โควิด-19: สธ.เผยตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในสมุทรสาครรวม 548 ราย

ที่มาของภาพ, Reuters
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 ในจังหวัดสมุทรสาคร ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้น 516 รายจากการคัดกรองที่ตลาดกุ้ง และพบที่โรงพยาบาลอีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งหมดเป็น 548 ราย ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติ พร้อมขอความร่วมมือคนในพื้นที่ไม่ออกนอกจังหวัดโดยไม่จำเป็น และงดออกนอกเคหะสถานระหว่างเวลา 22.00-05.00 น. ตั้งแต่ 19 ธ.ค. ถึง 3 ม.ค.
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคแถลงว่า จากกรณีพบผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ที่เป็นแม่ค้าในตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ซึ่งกรมควบคุมโรค ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตรวจค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในกลุ่มแรงงานที่ตลาดกลางกุ้งในจังหวัด จาก 1,192 คน พบผู้ป่วยที่เป็นแรงงานเพิ่ม 516 ราย (ตรวจด้วยรถโมบาย) คิดเป็นร้อยละ 43 ของผู้ที่ได้รับการตรวจทั้งหมด รวมยอดสะสมทั้งหมดในจังหวัด 548 ราย (32 รายมาตรวจที่โรงพยาบาล) ผลการตรวจพบว่า กว่าร้อยละ 90 เป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยมาก
นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงสี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ขอให้ประชาชนในจังหวัดสมุทรสาครงดเดินทางออกนอกจังหวัด และมีการยกระดับมาตรการควบคุมตั้งแต่ 19 ธ.ค. ถึง 3 ม.ค. ดังนี้
1. กำหนดพื้นที่ควบคุมโรคเด็ดขาด โดยมีคำสั่งปิดพื้นที่ตลาดกลางกุ้ง และหอพักศรีเมือง ห้ามการเข้าออกพื้นที่โดยเด็ดขาด โดยจังหวัดจะมีมาตรการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่อาศัยในพื้นที่ตลอดห้วงเวลาที่กำหนดคือ 19 ธ.ค. ถึง 3 ม.ค.
2. พื้นที่ทั่วไปของ จ.สมุทรสาคร กำหนดปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว 14 วัน ได้แก่
- สถานที่เล่นการพนันทุกประเภท
- สนามกีฬาของรัฐและเอกชน สนามมวย โรงเรียนสวนมวย สระว่ายน้ำ สถานที่เล่นสเก็ตช์ สนามกอล์ฟ
- สถานศึกษาทุกประเภททั้งของรัฐและเอกชน สถาบันกวดวิชา สถาบันสอนวิชาชีพ โรงเรียนสอนทักษะกีฬา มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสมุทรสาคร
- สถานที่รับเลี้ยงเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนามเด็กเล่น
- ร้านจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม ผ่อนผันให้เฉพาะจำหน่ายเพื่อนำกลับเท่านั้น (ยกเว้นสถานที่จำหน่ายอาหารในโรงพยาบาลและโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้อง)
- ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอล
- ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีก (เปิดได้ แต่ต้องปิดตั้งแต่เวลา 22.00 - 05.00 น. ของวันรุ่งขึ้น) ไม่ให้คนเข้าไปแออัดในร้านค้า
- ตลาดนัด ให้จำหน่ายได้วันละ 6 ชั่วโมง ต้องไม่แออัดและต้องทำความสะอาด
- สถานที่บริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
- สวนสนุก โรงภาพยนตร์ โรงมหรสพ สถานที่มีการละเล่นหรือการแสดงสาธารณะ
- ร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ต
- สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สถานที่ออกกำลังกาย สถานประกอบกิจการอาบน้ำ อบไอน้ำ อบสมุนไพร ที่ให้บริการสปา
- ศูนย์พระเครื่อง ศูนย์แสดงสินค้า
- ร้านอาบน้ำ ตัดขน รับเลี้ยงหรือรับฝากสัตว์
- ร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผม
- สถานที่ให้บริการควบคุมน้ำหนัก
- สถานที่บริการสักผิวหนัง
- บ่อตกปลา บ่อตกกุ้ง
พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชนชาวสมุทรสาคร งดออกจากเคหะสถานในเวลา 22.00 - 05.00 น. ของวันรุ่งขึ้น และช่วยปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเข้มข้น โดยการสวมหน้ากาก ให้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ เว้นระยะห่างทางสังคม และสแกนไทยชนะ
3. ห้ามคนต่างด้าวเข้า-ออกเขตจังหวัดโดยสิ้นเชิง ส่วนคนไทยสามารถเดินทางได้แต่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ทราบ รวมถึงต้องแจ้งรายชื่อและจุดหมายปลายทางด้วย
นอกจากนี้ ยังขอให้ผู้ที่ไปตลาดกุ้ง ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. สังเกตอาการตัวเองเป็นเวลา 14 วัน และเลี่ยงการเดินทางด้วยรถสาธารณะ หากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่ได้รับรส ให้เข้ารับการตรวจ เพื่อหาเชื้อโรคโควิด-19
สามารถแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 สายด่วนสมุทรสาคร 065-549-3322 หรือ 034-871-274

ที่มาของภาพ, Reuters
นายวีระศักดิ์ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ จ.สมุทรสาคร เคยมีผู้ติดเชื้อ 18 รายซึ่งรักษาหายหมดแล้ว และนักวิชาการเคยคาดการณ์ไว้ว่า ในช่วง 4-5 เดือน จะเกิดการแพร่ระบาดระลอกที่ 2 โดยเฉพาะในหมู่ของผู้ใช้แรงงานต่างด้าว แต่ด้วยความร่วมมือของประชาชนชาวสมุทรสาคร และแรงงานต่าง ซึ่งมีการตั้งกลุ่มอาสาสมัคร อสต. (อาสาสมัครต่างด้าว) เป็นแกนหลักในการดำเนินงาน จึงทำให้จังหวัดปลอดเชื้อมา 250 วัน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่พบผู้ป่วยติดเชื้อ 1 ราย จึงนำไปสู่การรค้นพบหรือการระบาดเป็นจำนวนมาก
ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ประชาชนยังสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ.ในวันพรุ่งนี้ (20 ธ.ค.) ได้ แต่ให้สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยเมื่อใช้สิทธิ์เสร็จแล้วให้กลับบ้านทันที

ที่มาของภาพ, กระทรวงสาธารณสุข
เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ชื่นชมการรับมือโรคโควิด-19 ของประเทศไทย โดย ชี้ว่าเป็นตัวอย่างของความแข็งแกร่งและความสามัคคี
นางคีตา สภารวัล ผู้แทนองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย เขียนบทความลงในเว็บไซต์ขององค์การสหประชาชาติ แสดงความชื่นชมความสำเร็จของประเทศไทยกับการรับมือวิกฤตโควิด-19 ที่ทำให้องค์การอนามัยโลกยกให้ไทยและนิวซีแลนด์ เป็นความสำเร็จที่ประเทศอื่นควรศึกษาโดยระบุว่าไทยเป็นตัวอย่างของความแข็งแกร่งในการฟื้นฟูอย่างยอดเยี่ยม เพราะ 3 ปัจจัยหลัก คือ
- มาตรการภาครัฐ
- ความรับผิดชอบต่อสังคมของจิตอาสา
- ความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประชาชนร่วมกันป้องกันโรค












