โควิด-19: ผู้ติดเชื้อสะสมจากสมุทรสาครทะลุ 800 สธ.ตั้ง รพ.สนามดูแลแรงงานเมียนมา

ที่มาของภาพ, Reuters
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมหลักเกณฑ์เพื่อประกอบการตัดสินใจประกาศล็อกดาวน์ในพื้นที่หลายจังหวัดหรือล็อกดาวน์ทั้งประเทศ ขณะที่ผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ (21 ธ.ค.) อยู่ที่ 328 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อสะสมจากการระบาดที่ตลาดกุ้งสมุทรสาครเพิ่มเป็น 821 รายแล้ว
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าวเมื่อเวลา 11.30 น. ว่าผู้บริหาร สธ. ได้รายงานสถานการณ์การระบาดจากกรณีตลาดกุ้งที่ ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ในนายกฯ รับทราบแล้ว ซึ่งนายกฯ ได้สั่งการให้ สธ. ทบทวนหลักเกณฑ์และตัวเลขการระบาดเพื่อเป็นแนวทางการตัดสินใจว่าจะต้องมีการล็อกดาวน์ในจังหวัดอื่น ๆ นอกเหนือจากสมุทรสาคร หรือล็อกดาวน์ทั้งประเทศหรือไม่
นพ. ทวีศิลป์อธิบายว่าขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถประกาศล็อกดาวน์ในจังหวัดของตัวเองได้โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ แต่หากจำเป็นต้องมีการล็อกดาวน์ในหลายจังหวัดหรือทั้งประเทศ ต้องมีหลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณา
"ตอนนี้ยังไม่ได้มี (การประกาศล็อกดาวน์) นะครับ...ท่าน (นายกฯ ) ให้เตรียมการ หลักเกณฑ์ในการที่จะปิดหลายจังหวัดและทั้งประเทศ ว่าจำเป็นต้องใช้อะไรเป็นตัวกำหนด" โฆษก ศบค. กล่าว
จำนวนผู้ติดเชื้อและพื้นที่ที่พบผู้ป่วย
ภาพรวมทั้งประเทศ
นพ.ทวีศิลป์รายงานว่าในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ประเทศไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 382 ราย แบ่งเป็นกลุ่มหลัก ๆ ได้ดังนี้
- ผู้ติดเชื้อที่พบจากการค้นหาเชิงรุกในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ 360 ราย
- ผู้ติดเชื้อในประเทศ 14 รายใน 5 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร (5 ราย) สมุทรปราการ (3 ราย) กรุงเทพฯ (2 ราย) นครปฐม (2 ราย) ตาก (1ราย) และอยุธยา (1 ราย) ในจำนวนนี้ 12 ราย มีความเชื่อมโยงกับตลาดกุ้ง จ.สมุทรสาคร และอีก 2 รายคือผู้ป่วยหญิงชาวเมียนมาที่พบใน จ.ตาก และผู้ป่วยหญิงอาชีพพนักงานเสริมสวยใน จ.อยุธยา ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค
- ผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และอยู่ในสถานกักโรคที่รัฐจัดให้ 8 ราย
ทำให้ขณะนี้ไทยมีจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 สะสม 5,289 ราย รักษาหายแล้ว 4,053 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ 1,176 ราย เสียชีวิต 60 ราย
จ.สมุทรสาคร
นพ.วิชาญ ปาวัน ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กล่าวว่าข้อมูล ณ เวลา 12.00 น. ของวันนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมจากการระบาดที่ตลาดกุ้งใน ต.มหาชัยและพื้นที่ใกล้เคียงเพิ่มเป็น 821 ราย แบ่งกลุ่มได้ดังนี้
