โควิด-19: สธ. ประกาศการระบาดระลอกใหม่ในไทย ผู้ติดเชื้อจากกรณีสมุทรสาครเกือบ 700 รายใน 3 วัน

ลูกแรงงานชาวเมียนมาใน จ.สมุทรสาคร สวมหน้ากากอนามัย

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ลูกแรงงานชาวเมียนมาใน จ.สมุทรสาคร สวมหน้ากากอนามัยที่ได้รับแจกจากสภากาชาดไทย

เพียงสามวันหลังจากมีการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ใน จ.สมุทรสาคร จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในจังหวัดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นเกือบ 700 ราย ส่วนมากเป็นแรงงานชาวเมียนมาที่ทำงานในอุตสาหกรรมประมง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อจากสมุทรสาครกระจายอยู่ในพื้นที่อย่างน้อย 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และ นครปฐม

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยเมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (20 ธ.ค.) ว่า กรณีการระบาดใน จ.สมุทรสาคร นับว่าเป็นการพบผู้ติดเชื้อมากที่สุดนับตั้งแต่มีการระบาดในประเทศไทย โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มถึง 576 ราย รวมผู้ติดเชื้อที่ยืนยันก่อนหน้านี้เป็น 689 ราย และหลังจากนี้คาดว่าจะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกเรื่อย ๆ จากมาตรการค้นหาเชิงรุก

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ปลัด สธ.กล่าวว่าขณะนี้ถือได้ว่า "มีการระบาดเป็นวงกว้างเกิดขึ้นในประเทศไทยอีกระลอกหนึ่งแล้ว"

"หลังจากนี้คงจะพบผู้ติดเชื้ออีกจำนวนมาก"

นพ. เกียรติภูมิย้อนที่มาของการระบาดใน จ.สมุทรสาครว่า เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันที่พบหญิงไทยวัย 67 ปี อาชีพค้าขายที่ตลาดกลางกุ้ง ใน ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร ติดเชื้อโดยไม่มีประวัติการเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งหมายความว่าผู้ติดเชื้อรายนี้ไม่ได้เป็น "ต้นเชื้อ" ทางกรมควบคุมโรคจึงได้พยายามค้นหาต้นเชื้อหรือสาเหตุการติดเชื้อของหญิงรายนี้ ซึ่งคาดว่าเป็นการติดเชื้อจากแรงงานชาวเมียนมาในตลาดกลางกุ้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแรงงานเมียนมาอยู่อย่างหนาแน่น

เมื่อลงไปตรวจก็พบว่ามีผู้ติดเชื้อจำนวนมากโดย 90% เป็นแรงงานเมียนมา ที่เหลือเป็นคนไทย และราว 90% ของผู้ติดเชื้อพบว่าไม่มีอาการ ซึ่งทำให้เกิดการแพร่ระบาดสู่ผู้อื่นได้ง่าย อีกทั้งแรงงานเมียนมาพักอยู่รวมกันอย่างแออัด จึงเกิดการติดเชื้อจำนวนมาก

"รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อวันนี้เป็นเพียงการตรวจพบระยะแรกเท่านั้น หลังจากนี้จะมีรายงานผลการตรวจในระยะต่อไป ซึ่งคงจะพบผู้ติดเชื้ออีกจำนวนมาก" ปลัด สธ. กล่าว

ขณะนี้ สธ. สามารถระบุกลุ่มผู้ติดเชื้อและขอบเขตการแพร่ระบาดชัดเจน จึงได้ออกมาตรการ "ล็อกดาวน์" ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศไปแล้วเพื่อไม่ให้เชื้อกระจายไปที่อื่น นพ.เกียรติภูมิให้ข้อมูลเพิ่มเติม

นอกจากในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร แล้วยังพบว่ามีผู้ที่เดินทางไปซื้อขายที่ตลาดกุ้งติดเชื้อและนำเชื้อออกไปนอกจังหวัด ซึ่งเจ้าหน้าที่มีข้อมูลของบุคคลเหล่านี้ทุกรายแล้ว

"ส่วนผู้ที่เคยไป จ.สมุทรสาคร ในช่วงก่อนหน้านี้ ทาง สธ. อยากให้เข้ามารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่เพื่อสอบสวนโรคต่อไป" นพ. เกียรติภูมิกล่าวและเปิดเผยว่า จะมีการตรวจหาเชื้อในประชากรราว 3-4 หมื่นคนในกรณีนี้เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ควบคุมการระบาดของโควิดด้วยการ "ค้นหา-ตีวง-เฝ้าระวัง-สื่อสาร-สร้างความร่วมมือ"

แรงงานต่างด้าวใน จ.สมุทรสาคร

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครออกมาตรการห้ามแรงงานต่างด้าวใน จ.สมุทรสาคร ออกนอกพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการล็อกดาวน์จังหวัดระหว่างวันที่ 19 ธ.ค. - 3 ม.ค.

