อดข้าวประท้วง : เพราะรัฐบาลไม่เคยเห็นความอดอยากผู้คน นศ.เผยเหตุผลที่อดอาหารร้องรัฐบาลแก้ปัญหาปากท้อง

ภูมิวัฒน์

ที่มาของภาพ, Thai news pix

คำบรรยายภาพ, คืนแรกของการปักหลักกิจกรรมอดข้าวประท้วง ภูมิวัฒน์ ถูกให้ย้ายจากหน้าทำเนียบฯ และต้องเสียค่าปรับ 200 บาท ตามความผิด พ.ร.บ.ความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง
    • Author, ธันยพร บัวทอง
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

กางเกงขายาวหนึ่งตัว กางเกงขาสั้น 2 ตัว เสื้อ 3-4 ตัว และน้ำเปล่า 2 ขวด เป็นปัจจัยสี่ไม่กี่อย่างที่ภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ หรือ จอห์น นักกิจกรรมวัย 20 ปี แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มนวชีวิน มีติดตัวเมื่อเริ่มอดข้าวประท้วงผู้นำประเทศที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลในวันแรก

"ฝนตกหนักมาก น้ำเริ่มรั่วซึมเข้ามาที่ผนังเต็นท์" คือสิ่งที่ชายหนุ่มผู้นี้บรรยายไว้ในคืนวันที่สองหลังจากย้ายเต็นท์นอนมาที่ศาลาพักข้างกระทรวงศึกษาธิการ ริมคลองผดุงกรุงเกษม เมื่อเริ่มวันใหม่ ห้องน้ำภายในวัดมกุฏกษัตริยารามคือที่ที่เขาทำธุระส่วนตัวและอาบน้ำ

"ผมไม่ได้ประเมินอะไรไว้เท่าไหร่ ตอนแรกคิดว่าเป้าหมายสูงสุดของตรงนี้ คงจะเป็นเรื่องของการอยู่ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะล้มลงไปต่อไม่ไหว..." ภูมิวัฒน์บอกกับบีบีซีไทยและเผยว่ากลุ่มของพวกเขาจะเริ่มขยับขยายการชุมนุมในบริเวณนี้ไปเรื่อย ๆ โดยวันนี้ (23 ก.ค.) จะเป็นวันสุดท้ายของช่วงเวลาสี่วันที่เขากินข้าวเพียงวันละมื้อเดียวเพื่อเตรียมสภาพร่างกายก่อนเข้าสู่การอดอาหารประท้วงอย่างเต็มรูปแบบในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะมีเพียง "น้ำดื่ม" เท่านั้นที่ตกถึงท้อง

20 ก.ค. เป็นวันแรกที่ภูมิวัฒน์เริ่มอดข้าวประท้วงการบริหารงานของรัฐบาล กลุ่มนวชีวินได้เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาปากท้อง ปรับปรุงสวัสดิการของรัฐ และมีมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ตกงานทันที และหากรัฐบาลไม่สามารถทำตามข้อเรียกร้องเหล่านี้ "ก็ออกไปซะ"

"ถ้าหากการที่ผมหิวเพิ่มขึ้นเป็นเพื่อนกับพี่น้องประชาชนที่กำลังอดอยากอยู่ตอนนี้ แล้วมันทำให้ปัญหาของเขาได้รับการเล็งเห็น ได้รับการพูดถึงมากขึ้นผมว่ามันคุ้ม... มันคุ้มที่ผมจะเสียอะไรก็ได้ มันคุ้มที่ผมจะเข้าโรงพยาบาล มันคุ้มที่ผมจะต้องเสียโอกาสหลาย ๆ อย่าง"

ภูมิวัฒน์

ที่มาของภาพ, RACHAPHON RIANSIRI/BBC THAI

ทัศนะของเขาเห็นว่าเหตุการณ์ท้ายสุดที่รัฐบาลเยียวยาประชาชนไม่ทันการณ์เกิดในช่วงการระบาดของสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่กระทบต่อประชาชนหลายระดับ

รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การเงิน 3 ฉบับ วงเงินรวม 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19 เงินเยียวยาที่ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบที่ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ "เราไม่ทิ้งกัน" และขยายเวลาในการจ่ายเงินเยียวยาออกไปเป็น 6 เดือน หรือจ่ายให้ถึงเดือน ก.ย.

"การแจกเงิน 5 พันบาท เพิ่มเป็น 6 เดือน เพราะเห็นว่าโควิดกระทบประชาชนและผู้ประกอบการอาชีพอิสระมากขึ้น และไม่รู้ว่าการระบาดจะจบลงเมื่อไร จึงต้องช่วยคนกลุ่มนี้" นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ระบุเมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

เช้าวันที่สามของการประท้วงเขาบอกกับเราถึงสภาพร่างกายว่ารู้สึก "เพลีย" แต่หลัก ๆ เพราะไม่ได้นอนมากกว่า เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่วนอยู่ตลอดเวลา "อย่างเมื่อเช้าผมได้นอนตอนตีสองตีสาม เจ้าหน้าที่มาปลุกตอน 7 โมง มาถ่ายภาพ แล้วก็มาอีก 3-4 ชุด"