- 33 ราย เป็นผู้ป่วยที่ตรวจพบที่โรงพยาบาลและค้นหาผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อ
- 788 ราย เป็นผู้ป่วยที่ตรวจพบโดยการค้นหาในชุมชน
- ในจำนวนผู้ติดเชื้อสะสม 821 รายนี้ มีบางส่วนที่เป็นผู้ที่เดินทางมาซื้อสินค้าที่ตลาดกุ้งและกลับออกนอกพื้นที่ไป พบใน จ.สมุทรปราการ สระบุรี กรุงเทพฯ และนครปฐม
นพ. วิชาญให้ข้อมูลว่าขณะนี้ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร มีผู้เข้ารับการตรวจหาเชื้อแล้วทั้งสิ้น 4,688 ราย ผลออกมาแล้วเพียง 1,861 ราย
ผอ.สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมืองกล่าวว่าการตรวจหาเชื้อเชิงรุกจะยังคงดำเนินต่อไปโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่สมุทรสาครและชุมชนแรงงานข้ามชาติในจังหวัดอื่น ๆ ดังนั้นหลังจากนี้จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก
"ตามหลักระบาดวิทยา การมีตัวเลขอัพเดตอยู่ตลอดเวลาเป็นสัญญาณที่ดี ว่าระบบเฝ้าะวังโรคของประเทศไทยมีความตื่นตัวในทุกพื้นที่" นพ.วิชาญกล่าว

มาตรการรับมือในสมุทรสาคร
มาตรการควบคุมและป้องกันการระบาดของโควิด-19 ที่เชื่อมโยงกับกรณีตลาดกุ้ง จ. สมุทรสาคร ตามที่ ศบค. และหน่วยงานอื่น ๆ ประกาศมีดังนี้
- ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานข้ามชาติในพื้นที่รอบตลาดกุ้ง เบื้องต้นตั้งเป้าไว้ว่าจะตรวจหาเชื้ออย่างน้อย 10,300 ราย
- ห้ามการเข้าออกในพื้นที่เสี่ยง โดยจัดมาตรการดูแลด้านอาหารการกินความเป็นอยู่ของผู้ที่ถูกกักตัวในพื้นที่
- ตั้งโรงพยาบาลสนามขนาด 100 เตียงเพื่อดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ควบคุม หากมีผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ จะนำมารักษาที่โรงพยาบาลสนามแห่งนี้เพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อออกนอกพื้นที่ควบคุม ซึ่ง นพ.ทวีศิลป์ระบุว่าเป็นโมเดลเดียวกับการจัดการการติดเชื้อในกลุ่มแรงงานข้ามชาติในประเทศสิงค์โปร์
- ประกาศให้ประชาชนในทุกพื้นที่ที่เป็นลูกค้าประจำหรือมีการติดต่อซื้อขายสินค้าที่ตลาดกุ้ง มหาชัย รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินความเสี่ยงในการติดเชื้อ
- ขอความร่วมมือจากแรงงานชาวเมียนมาให้อยู่ในพื้นที่ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลด้านสุขภาพและความเป็นอยู่อย่างดี ตลอดจนจะไม่มีการบังคับใช้กฎหมายด้านแรงงาน เพื่อไม่ให้แรงงานต้องกังวลในการมาพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่เมื่อมีอาการป่วย
- กรมการขนส่งทางรางประกาศว่ารถไฟจะงดจอดรับ-ส่งผู้โดยสาร ณ ป้ายหยุดรถและที่หยุดรถภายในเขตพื้นที่ จ.สมุทรสาคร โดยเด็ดขาด และงดบริการเดินรถไฟโดยสารในสมุทรสาครระหว่างเวลา 22.00 น.-05.00 น.
