษาไต่สวนของ น.ส. สิตานันในวันนี้ ยังไม่ใช่ขั้นตอนการฟ้องคดี
ประเด็นที่ศูนย์ทนายฯ อธิบายมีดังนี้
ระบบการตั้งคดีอาญาของประเทศกัมพูชาใช้ "ระบบไต่สวน" ซึ่งแตกต่างจากของประเทศไทยที่ใช้ "ระบบกล่าวหา" การดำเนินคดีอาญาในประเทศกัมพูชาแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ก่อนที่จะส่งถึงศาลเพื่อให้พิจารณาคดี กล่าวคือ
1. เมื่อมีการกระทำความผิดอาญาเกิดขึ้น และได้รับหนังสือร้องทุกข์จากผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ (Police Officer) ในพื้นที่เกิดเหตุนั้น ๆ จะทำการสืบสวน โดยคำแนะนำของพนักงานอัยการ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนเสร็จแล้วจะส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการประจำศาลในพื้นที่
2. พนักงานอัยการประจำศาลในพื้นที่ (Royal Prosecutor) จะทำการสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงเบื้องต้นอย่างเพียงพอและสรุปสำนวนเบื้องต้น จากนั้น พนักงานอัยการจะส่งสรุปสำนวนเบื้องต้นนี้ต่อไปยังผู้พิพากษาไต่สวน (Investigating Judge) เมื่อผู้พิพากษาไต่สวนได้รับเรื่องจากอัยการแล้ว ก็จะทำหน้าที่สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานอีกครั้ง รวมถึงสอบสวนความเป็นไปได้ว่าใครคือผู้กระทำความผิด

ที่มาของภาพ, มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
3. เมื่อผู้พิพากษาไต่สวนสอบสวนเสร็จสิ้น ผู้พิพากษาไต่สวนจะส่งสำนวนการสอบสวนของตนกลับไปยังพนักงานอัยการประจำศาลในพื้นที่ที่รับผิดชอบสำนวนนั้น หากพนักงานอัยการที่รับผิดชอบเห็นว่าการสอบสวนยังไม่เพียงพอ จะส่งสำนวนกลับมาให้ผู้พิพากษาไต่สวนสอบสวนเพิ่มก็ได้ หรือหากพนักงานอัยการเห็นว่าการสอบสวนเพียงพอแล้ว อัยการจะส่งสรุปสำนวนสุดท้าย พร้อมความเห็นว่าใครคือผู้กระทำความผิดให้ผู้พิพากษาพิจารณาคดี (Trial Judge) ต่อไป ในขั้นตอนนี้จึงจะถือเป็นการส่งฟ้องคดีอาญา
สำหรับการเข้าให้ข้อมูลของ น.ส. สิตานันในวันนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของผู้พิพากษาไต่สวน (Investigating Judge) ประจำศาลแขวงพนมเปญ ซึ่งยังเป็นขั้นตอนก่อนการฟ้องคดี แต่ก็นับเป็นความก้าวหน้าตามกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชาหลังจากที่ น.ส. สิตานันส่งหนังสือร้องทุกข์ถึงพนักงานอัยการประจำศาลแขวงพนมเปญตั้งแต่เมื่อเดือน ก.ค. ศูนย์ทนายฯ ระบุ