ภูมิวัฒน์ คือใคร อะไรคือเป้าหมายของกลุ่มนี้ที่ทำให้พวกเขาเลือกออกมาอดข้าวเพื่อประท้วงการบริหารของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เด็กหนุ่มจาก จ.นครสวรรค์

ภูมิวัฒน์เป็นคน จ.นครสวรรค์ เริ่มทำกิจกรรมมาตั้งแต่ชั้นมัธยมต้นในนามกลุ่ม "การศึกษาเพื่อความเป็นไท" ร่วมกับเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตนักกิจกรรมจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันภูมิวัฒน์กำลังเรียนระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช สาขาสาธารณสุขศาสตร์ และเรียนที่ ม.รามคำแหงอีกแห่งหนึ่ง ในสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ

ปี 2557-2558 ภูมิวัฒน์ในวัย 15 ปี เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มนักศึกษาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เขาเป็นหนึ่งในเยาวชนที่โดนเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครระหว่างเข้าร่วมการชุมนุม 1 ปี ต้านรัฐประหาร แต่ครั้งนั้นไม่ได้ถูกดำเนินคดี เนื่องจากยังเป็นเยาวชน

กลุ่มนวชีวิน คือใคร

แนวร่วมนวชีวิน (New Life Network) เป็นกลุ่มนักกิจกรรมรุ่นใหม่ที่รวมตัวเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาหลังจากรู้จักกันในการชุมนุมที่สกายวอล์ค การรวมตัวมีเป้าหมายเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดและเคลื่อนไหวเพื่อให้ประเทศไทยมีรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า มีเสรีภาพทุกมิติ และต้องการให้มีรัฐธรรมนูญที่ยึดโยงกับอำนาจอธิปไตยของประชาชน

ภูมิวัฒน์

ที่มาของภาพ, RACHAPHON RIANSIRI/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า ขยายเงินเยียวยาเดือนละ 5,000 บาท ครอบคลุมทุกระดับ โดยมีช่องทางที่ยืนยันสิทธิได้สะดวก เป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องของนักกิจกรรมแนวร่วมนวชีวิน

ภูมิวัฒน์กล่าวถึงเป้าหมายเรื่องรัฐสวัสดิการว่าสิ่งที่ทำให้ผู้คนเจ็บปวดที่สุดคือ เรื่องความเหลื่อมล้ำทางโอกาส ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของการเข้าถึงสวัสดิการ บริการทางการแพทย์ การคมนาคมขนส่งที่ดีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องโอกาสทุกอย่างที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คน

ส่วนความต้องการรัฐธรรมนูญที่ยึดโยงกับอำนาจอธิปไตยของประชาชนนั้น เขาอธิบายว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ให้อำนาจสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ 150 เสียง นั้น เป็นรัฐธรรมนูญที่ ไม่ได้สร้างความยุติธรรมให้กับระบบการเลือกตั้ง

"สุดท้ายแล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้การเลือกตั้งเป็นเพียงกลไกของการสืบทอดอำนาจ ไม่ได้สะท้อนปัญหาจริง ๆ ของผู้คน "

ทำไมเลือกอดข้าวประท้วง

"ผมเป็นคนชอบกินมาก ไม่ว่ายังไงเวลาไหน (เมื่อ) ผมรู้สึกว่าชีวิตยากลำบาก ชีวิตแย่หรือชีวิตไม่ดี ผมกินของอร่อย ๆ เรามีความสุข เราแฮปปี้ เราสามารถที่จะใช้ชีวิต สู้ต่อไปได้.... แต่ตอนนี้มันกลายเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของเรา ผมเคยลำบากมาหลายครั้ง ผมเคยเห็นคนรอบตัวลำบาก แต่ก็มันไม่เคยลำบากอย่างนี้มาก่อน มันไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่คนจะรู้สึกว่าการจะซื้อขนมให้ลูกของตัวเองกิน มันจะต้องคิดถึงเรื่องเงินเยอะขนาดนี้"

สำหรับเขาแล้วฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขายอมรับความผิดพลาดในการบริหารประเทศของรัฐบาลไม่ได้อีกต่อไปคือการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่เขามองว่ารัฐบาลไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากล็อกดาวน์ได้ทันการณ์

ภูมิวัฒน์

ที่มาของภาพ, Thanyaporn buathong/BBC THAI

ภูมิวัฒน์บอกว่า เลือกใช้วิธีอดข้าวประท้วงเพื่อแสดงให้เห็นปัญหาอย่างตรงไปตรงมาว่ามีผู้คนที่อดอยาก "อยู่ใกล้ตัวพวกท่านกว่าที่คิด"

ทำไมต้องรัฐสวัสดิการ

แกนนำนักกิจกรรมวัย 20 ปี กล่าวว่าการจัดสวัสดิการเป็นหน้าที่ของรัฐบาล แต่ประเทศไทยยึดติดกับโครงสร้างสวัสดิการสังคมในรูปแบบที่เป็นสังคมสงเคราะห์มากเกินไป ทั้งที่ความจริงแล้ว โครงสร้างแบบสังคมสงเคราะห์ยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำทวีคูณชัดเจนขึ้น เพราะวิธีการนี้ทำให้คนบางกลุ่มตกหล่นไปจากระบบสวัสดิการที่ควรจะได้รับ

"ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เสียภาษีหรือคนที่ไม่มีรายได้พอที่จะเสียภาษีควรจะได้รับสวัสดิการ อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน...หน้าที่ของรัฐคือการดูแลทุกคน ไม่ใช่ดูแลบางคน และปล่อยให้บางคนต้องอดอยาก"

ประเทศไทยที่อยากเห็นในสายตาของคนวัย 20

"ความฝันสูงสุดของผมตอนนี้ ก็คงจะเป็นเรื่องรัฐสวัสดิการ กับบริการทางการแพทย์ที่ครอบคลุมทั่วถึงทุกคน การศึกษาที่ดี และต้องไม่ใช่การศึกษาที่เป็นการศึกษากระแสหลักเท่านั้น แต่รวมไปถึงการศึกษาทางเลือก การศึกษาที่สอดรับกับโลกสมัยใหม่มากขึ้น ซึ่งรัฐไม่เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาในส่วนนี้เลย ทั้งที่ความจริง ในอนาคตทักษะแรงงานต้องการมากกว่าด้วยซ้ำ"

poomiwat

ที่มาของภาพ, Thai news pix

คำบรรยายภาพ, อุปกรณ์อาบน้ำ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ยาสระผม โฟมล้างหน้า ผ้า 1 ผืน หมอน 1 ใบ หนังสืออ่านเล่น โน้ตบุ๊ก สมุดโน้ต ลูกประคำ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง เป็นสิ่งของที่เขาเตรียมติดตัวมาด้วย ส่วนเต็นท์นอนมีผู้บริจาคให้ภายหลัง

สิ่งที่อยากบอกรัฐบาล

"รีบ ๆ ออกไปได้แล้ว" เป็นคำตอบที่เขาบอกกับบีบีซีไทย โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเปิดทางให้ผู้ที่มีวิสัยทัศน์ มีความคิดก้าวหน้าและกล้าทำจริงเข้ามาบริหารประเทศแทน

ส่วนเป้าหมายในการประท้วง ในตอนแรกเขาคิดว่า "คงจะเป็นเรื่องของการอยู่ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะล้มลงไปต่อไม่ไหว" และบอกว่า การที่นำพาร่างกายและสุขภาพมาเผชิญสภาวะเช่นนี้นั้น "คุ้ม" หากจะทำให้รัฐบาลเล็งเห็นปัญหาของคนที่กำลังยากลำบาก หรือหากการเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจจะไม่สำเร็จก็ตามเขาคิดว่าอย่างน้อยพี่น้องประชาชนก็จะมีเพื่อนมากขึ้น

"(คนที่อดอยาก) อยู่ใกล้ตัวมาก ๆ ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล และอยู่เต็มไปหมด เดินไปที่ไหน คุณก็จะเจอคนที่อดอยาก คุณไปที่ไหน ก็จะเจอแต่คนที่หิวโหย แล้วนี่ผมมาใกล้ขนาดนี้ ผมทำขนาดนี้ให้คุณเห็นชัด ๆ คุณยังจะเมินเฉย คุณยังจะเพิกเฉยอีกต่อไปหรือเปล่า" ภูมิวัฒน์ฝากไปถึงบุคคลที่บริหารประเทศอยู่ในทำเนียบรัฐบาลซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่เขาอดข้าวประท้วงไปไม่ถึง 1 กิโลเมตร

เนเน่

ที่มาของภาพ, Thanyaporn buathong/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล มอบหนังสือ สบู่ และโฟมล้างหน้า ให้กับภูมิวัฒน์ เพื่อเป็นกำลังใจในการทำกิจกรรมอดข้าว

ยื่น 4 ข้อเรียกร้อง

วันนี้ (23 ก.ค.) ตัวแทนแนวร่วมกลุ่มนวชีวิน ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี โดยทางกลุ่มได้เสนอข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ไปยังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้แก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนโดยถ้วนหน้าทันที ได้แก่ ขยายเงินเยียวยาเดือนละ 5,000 บาท ครอบคลุมทุกระดับถ้วนหน้า โดยมีช่องทางที่ยืนยันสิทธิได้สะดวก ประกันการว่างงานและมีเงินเดือนรองรับการว่างงานของผู้จบการศึกษาแต่ยังไม่มีงานรองรับ สำหรับผู้ว่างงานรัฐต้องประกันเงินเดือนตามค่าแรงขั้นต่ำ 80%

ข้อเสนอของกลุ่มนวชีวิน ระบุอีกว่ารัฐต้องลดค่าบำรุงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานลง 50% ต้องมีมาตรการรายได้พืชผลการเกษตร และมีสวัสดิการประกันการว่างงานรองรับสำหรับแรงงานภาคการเกษตรที่ว่างงานก่อนโยกย้ายไปสู่งานใหม่