อาชีวะช่วยชาติ: นศ. อาชีวะ 2 กลุ่มประกาศปกป้องสถาบัน กับ พิทักษ์ประชาชน

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
ประชาชนที่นิยามตัวเองว่าเป็น "นักเรียนอาชีวะ" สองกลุ่มซึ่งมีความเห็นแตกต่างทางการเมืองได้ออกมาเคลื่อนไหววันเดียวกัน กลุ่มหนึ่งประกาศพิทักษ์ประชาชน ขณะที่อีกกลุ่มขอปกป้องสถาบัน
นักศึกษาในนาม "กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ" และประชาชน รวมตัวที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตั้งแต่เวลา 14.00 น. ประกาศเคลื่อนไหวปกป้องสถาบันกษัตริย์
"กลุ่มอาชีวะช่วยชาติจะเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมให้ข้อมูลที่แท้จริง ที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และเปิดเผยเจตนาที่แท้จริงของผู้ที่อยู่เบื้องหลังใช้เยาวชนในการล้มล้างสถาบันฯ" ทศพล มนูญญรัตน์ ตัวแทนกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ และตัวแทนศิษย์เก่ามีนบุรีเทคนิค ประกาศในแถลงการณ์ที่กล่าวถึงการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "เยาวชนปลดแอก" เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา
แกนนำจัดกิจกรรมได้เลือกใช้จุดเดียวกับที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลนัดชุมนุมใหญ่ครั้งแรกเมื่อ 10 วันก่อน
แถลงการณ์ระบุว่า การชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกและกิจกรรมต่อเนื่องหลังจากนั้น เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อ "ท้าทาย ต่อต้าน หรือกระทั่งล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์..." แม้มีข้อเรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ลาออก ยุบสภา และแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย แต่ปรากฏหลักฐานข้อเท็จจริงว่ามีการแสดงออกเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ อันเป็นเหตุผลที่ทางกลุ่มต้องมาแสดงจุดยืน
ภายหลังการประกาศจุดยืนผ่านแถลงการณ์ที่จบลงภายในเวลาไม่ถึง 15 นาที กลุ่มเยาวชนในชุดเครื่องแบบอาชีวะ จำนวนหนึ่งได้เดินทางกลับทันที โดยยังมีประชาชนทั่วไปที่สวมใส่เสื้อสีเหลืองชูป้ายข้อความปกป้องสถาบันฯ และพระบรมฉายาลักษณ์ รวมตัวอยู่ในบริเวณทางเท้า
ผู้ชุมนุมได้ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และกล่าวทรงพระเจริญร่วมกัน และชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง ซึ่งแกนนำชี้แจงว่าหมายถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
พ.ต.อ. อัศวยุทธ นุชพุ่ม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 6 ประเมินว่ามีผู้ร่วมชุมนุมกับกลุ่มอาชีวะราว 80 คน และยังมีกลุ่มชาวนาที่มาสมทบภายหลังอีกประมาณ 30 คน
ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวเป็นวันที่สองติดต่อกันว่า "เป็นห่วงและกังวล" เรื่องการชุมนุม จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปพิจารณาการใช้กฎหมายให้เหมาะสม

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
นายทศพลซึ่งระบุว่าเป็นผู้ดูแลเพจกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ กล่าวว่ากลุ่มของเขาไม่ได้ต่อต้านการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเยาวชนปลดแอก และไม่มีความเห็นต่อข้อเรียกร้อง 3 ข้อ แต่เห็นว่าการชุมนุมต้องไม่มีการกระทำที่แสดงออกถึงการก้าวล่วงสถาบัน
"สิ่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องและการขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่อย่างใด และสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคมไทย แต่กลุ่มผู้ชุมนุมกลับบ่ายเบี่ยง ไม่รู้ไม่เห็น"
แกนนำผู้อ่านแถลงการณ์กล่าวว่ากลุ่มอาชีวะช่วยชาติรวมตัวกันวันนี้เพื่อแสดงจุดยืน แต่ยังไม่สามารถตอบได้ถึงการเคลื่อนไหวหลังจากนี้ แต่คาดว่าไม่ใช่การออกมาชุมนุมเพราะเกรงว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ
เขากล่าวว่าทางกลุ่มจะติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มเยาวชนนักศึกษาอย่างใกล้ชิดและขอให้หน่วยงานของรัฐบาลที่ติดตามสอดส่องการใช้โซเชียลมีเดีย พิจารณาดำเนินการข้อความต่าง ๆ ที่มีลักษณะจาบจ้วงสถาบันกษัตริย์ด้วย
ต่อคำถามว่าการออกมาของกลุ่มซึ่งมีความเห็นต่างกันจะซ้ำรอยความรุนแรงในประวัติศาสตร์หรือไม่ ทศพลกล่าวว่า "ไม่มีเช่นนั้น" และ "เป็นเรื่องของอดีต" ส่วนจุดยืนการเคลื่อนไหวจะเดินด้วยแนวทางสันติวิธีอย่างไร แกนนำกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ระบุว่าขึ้นอยู่กับสถานการณ์
ทศพลกล่าวเพิ่มเติมว่าสิ่งที่อยากบอกนักศึกษาในฐานะตัวแทนกลุ่มอาชีวะช่วยชาติคือ "ระวังตัวให้ดี" แต่ในฐานะประชาชนไทยคนหนึ่งเขาอยากบอกว่า "หยุดซะ"