Nope
เปิดตลาดหุ้นวันนี้ ดิ่งกว่า 50 จุด เหตุกังวลระบาดโควิดรอบใหม่
ท่ามกลางความกังวลของบรรดานักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจากเหตุการพบการระบาดรอบใหม่ที่เกิดขึ้นในตลาดกุ้งใน จ.สมุทรสาครในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้การซื้อขายหุ้นไทยในครึ่งวันแรกนี้เป็นไปตามคาคคือเคลื่อนไหวในแดนลบนับตั้งแต่เปิดตลาดมา
เมื่อเวลา 10.00 น. ซึ่งเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,482.38 จุด ปรับตัวลดลงถึง 54.56 จุด หรือ 2.85% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,441.63 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,427.82 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 21,974.61 ล้านบาท หลังจากเปิดตลาดไปแล้วความเคลื่อนไหวตลอดภาคเช้าที่ผ่านมา ยังคงผันผวนและเคลื่อนไหวในแดนลบ แต่ติดลบน้อยลง
เมื่อเวลา 12.05 น. ที่ผ่านมา การซื้อขายอยู่ที่ระดับอยู่ที่ 1,440.16 จุด หรือลดลง 2.85 % ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 61,608 ล้านบาท
ทางด้านผู้บริหารบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผลิตและส่งออกอาหารสำเร็จรูปแช่แข็งและบรรจุกระป๋องแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ใน จ. สมุทรสาครนั้น บริษัทได้รับรายงานยืนยันว่ามีพนักงานติดเชื้อ 1 ราย และเกิดเหตุสุดวิสัยที่อาจทำให้ต้องปิดโรงงานทุกโรงในจังหวัดสมุทรสาครเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และบริษัทได้ประเมินว่าจะมีผลกระทบต่อรายได้ทั้งหมดของบริษัทน้อยกว่า 2% ของรายได้รวมต่อปี
นักวิเคราะห์จากบล. ไอร่า คาดว่า กรณีดังกล่าวจะเป็นปัจจัยกดดันตลาดเพียงระยะสั้น แต่คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นจะให้น้ำหนักไปกับความกังวลแนวโน้มการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ในประเทศไทย หลังพบผู้ติดเชื้อใหม่ในประเทศเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ จ.สมุทรสาคร อีกทั้งได้มีการออกมาตรการล็อกดาวน์ใน จ.สมุทรสาคร ระหว่างวันที่ 19 ธ.ค. - 3 ม.ค. รวมทั้ง กทม. ขอความร่วมมืองดจัดงานปีใหม่ คาดจะกดดันหุ้นในกลุ่มอาหาร ทะเลและค้าปลีกอ่อนตัวลงบ้าง และเป็นจิตวิทยาเชิงลบเข้ากดดันความกังวลเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวช้ากว่าที่ตลาดคาดไว้ก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จากบล. คันทรี่ กรุ๊ป ประเมินในรายงานวิเคราะห์ตลาดในวันนี้ การระบาดครั้งนี้ไม่น่ากลัวเท่าช่วงต้นปี 2563 เนื่องจากประเทศไทยมีประสบการณ์กับโควิด-19 เป็นระยะเวลาเกือบปี และการพัฒนาวัคซีนของทั่วโลกก็เดินทางมาถึงจุดที่ประสิทธิภาพในการป้องกันสูง
นายกฯ "เครียด" ขอเวลา 7 วันประเมินสถานการณ์
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวกับผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาลวันนี้ (21 ธ.ค.) ว่าเครียดกับตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รอบใหม่ และวิเคราะห์ว่าการระบาดรอบนี้เกิดจากการไม่ปฏิบัติตามกฏระเบียบและมาตรการสาธารณสุขและการลักลอบเข้าเมือง

ที่มาของภาพ, ทำเนียบรัฐบาล
นายกฯ ขอให้ประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนช่วยกันสอดส่องดูแลแจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันไม่ให้มีแรงงานที่กลับไปประเทศของตนเองก่อนหน้านี้ ลักลอบกลับเข้าไทยแบบผิดกฏหมาย
คนที่รู้ข้อมูลที่แท้จริงเกี่ยวกับการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานคือนั้นคือ เจ้าของโรงงาน นายกฯ เตือนว่าหากพบแรงงานผิดกฏหมาย จะถูกสั่งปิดโรงงานทันที
"หากยังลักลอบเข้ามาแบบผิดกฎหมายเช่นนี้ มาตรการขั้นต่อไปก็คือล็อกดาวน์ ซึ่งจะเป็นปัญหาตามมา สำหรับขณะนี้ สถานการณ์ยังไม่ถึงจุดนั้น ยังสามารถควบคุมได้ ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว ทั้งโรคพยาบาลสนาม และยาต้านโควิด-19 (ฟาวิพิราเวียร์)" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
"วันนี้วันที่ 21 ธ.ค. ผมจะดูอีก 7 วันข้างหน้าจะมีอะไรเกิดขึ้น นั่นแหละจะตามมาสู่ปีใหม่ จะทำอย่างไรกันดี วันนี้ยังไม่ได้พูดไปตรงนั้นก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนกแล้วกัน หวังอย่างยิ่งว่าภายใน 7 วันทุกอย่างจะคลี่คลาย"











