ไทยภักดี : หมอวรงค์ปลุก “คนไทยเลิกทน” หลัง “พ่อหลวงของแผ่นดินถูกรังแก”

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม เปิดตัวกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า "ไทยภักดี" เพื่อเป็นองค์กรกลางในการรวบรวมประชาชนผู้ภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ประกาศภารกิจสำคัญคือการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ "ถูกรังแกจากผู้ไม่หวังดี"
กลุ่มไทยภักดีถือเป็นองค์กรที่ 4 ของฝ่ายแนวคิดอนุรักษนิยม/กษัตริย์นิยม ที่เคลื่อนไหวจัดตั้งมวลชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ นับจากการเปิดตัวของกลุ่ม "อาชีวะช่วยชาติ" เมื่อ 30 ก.ค., "ศูนย์กลางประสานนักศึกษาอาชีวะ ประชาชนปกป้องสถาบันฯ" (ศอปส.) เมื่อ 10 ส.ค. และกลุ่ม "เยาวชนช่วยชาติ" เมื่อ 11 ส.ค. ท่ามกลางการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนที่เรียกตัวเองว่า "คณะประชาชนปลดแอก" โดยที่ นพ. วรงค์บอกว่าไม่รู้จักใครเลยในกลุ่มอื่น ๆ แต่คิดว่าองค์กรแนวร่วมคงจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
การประกาศ "10 ข้อเรียกร้อง" ของนักศึกษากลุ่ม "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" คือเหตุผลที่ทำให้ นพ. วรงค์รู้สึก "รับไม่ได้" จนต้องลุกขึ้นมาจัดตั้งกลุ่มไทยภักดี
"ตลอดช่วงชีวิตผม ผมไม่เคยได้ยินว่าสถาบันพระมหากษัตริย์รังแกประชาชนหรือทำร้ายประเทศชาติเลย ในทางกลับกัน ผมมาอยู่การเมืองเพียง 15 ปี ได้สัมผัสนักการเมืองที่รังแกประชาชนและทำร้ายประเทศ" นพ. วรงค์กล่าวเปิดใจต่อหน้าแนวร่วมทางอุดมการณ์ราว 150 คนที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดตัวกลุ่มใหม่
- "ผูกโบว์ขาวต้านเผด็จการ" : เมื่อนิยาม "ชาติ" ของเยาวชน กับ ผู้ใหญ่-ผู้ปกครอง ไม่ตรงกัน
- ประชาชนปลดแอก: สำรวจแนวร่วม "1 ความฝัน" จาก 10 สิงหา ถึง 16 สิงหา
- "ธรรมศาสตร์จะไม่ทน": นิธิ เอียวศรีวงศ์ วิเคราะห์ปรากฏการณ์ "ขยับเพดาน"
- ปิยบุตร ติงรัฐบาล "ไม่จงรักภักดีจริง" เตือนฝ่ายอนุรักษนิยมอย่า "ฆ่าอนาคตของชาติ"
ชี้ "แก๊งชังชาติ" ปลุกระดม นร.-นศ. ซึ่งไม่ใช่ "มวลชนที่มีวุฒิภาวะ"
จากนั้นเขาเปิดบรรยายพิเศษในหัวข้อ "สถาบันพระมหากษัตริย์กับนักการเมือง… ใครทำร้ายประเทศ" โดยไล่เลียงพฤติกรรมของนักการเมืองที่เรียกตัวเองว่า "ฝ่ายประชาธิปไตย" ที่ทำร้ายประเทศในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ทุจริตคอร์รัปชัน, ใช้อำนาจในทางมิชอบ, แบ่งแยกประชาชน, แทรกแซงสื่อ ระบบราชการ และองค์กรอิสระ จนนำไปสู่การรัฐประหารในปี 2549 และเมื่อ "รัฐบาลน้องสาว" เข้ามาบริหารประเทศ ก็พยายามออก "พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่ง" เพื่อล้างความผิดให้พี่ชาย จนเกิดการชุมนุมขนาดใหญ่ของประชาชน และนำไปสู่การรัฐประหารปี 2557 ในที่สุด ดังนั้นการที่นักศึกษาอ้างถึงการรัฐประหาร แล้วโจมตีว่าสถาบันเบื้องสูงอยู่เบื้องหลัง จึงไม่ใช่ความจริง เพราะปัญหาเกิดจากนักการเมือง อีกทั้ง "รัฐประหารทั้ง 2 ครั้งหลังนี้ ก็เป็นการรัฐประหารที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ผมพูดอย่างนี้ได้เพราะไม่ได้เป็นนักการเมืองแล้ว"