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
"สถาบันกษัตริย์ไม่เคยทำร้ายประชาชน"
นายธารา ทองคำดี ศิษย์เก่ากนกอาชีวะ อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มอาชีวะช่วยชาติตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2556 บอกกับบีบีซีไทยว่า การรวมตัววันนี้มีนักเรียนอาชีวะที่เป็นศิษย์ปัจจุบันเข้าร่วมราว 30% ของผู้ร่วมกิจกรรมทั้งหมด
เขาบอกว่าเหตุผลที่ออกมาเคลื่อนไหวเพราะเห็นว่ากลุ่มเยาวชนได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดจากคนบางกลุ่มทำให้มีความเห็นต่อสถาบันในทางที่ไม่ดี
"เราไม่ได้มาเพื่อเชียร์รัฐบาล หรือเชียร์ฝ่ายค้าน แต่เห็นภาพที่ชูแล้วเราไม่สบายใจ...เราเห็นว่าประเทศไทยต้องมีกษัตริย์ สถาบันกษัตริย์ไม่เคยทำร้ายประชาชน"
ธาราบอกว่า เขาเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของกลุ่มนักศึกษาหลายเรื่อง เช่น การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร แต่เห็นว่าหากไม่พอใจรัฐบาลก็น่าจะรออีกสามปี
บีบีซีไทยสอบถามผู้ชุมนุมอีกส่วนหนึ่ง ต่างบอกตรงกันว่าออกมาร่วมกิจกรรมวันนี้เพราะต้องการปกป้องสถาบัน ต่อไปนี้เป็นความเห็นของผู้ชุมนุมบางส่วนต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่มเยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษา
"แรง...โซเชียลทุกอย่างโจมตีสถาบัน คนที่ออกมาชุมนุมก็ยังเขียนป้ายจาบจ้วง"
"จะไล่นายกฯ ไล่ใครก็แล้วแต่ ไล่ไปเลย แต่อย่าแตะต้องสถาบันฯ"
"อยากจะบอกให้น้อง ๆ อย่าไปเชื่อโซเชียลที่ปลุกปั่น หรือบุคคลที่ชี้นำ"
"ไม่ค่อยเชื่อว่าเป็นพลังบริสุทธิ์"

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ
ก่อนหน้านี้ บีบีซีไทยได้ติดต่อไปยังบุคคลที่บอกว่าเป็น "แกนนำรุ่นแรก" ของกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ โดยเขาให้เหตุผลว่าทางกลุ่มจำเป็นต้องออกมาอีกครั้ง หลังจากภารกิจปกป้องสถาบันจบลงในช่วงการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปี 2557
"ทางกลุ่มไม่ได้จะไปเผชิญหน้าหรือว่าปะทะ แค่อ่านแถลงการณ์จุดยืนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วแยกย้ายกลับบ้าน" แกนนำรุ่นแรกบอกกับบีบีซีไทย
"แกนนำรุ่นแรก" ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อเพราะความกังวลว่าจะถูกโจมตี เล่าที่มาที่ไปว่า กลุ่มอาชีวะช่วยชาติก่อตั้งเมื่อปี 2556 ในสมัยรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะ "ตอนนั้นมีคนจาบจ้วงสถาบันเยอะ แต่ภาครัฐไม่สนใจดำเนินคดี" กิจกรรมทางการเมืองครั้งแรกของกลุ่มนี้เกิดขึ้นที่สวนลุมพินี ก่อนการปรากฏตัวของผู้ชุมนุมที่เรียกตัวเองว่าคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ในอีก 4 เดือนต่อมา