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค รายงานจำนวนป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากการระบาดที่ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ณ เวลา 15.00 น. วันนี้ (20 ธ.ค.) มีทั้งหมด 689 ราย สรุปข้อมูลได้ดังนี้

  • ผู้ป่วยที่ตรวจพบที่โรงพยาบาลและค้นหาผู้สัมผัส 32 ราย
  • ผู้ป่วยที่ตรวจพบโดยการค้นหาในชุมชน 657 ราย หรือกว่า 40% ของผู้ที่ได้รับการตรวจ
  • รวมผู้ติดเชื้อทั้งหมด 689 ราย
  • ในจำนวนผู้ติดเชื้อ 689 ราย มีบางส่วนที่เป็นผู้ที่เดินทางมาซื้อขายสินค้าที่ตลาดกุ้ง จ.สมุทรสาคร และนำเชื้อออกไป ได้แก่ สมุทรปราการ 3 ราย, กรุงเทพฯ และนครปฐม จังหวัดละ 2 ราย

อธิบดีกรมควบคุมโรคขอประชาชนอย่าวิตกกังวลหากมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากนี้ เพราะเป็นผลจากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกของ สธ.

ที่ จ.สมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ได้ยกระดับมาตรการควบคุมโรคระบาดอย่างเข้มข้นหลังจากนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงสี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ประกาศ "ล็อกดาวน์" จังหวัดตั้งแต่คืนวันที่ 19 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ได้นำรั้วลวดหนามมาปิดกั้นตลาดกุ้งใน อ.เมืองสมุทรสาคร นอกจากนี้ยังควบคุมการเดินทางเข้า-ออกจังหวัด และระดมเจ้าหน้าที่ตรวจหาเชื้อโดยเน้นที่กลุ่มแรงงานต่างด้าว

ด้าน นพ.กิตติ กรรภิรมย์ สาธารณสุขนิเทศ เขตสุขภาพที่ 5 ซึ่งดูแลพื้นที่ จ.สมุทรสาคร กล่าวว่าขณะนี้ทั้งเตียงโรงพยาบาลและอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อสำหรับบุคลาการทางการแพทย์มีเพียงพอ เนื่องจากผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการ มีเพียง 30 รายที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล

ชาวสมุทรสาครเข้าคิวรอรับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ชาวสมุทรสาครเข้าคิวรอรับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ตอบข้อสงสัยจาก "เคสตลาดกุ้ง"

การระบาดที่ จ.สมุทรสาคร ทำให้ประชาชนจำนวนมากทั้งในและนอกพื้นที่สมุทรสาครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเสี่ยงและการปฏิบัติตัว

บีบีซีไทยสรุปคำตอบจาก นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และกรมควบคุมโรคในประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

-คนที่เคยไป จ.สมุทรสาคร เมื่อเร็ว ๆ นี้ต้องทำอย่างไร

ประชาชนที่เดินทางไป จ.สมุทรสาคร ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. เป็นต้นมา ให้สังเกตอาการตัวเองอย่างใกล้ชิด หากป่วยให้ไปพบแพทย์ทันที หรือผู้ที่มีความกังวล สามารถขอเข้ารับการตรวจได้ที่ รพ. ทุกแห่ง

-ที่บ้านมีแม่บ้านและคนงานชาวเมียนมา

ผู้ที่ใกล้ชิดแรงงานชาวเมียนมา เช่น คนงานหรือแม่บ้าน หากตรวจสอบประวัติแล้วพบว่าไม่ได้เดินทางไปรวมกลุ่มกับชาวเมียนมาหรือเดินทางไป จ.สมุทรสาคร ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. ให้ถือว่ามีความเสี่ยงต่ำในการติดเชื้อ