นพ. วรงค์กล่าวต่อไปว่า มีความพยายามในการปลุกระดมมวลชนซึ่งไม่ใช่ "มวลชนที่มีวุฒิภาวะ" แต่เป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา เป็นลูกหลานของเรา ส่วนตัวได้พุดคุยกับนักจิตวิทยาจึงทราบว่าการดันให้นักเรียนนักศึกษาออกมาตำหนิพ่อแม่ของตัวเอง เท่ากับกำลังทำลายระบบความสัมพันธ์ทางเครือญาติในสังคมไทย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
"เขากำลังปฏิบัติการตาม 'แก๊งชังชาติ' วันนี้ลูกหลานกำลังอยู่ในขบวนการนี้ เป็นขบวนการที่ตัดความสัมพันธ์ทางเครือญาติของพวกเรา" ประธานกลุ่มไทยนิยมกล่าว
"ท่านเหมือนถูกมัดมือ และให้อีกฝ่ายชกอยู่คนเดียว"
อดีตนักการเมืองวัย 59 ปีชี้ว่า จุดเลวร้ายคือนักการเมืองเหล่านี้ไม่เคยโทษตัวเอง แต่โทษไปที่สถาบัน จึงปล่อยให้คนมาโจมตี ให้ร้าย ถึงขนาดจะล้มล้าง โดยที่สถาบันฯ ไม่สามารถแก้ตัวได้ และใครก็ไม่สามารถแก้ต่างแทนได้

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
"วันนี้พ่อหลวงของแผ่นดินถูกรังแก ถูกให้ร้าย ถ้าพูดภาษาชาวบ้าน 'ท่านเหมือนถูกมัดมือ และให้อีกฝ่ายชกอยู่คนเดียว' พี่น้องทั้งประเทศจะยอมรับได้หรือ ผมอยากบอกกับประชาชนทั้งประเทศว่าถึงเวลาแล้วที่คนไทยทั้งประเทศต้องไม่ทน" นพ. วรงค์กล่าว เรียกเสียงปรบมือลั่นจากมวลชนที่เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย
เขายังกล่าวเชิญชวนประชาชนให้ออกมาช่วยกันปกป้องสถาบันฯ ที่กำลังถูกผู้ไม่หวังดีรังแก ด้วยการสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มไทยภักดี และฝากถึงแนวร่วมทางอุดมการณ์ว่าไม่ต้องหวั่นไหวกับความเคลื่อนไหวของนักศึกษา เพราะคนเหล่านี้คือลูกหลาน ไม่ใช่ศัตรู แต่อาจตกเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้เพื่อปั่นกระแสโซเชียลมีเดียผ่านแฮชแท็ก ศัตรูของเราคือ "ไอ้ 3 ตัว" นั่น
ประกาศ 3 ข้อเรียกร้อง สวนทิศทาง "ประชาชนปลดแอก"
นพ. วรงค์เป็นอดีต ส.ส.พิษณุโลก 3 สมัยในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และยังเคยเป็นอดีตนายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ( มช.)
เขาระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อ 16 ส.ค. ว่า "ผมเคยมีความคิดล้มล้างสถาบัน ไม่ต่างจากน้อง ๆ เลย" เพียงแต่ผู้อยู่เบื้องหลังคือการจัดตั้งจากรุ่นพี่และเชื่อมโยงไปถึงพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ส่วนน้อง ๆ ใช้เครือข่ายโซเชียลปล่อยข่าวปลอมปลุกม็อบ โดยมีคนให้บทแกนนำไปพูดและเชื่อมโยงตะวันตก

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ก่อนเปิดบรรยายครั้งนี้ นพ. วรงค์ได้เชิญชวนนักเรียน นิสิต นักศึกษาทุกชั้นปีและทุกสถาบันให้ร่วมรับฟังการ "ติวพิเศษ" จากผู้ได้รับ "เกียรตินิยมรางวัลเรียนดีมากจากนิด้า และอดีตติวเตอร์มือ 1 ของนิด้า" พร้อมรับประกันว่ากระชับ เข้าใจง่าย เอาไปตอบข้อสอบได้ หากไม่เข้าใจ ยินดีจ่าย 3,000 บาทถ้วนหน้าโดยไม่ต้องพิสูจน์ความจน
ในขณะที่ "คณะประชาชนปลดแอก" ประกาศ "3 ข้อเรียกร้อง" ให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน, จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ และยุบสภา ภายใต้ "2 หลักการ" คือไม่มีรัฐบาลแห่งชาติ และไม่มีรัฐประหาร และ "1 ความฝัน" ในการมี "ระบอบประชาธิปไตยที่พระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ" กลุ่มไทยภักดีได้ยืนยันการปกครองใน "ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พร้อมประกาศ "3 ข้อเรียกร้อง" ของกลุ่ม