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
ศิษย์เก่าของกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของคณะทำงานรุ่นปัจจุบัน บอกว่า ในช่วงเริ่มต้นมีการรวมตัวของนักเรียนอาชีวะประมาณ 2,000 คน จาก 102 สถาบัน หลังจากนั้นกลุ่มได้เข้าร่วมเคลื่อนไหวกับเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองกับกลุ่ม กปปส. และเมื่อมีการเลือกตั้งปี 2562 สมาชิกต่างแยกย้ายลงไปทำงานการเมืองตามพรรคต่าง ๆ
"ในช่วงนี้มีเรื่องเกี่ยวกับโจมตีสถาบัน จึงต้องออกมาปกป้อง" ที่ปรึกษากลุ่มอาชีวะช่วยชาติกล่าว
อดีตโฆษกกลุ่มอาชีวะรุ่นแรก เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรครวมพลังประชาชาติไทย
จากการสืบค้นข้อมูลบนเพจ กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ พบว่าการเคลื่อนไหวช่วงปี 2556-2558 มีนายดนัย ทิพย์ยาน เป็นโฆษกกลุ่ม
เขาเคยปรากฏตัวบนเวทีปราศรัยของ กปปส. และเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราชของพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. เป็นผู้ก่อตั้ง แต่สอบตก
- อภิรัชต์ คงสมพงษ์ : กลุ่มเทิดทูนสถาบันกษัตริย์หารือกองทัพบกช่วยปกป้องจากการก้าวล่วง
- โฆษก ทบ. ขออย่าเชื่อมโยงความเห็นของ "ผู้พันเจี๊ยบ" กับกองทัพบก หลังเปรียบเปรย "เยาวชนปลดแอก" เป็น "ม็อบมุ้งมิ้ง"
- นักกิจกรรมการเมืองฉีกภาพ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ หน้า บก.ทบ.
- ชาวไทยในต่างประเทศ ร่วมแสดงพลังเรียกร้องประชาธิปไตย "ขับไล่เผด็จการ"
เดือน ก.ค. 2558 หรือหลังรัฐประหารราวหนึ่งปี ปรากฏความเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ เข้าให้กำลังใจ พล.อ. ประยุทธ์ โดยเห็นว่า คสช. ทำให้ประเทศสงบขึ้น มั่นคงขึ้น และต้องการให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ตัวแทนกลุ่มคนหนึ่งกล่าวด้วยว่า "การออกมาครั้งนี้ เพื่อให้ท่านรู้ว่าท่านไม่ได้โดดเดี่ยว"
ความเคลื่อนไหวของกลุ่มอาชีวะฯ ในเวลานั้น เกิดขึ้นอย่างคู่ขนานกับกลุ่มนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ที่ออกมาต่อต้าน คสช. ในวาระหนึ่งปีรัฐประหาร
"อาชีวะเพื่อประชาชน" ประกาศยืนเคียงข้าง นศ. จนกว่าจะยุบสภา
ขณะที่อดีตนักเรียนอาชีวะอีกกลุ่มที่ใช้ชื่อว่ากลุ่ม "อาชีวะเพื่อประชาชน" และกลุ่ม "ฟันเฟืองประชาธิปไตย" หลายสิบคนได้เข้าร่วมการชุมนุมกับนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ย่านธนบุรี โดยให้เหตุผลว่า "เพื่อแสดงจุดยืนเคียงข้างฝ่ายประชาธิปไตย" พร้อมย้ำว่าความเลวร้ายของเผด็จการคือบริหารประเทศไม่เป็น จนทำให้ประชาชนต้องประสบปัญหาปากท้อง
บึ้ง อดีตนักเรียน รร.อินทรอาชีวะ ซึ่งปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เหตุที่ต้องออกมาเคลื่อนไหวเพราะ "อีกฝ่ายพยายามยัดเยียดข้อกล่าวหาเรื่องการจาบจ้วงสถาบันให้นักเรียนนักศึกษา ทั้งที่ข้อเรียกร้องของพวกเขา 3 ข้อ เป็นการเรียกร้องต่อรัฐบาล ไม่มีส่วนไหนเกี่ยวข้องกับสถาบันเลย