-อาหารทะเลรับประทานได้หรือไม่

เนื่องจากการระบาดคราวนี้มีความสัมพันธ์กับตลาดกุ้งที่กระจายกุ้งไปขายยังพื้นที่ต่าง ๆ ที่ผ่านมาหลายประเทศมีการรายงานพบการปนเปื้อนเชื้อในอาหารต่าง ๆ เช่น ปลาแซลมอนและอาหารทะเลบางประเภท แต่การพบเหล่านั้นเป็นการพบสารพันธุกรรมในอาหาร หมายถึงมีการปนเปื้อน ไม่ได้หมายความว่าเชื้อที่อยู่ในอาหารสามารถถ่ายทอดสู่ผู้บริโภคได้ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นหลักฐานยืนยันชัดว่าการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคโควิด-19 จะทำให้ติดโรคโควิด-19

อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้รับประทานอาหารที่สุก ร้อนและสะอาดซึ่งจะไม่มีเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นโควิดหรือเชื้อโรคอื่น ๆ ก็จะปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ

-เจ้าหน้าที่รัฐ สื่อมวลชน หรือบุคคลใดก็ตามที่เข้าพื้นที่ในสมุทรสาครต้องกักตัวหรือไม่

ไม่ต้องกักตัว แต่ให้ไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อประเมินความเสี่ยงการติดเชื้อ โดยผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ถูกผู้ติดเชื้อไอ-จามใส่, พูดคุยกับผู้ติดเชื้อระยะห่างไม่เกิน 1 เมตร นาน 5 นาทีขึ้นไป และไม่มีการป้องกันตัวใด ๆ เช่น ไม่ใส่หน้ากากอนามัย ไม่ล้างมือ เป็นต้น ถ้าเจ้าหน้าที่ประเมินว่ามีความเสี่ยงสูงต้องตรวจทางห้องปฏิบัติการ หากเสี่ยงต่ำให้สังเกตอาการ

เจ้าหน้าที่นำรั้วลวดหนามมาปิดกั้นทางเข้า-ออกตลาดกุ้งใน ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่นำรั้วลวดหนามมาปิดกั้นทางเข้า-ออกตลาดกุ้งใน ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบผู้ติดโควิด-19 รายแรกในรอบนี้เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.

กทม. ตั้งด่าน-สั่งปิดโรงเรียนใน 3 เขตที่ติดกับ จ.สมุทรสาคร

จากการระบาดใน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นเขตเชื่อมต่อกับกรุงเทพฯ คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครจึงได้เรียกประชุมด่วนในวันนี้ (20 ธ.ค.) ซึ่ง ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้แถลงผลการประชุมเมื่อเวลา 16.00 น. ว่าที่ประชุมมีมติเกี่ยวกับมาตรการรับมือการระบาดระลอก 2 ของโควิด-19 มีประเด็นสำคัญดังนี้

  • ในกรุงเทพฯ พบผู้ป่วยที่เชื่อมโยงกับกรณีสมุทรสาครแล้ว 2 ราย เป็นแม่ค้าที่รับสินค้ามาจากตลาดกุ้ง จ.สมุทรสาคร หนึ่งในนั้นพักอยู่ที่ย่านประชาชื่น เขตบางซื่อ
  • ทำการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในตลาด 472 แห่ง ไซต์ก่อสร้าง และสถานที่เสี่ยงเช่น ร้านอาหารที่รับสินค้ามาจาก จ.สมุทรสาคร
  • จัดทำบัญชีรายชื่อสถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด "super spreader" 5 ประเภท พร้อมมาตรการควบคุมโรค ได้แก่

1. สถานบริการผับ บาร์ สถานบันเทิงและสถานประกอบการคล้ายสถานบันเทิง: ต้องเป็นการนั่งรับประทานอาหารเท่านั้น และโต๊ะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร

2. สนามมวย: ลดปริมาณผู้เข้าไปในสนามมวย ต้องเว้นระยะห่างและใส่หน้ากากอนามัย 100%

3. ตลาด: ต้องสวมหน้ากากอนามัย 100% ควบคุมจุดเข้าออก หากพบว่าตลาดแห่งใดไม่ปฏิบัติตามมาตรการจะถูกสั่งปิดทันที

4. สวนสาธารณะ: ยังเปิดให้บริการตามปกติ แต่จะไม่ให้มีการรวมตัวของประชาชนเป็นกลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติ

5. วัด: ไม่ให้มีการทำกิจกรรมที่เกิดการรวมตัวของคนหมู่มาก

  • ขอความร่วมมืองดการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองปีใหม่ หากยืนยันจะจัด ต้องขออนุญาตกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร พร้อมแผนควบคุมโรค
  • ขอความร่วมมือหน่วยงานภาคเอกชน ภาครัฐ และหน่วยงานอื่น ๆ ให้งดการรจัดกิจกรรมทุกอย่างภายใน 14 วัน ถ้าทำงานที่บ้านได้ให้ทำงานที่บ้าน
  • โรงเรียน-ศูนย์เด็กเล็ก สังกัด กทม. ที่อยู่ใน 3 เขตที่มีอาณาเขตเชื่อมต่อกับ จ.สมุทรสาคร ได้แก่ เขตบางขุนเทียน บางบอนและหนองแขม ระหว่างวันที่ 21 ธ.ค.- 4 ม.ค. เนื่องจากโรงเรียนเหล่านี้มีทั้งบุคลากรและนักเรียนจากสมุทรสาคร ส่วนโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กในเขตอื่น ๆ หากไม่มีกิจกรรมสำคัญ เช่น การสอบ ให้ผู้บริหารโรงเรียนแต่ละแห่งพิจารณาปิดเรียนจนถึงวันที่ 4 ม.ค.
  • ตั้งจุดสกัดไม่ให้แรงงานต่างด้าวจาก จ.สมุทรสาคร เข้าในกรุงเทพฯ บนถนนสายหลัก 4 สาย คือ ถ. พระราม 2 ถ. เพชรเกษม ถ. บรมราชชนนี และ ถ. บางขุนเทียน-ชายทะเล เริ่มตั้งแต่ 18.00 น. วันนี้ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย หากพบจะผลักดันให้กลับพื้นที่เดิม

"ขณะนี้เราอยู่ในสถานการณ์ที่จะตัดสินว่าเราจะมีการระบาดระลอกสองมากขนาดไหน นานขนาดไหน และจะระบาดในกรุงเทพฯ ในลักษณะใด" โฆษก กทม. กล่าว

นายกฯ โพสต์เฟซบุ๊ก "การระบาดใหม่ที่เราไม่พึงปรารถนา"

ช่วงเย็นวันนี้ (20 ธ.ค.) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการระบาดใน จ.สมุทรสาคร ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในครั้งนี้เป็น "การระบาดใหม่ที่เราไม่พึงปรารถนา" ซึ่งจะต้องตัดวงจรการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็ว

"เรามีประสบการณ์ในการรับมือมาแล้ว ด้วยความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุข และความร่วมมือของทุก ๆ คน ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการ และ ศบค. อย่างต่อเนื่อง อย่าส่งต่อข้อมูลข่าวสารที่ไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ก่อนทุกครั้ง และขอให้ 'ไม่ประมาท การ์ดไม่ตก' ปฏิบัติตามมาตรการสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่างระหว่างกัน และที่สำคัญคือสแกน (แอปพลิเคชัน) ไทยชนะทุกครั้ง เพื่อการสอบสวนและติดตามหากจำเป็น"

นายกฯ กล่าวว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นหาเชื้อเชิงรุก โดยขยายวงไปในทุกจังหวัดที่มีความเชื่อมโยงกับตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร

"สำหรับผู้ที่มีประวัติเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง หากสงสัยไม่แน่ใจ ขอให้อยู่บ้านเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และลดกิจกรรมทางสังคม หากมีข้อสงสัยให้รีบติดต่อสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมงครับ" นายกฯ ระบุ

ทั้งนี้หลังเกิดการระบาดที่ จ.สมุทรสาคร หน่วยงานราชการเริ่มมีการส่งข้อความแนะนำการปฏิบัติตัวหลังพบการติดเชื้อกลุ่มก้อนใหญ่ที่ จ.สมุทรสาคร เช่น กระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งให้บุคลากรในสังกัดทุกคนที่เดินทางไปจังหวัดสมุทรสาคร ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. เข้ารับการตรวจโรคโควิด-19 โดยพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ ตลาดกลางกุ้งและหอพักศรีเมือง, ตลาดต้นสน, ตลาดแม่พ่วง, ตลาดทะเลไทย, ตลาดนัดวิลล่า, ตลาดโกรกกราก, มหาชัยนิเวศ, บ้านเอื้ออาทรท่าจีน และตลาดเคหะนาดี

"หากมีบุคคลากรในสังกัดเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงของจังหวัดสมุทรสาคร ขอให้อยู่ในบริเวณบ้านตนเองและทำงานจากที่บ้านอย่างน้อย 14 วันและวัดไข้ทุกวัน หากพบว่ามีไข้หรือมีอาการป่วยขอให้รับการรักษาและแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบโดยทันที"