โควิด-19: ไทยไม่พบติดเชื้อในประเทศเพิ่มเติม ยืนยันเที่ยวเหนือปลอดภัยไม่ต้องกักตัว

โควิด-19

ที่มาของภาพ, Getty Images

ไทยไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จากผู้ลักลอบเดินทางเข้าประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา สธ.ย้ำประเทศไทยไม่มีพื้นที่ระบาด ยืนยันสามารถท่องเที่ยวได้ทุกจังหวัดโดยไม่ต้องกักตัวแค่ต้องระวังตัวและสวมหน้ากาก

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย และความคืบหน้าการสอบสวนโรคกรณีพบบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชนติดโควิด-19

เบื้องต้น นพ.โสภณแจ้งว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 12 ราย และรักษาหายสามารถกลับบ้านได้ 12 ราย โดยผุ้ติดเชื้อรายใหม่เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานกักกันของรัฐ ทำให้ไทยมีผู้ติดเชื้อรวมสะสม 4,192 ราย

นพ.โสภณกล่าวว่าในวันที่ 6-12 ธันวาคมที่ผ่านมาเป็นสัปดาห์ที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมากที่สุด เนื่องจากเหตุการณ์ที่มีคนไทยลักลอบกลับเข้ามาจากบริเวณ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ใน จ.เชียงราย แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้เพราะส่วนใหญ่อยู่ในสถานกักกันโรค

ล่าสุดวันนี้ทาง จ.เชียงราย และ จ.ท่าขี้เหล็กได้ร่วมมือกันพาคนไทยที่ยังตกค้างอยู่ในฝั่งเมียนมากลับมาที่ไทยโดยไม่ต้องลักลอบเข้าทางช่องทางธรรมชาติ มาจนถึงวันนี้มีคนไทยจากฝั่งท่าขี้เหล็กกลับเข้ามาอยู่ในสถานกักกันโรคของรัฐระดับจังหวัดแล้ว 107 ราย และพบติดเชื้อ 9 ราย โดยทั้งหมดได้รับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์แล้วและแทบทั้งหมดไม่แสดงอาการป่วยหรือมีอาการป่วยน้อยมาก

นพ.โสภณ เน้นย้ำขอให้คนที่คิดจะกลับเข้ามาอย่างผิดกฎหมายได้เข้ามาให้ถูกต้องและทางรัฐบาลไทยพร้อมจะดูแลเต็มที่ และยืนยันว่าผู้ที่เดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย ไม่ต้องกักตัวหลังจากกลับมาแล้ว

โควิด-19

ที่มาของภาพ, กระทรวงสาธารณสุข

บุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อรายที่หก

การสอบสวนโรคของกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานในสถานกักกันโรคทางเลือกและโรงพยาบาล เอกชน ติดเชื้อโควิด-19 ข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พบว่าผู้ป่วยทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในกลุ่มนี้เริ่มจากการพบผู้ป่วยที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ รายที่ 1 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม หลังจากนั้นตรวจพบกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงติดเชื้ออีก 4 ราย และต่อมาเมื่อมีการตรวจหาเชื้อซ้ำครั้งที่ 2 ในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง จึงทำให้พบผู้ป่วยเพิ่มเติม 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 29 ปี อาชีพบุคลการทางการแพทย์รายที่ 6 ขณะนี้ทุกรายอยู่ในการดูแลของแพทย์ ไม่มีอาการรุนแรง มีอาการไข้หวัด

ไทม์ไลน์ของผู้ป่วยรายที่ 6

  • 3 ธันวาคม ผู้ป่วยรับประทานอาหารเที่ยวร่วมกับผู้ป่วยรายที่ 1 ระยะห่างไม่เกิน 1 เมตร และไม่สวมหน้ากากอนามัยเพราะเป็นกิจกรรมในชีวิตประจำวัน หลังจากนั้น เวลา 15.00 น. พบกันอีกครั้ง นั่งโต๊ะเดียวกัน
  • 4 ธันวาคม ขับรถมอเตอร์ไซต์ ไปปฏิบัติงานที่ห้องไอซียูที่ รพ.เอกชน
  • 5 ธันวาคม หลังจากพบว่าผู้ป่วยรายที่ 1 ติดเชื้อ รายนี้จึงไปตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ที่คลินิกโรคทางเดินหายใจเช่นเดียวกับรายอื่นอีก 5 ราย และสวมหน้ากากอนามัย เลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกัน จากนั้นช่วงเย็น ะหว่างรอผลตรวจ ได้เข้าไปซุปเปอร์มาร์เก็ต สวมหน้ากากอนามัย และเลี่ยงการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
  • 6-7 ธันวาคม ผลตรวจครั้งที่ 1 ไม่พบเชื้อ และได้รับการกักกันตัว 14 วัน พร้อมรูมเมทที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ โดยไม่ได้ออกไปนอกที่พัก
  • 8 ธันวาคม เริ่มมีอาการไข้ อุณหภูมิร่างกาย 37.6 เซสเซียส ต่อมา 10.00 น. เข้ารับการตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ที่ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช และพบผลเชื้อ เข้ารักษา ในห้องแยกโรค และในขณะนี้ไม่มีอาการไม่รุนแรงฃ

นพ.โสภณ ขอให้ทุกคนยังสวมหน้ากากให้ถูกวิธีเพื่อป้องกันการติดและการแพร่กระจายของเชื้อหลังพบว่าคนไทยมีแนวโน้มใส่หน้ากากลดลงเหลือ 72% เมื่อเทียบกับช่วงที่มีการระบาดเยอะ ๆ ที่คนไทยใส่หน้ากากกันมากถึง 90% โดย นพ.โสภณ เผยว่าในช่วงนี้มีผู้ติดเชื้อด้านทางเดินหายใจลดลงกว่าปีก่อนถึง 10%