- ต้องไม่ยุบสภา เพราะวิกฤตโควิด-19 ทำให้มีความจำเป็นต้องมีความต่อเนื่องของรัฐบาลและนโยบาย
- ให้ดำเนินคดีโดยเด็ดขาดกับแกนนำผู้ชุมนุม ผู้ปราศรัย กลุ่มอาจารย์ และนักการเมืองที่สนับสนุนการล้มล้างสถาบันฯ
- ต้องไม่แก้รัฐธรรมนูญ 2560 โดยปราศจากฉันทามติของประชาชนที่ลงประชามติไปแล้ว
อุ๊ หฤทัย ร่วมด้วย ลั่นเดินหน้าพบประชาชนทุกจังหวัด
นอกจาก นพ. วรงค์ในฐานะประธานกลุ่มไทยภักดี ยังมีการเปิดเผยรายชื่อสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มอีก 27 คน ซึ่งมาจากหลากหลายอาชีพและหลายวัย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
หฤทัย ม่วงบุญศรี หรืออุ๊ นักร้องชื่อดัง และผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มไทยภักดี กล่าวว่า ขณะนี้คนไทยเริ่มตื่นตัวและตื่นรู้ว่ามี "ขบวนการทำลายทำร้ายประเทศ" ทำให้เกิดความวิตกกังวล อัดอั้น ไม่สบายใจ เพราะคนไทยรู้ดีว่าประเทศเรามีความร่มเย็นอยู่ได้ถึงทุกวันนี้เพราะมีศูนย์กลางอยู่ที่สถาบันฯ
"คนที่คิดชั่ว พยายามสร้างความแตกแยกให้เกิดความระส่ำระสาย ขบวนการพวกนี้เป็นพวกไม่ประสงค์ดีกับบ้านเมือง... วันนี้เราจะประกาศให้พวกเขารู้ว่าเราจะไม่อยู่เฉยอีกต่อไป เราจะแสดงออก" อุ๊ หฤทัย กล่าว
เธอยังบอกด้วยว่า จะเดินทางไปพบคนไทยทุกพื้นที่พร้อมกับ นพ. วรงค์
ต่อมาประธานกลุ่มไทยภักดีขยายความกับสื่อมวลชนว่า จะใช้เวลาในช่วงต้นเปิดรับสมัครสมาชิกกลุ่ม หากพื้นที่ไหนตื่นตัวสูงและหาสมาชิกได้ 100 คน ก็พร้อมเดินทางไปพบปะแนวร่วมทันที พร้อมยืนยันว่าไม่ต้องการไปเผชิญหน้ากับฝ่ายเห็นต่าง แต่ต้องการเปิดช่องให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้แสดงออกบ้าง
แนวร่วม นศ. ลั่น "กำจัดไวรัสข่าวปลอม"
ขณะที่นายเกียรติวงศ์ สงบ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มไทยภักดีที่อายุน้อยที่สุดด้วยวัยเพียง 24 ปี กล่าวว่า รับไม่ได้กับการบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับโครงการหลวง เนื่องจากเขาเกิดมาในยุคน้ำไหล ไฟสว่าง ด้วยโครงการพระราชดำริ
"ผมอยากกำจัดไวรัสข้อมูลข่าวปลอมเหล่านี้ออกไป ด้วยการออกมาคุ้มครองและปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์" เขากล่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เขายอมรับกับบีบีซีไทยว่า ถูกเพื่อนล้อว่าเป็น "สลิ่ม" แต่ไม่รู้สึกโกรธ เพราะแยกแยะเรื่องความเห็นทางการเมืองออกจากการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย ไม่เช่นนั้นคงไม่มีเพื่อน อย่างไรก็ตามเชื่อว่านักศึกษาที่มีแนวคิด "รักความเป็นไทย" มีจำนวนมาก แต่อาจไม่กล้าแสดงออกเพราะกลัวถูกบูลลี่ แต่ที่ต้องออกมาเปิดหน้าก็เพราะต้องการนำเสนอข้อมูลอีกด้าน ไม่ใช่ข้อมูลที่รับต่อ ๆ กันมาจากชาวต่างประเทศที่ตั้งตัวเป็นแหล่งข้อมูลอยู่ในทวิตเตอร์
"ผมเห็นว่ามีการบิดเบือนมากขึ้น ตอนแรกมีการนำเสนอภาพที่ไม่ดีเกี่ยวกับ ร. 10 แต่ต่อมาเริ่มลามไปถึง ร. 9 และ ร. 5 โดยสิ่งที่เอามาพูดกันก็ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด ผมว่ามันไม่ใช่แล้ว เวลาพูดถึงสถาบันฯ ผมไม่ได้หมายถึงตัวบุคคล แต่หมายถึงสมาชิกราชวงศ์ทุกพระองค์ที่ทรงงานเพื่อราษฎร มีโครงการตั้งมากมายที่เป็นประโยชน์" นักศึกษากลุ่มไทยภักดีกล่าว