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
"ฝ่ายประชาธิปไตยไม่เคยคิดล้มล้าง แต่พอมีใครต่อต้านรัฐบาลเผด็จการเข้าหน่อย ก็มักใช้เรื่องสถาบันมากล่าวหาและใส่ร้าย หวังให้เกิดเหตุการณ์แบบ 6 ตุลา 2519" ชายวัย 47 ปี ผู้เป็นศิษย์เก่า รร.อาชีวะ กล่าว
เขาบอกด้วยว่า จะเคลื่อนไหวร่วมกับขบวนการนักศึกษาจนกว่านายกฯ จะยุบสภา แต่ยืนยันว่าอาชีวะไม่เท่ากับความรุนแรง และขอสังคมไม่ต้องกังวล
"ไก่โอ๊คร้องโหยหวน" ขอรัฐบาลฟังเสียงประชาชนบ้าง
ในเวลาไล่เลี่ยกัน เสียงฮัมเพลง "แฮมทาโร่" ภาคดัดแปลงเนื้อร้องเพื่อใช้ต่อต้านรัฐบาล ได้ดังขึ้น
"วิ่งนะวิ่งนะแฮมทาโร่ ของอร่อยที่สุดก็คือ.... ภาษีประชาชน ยุบสภา ๆ ๆ..."
นี่ถือเป็นอีกครั้งที่หนูแฮมสเตอร์ ตัวการ์ตูนญี่ปุ่นขวัญใจเยาวชนได้ออกมาโลดแล่นในพื้นที่การเมืองไทย ผ่านผู้ชุมนุมที่เรียกตัวเองว่าแนวร่วมนวชีวิน หลังเคยจัดกิจกรรม "วิ่งกันนะแฮมทาโร่" ครั้งแรกที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา มาวันนี้พวกเขาได้ยกพลไปชุมนุมภายใน มจพ.
นักเรียนหญิงชั้นมัธยม 5 คนหนึ่ง กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เหตุที่มาร่วมกิจกรรม เพราะต้องการ "แสดงจุดยืนของตัวเอง" หลังจากเคยถูกแม่พาไปร่วมชุมนุมการเมืองเมื่อปี 2557
หากคนรุ่นก่อนอธิบายภาพการเมืองไทยว่าเป็น "วงจรอุบาทว์" หรือ "วัฏจักรที่ล้มเหลว" ภาพในหัวของคนรุ่นใหม่อย่างเธอก็ไม่ต่างกัน เพราะเป็นเผชิญกับรัฐประหาร 2 ครั้งในชีวิต ในปี 2549 เธอมีอายุเพียง 2 ขวบ และ 2557 เพิ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษา เพียงแต่คนรุ่นใหม่ก็เลือกสื่อสารในแบบของตัวเอง โดยเปรียบเป็นแฮมสเตอร์ที่ถูกบังคับให้อยู่ในกรง แล้วต้องวิ่งวนอยู่ในกงล้อ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
"แฮมสเตอร์ในกรง ก็เปรียบเหมือนประชาชนที่ถูกกดทับ ไม่มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างเต็มที่ แม้เราเอาการ์ตูนมาสื่อ เพราะเป็นสิ่งร่วมสมัยของคนรุ่นเรา แต่ความเคลื่อนไหวของเราเป็นเรื่องจริงจัง ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ" ผู้ชุมนุมวัย 17 ปีกล่าว
สำหรับการ์ตูนเรื่อง "แฮมทาโร่ แก๊งจิ๋วผจญภัย" วาดโดย ริสึโกะ คาวาอิ นักวาดการ์ตูนชาวญี่ปุ่น โดยเข้ามาฉายทางฟรีทีวีไทยครั้งแรกปี 2548
นอกจากการ "วิ่งแฮมทาโร่" ผู้จัดการชุมนุมยังแจก "ไก่โอ๊ก" ให้กับผู้เข้าร่วมได้บีบเค้นในระหว่างวิ่ง ซึ่งเยาวชนหลายคนระบุตรงกันว่าเสียงไก่ที่ร้องโหยหวนครวญครางเป็นเหมือนเสียงของประชาชนที่รัฐบาลไม่เคยฟัง

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
ความเคลื่อนไหวที่ ม.ศิลปากร
ขณะที่กลุ่มศิลปากรเสรีเพื่อประชาธิปไตย จัดกิจกรรม "ศิลปะยืนยาว...คงเมื่อย แต่จะชุมนุมไปเรื่อย ๆ ไม่เมื่อยนะจ๊ะ" โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น ที่ หน้าอาคารเพชรรัตน-สุวัทนา (ยิมใหญ่) ภายในมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ. นครปฐม นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากรจัดกิจกรรม "สินปาก้า วิ่งซ่าท้าสลิ่ม" มาสมทบอีกด้วย
ตัวแทนของมหาวิทยาลัยศิลปากรย้ำเรื่องสิทธิเท่าเทียมกันในระบอบประชาธิปไตย โดยยกตัวอย่างในสหรัฐอเมริกา โดยมองว่ายังมีหวังกับประเทศไทยแต่หมดหวังกับรัฐบาล ด้านตัวแทนของนักเรียนสาธิตเรียกร้องให้นักเรียนออกมาแสดงออกทางความคิดเห็นและการได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมในสังคมประชาธิปไตย
การชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่รู้จักในชื่อ "แฟลชม็อบ" ภาค 2 เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 18 ก.ค. โดยผู้จัดการชุมนุมที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มเยาวชนปลดแอก โดยถือเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดนับจากรัฐประหารปี 2557 จากนั้นได้เกิดการชุมนุมย่อย ๆ เรื่อยมาในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ก่อนที่กลุ่มเยาวชนปลดแอกจะนัดเคลื่อนไหวอีกครั้งในวันที่ 1 ส.ค.











