โควิด-19 : นายกฯ ชี้แจงปัญหาเรื่องจ่ายเงินเยียวยา ระบุเป็นหน้าที่ของประชาชนที่ต้องลงทะเบียนให้ถูกต้อง

พล.อ.ประยุุทธ์ จันทร์โอชา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงการทำงานของรัฐบาลในการรับมือกับโควิด-19 และทิ้งท้ายด้วยการเรียกร้องให้ช่วยกันแก้ปัญหาโดยไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงเรื่องปัญหาการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 หลังจาก ส.ส.ฝ่ายค้านใช้เวทีอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับวันที่สอง วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ในการจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนและการรับมือกับโรคระบาด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงปัญหาการจ่ายเงินเยียวยาเราไม่ทิ้งกันที่ ส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายกรณีประชาชนบางรายถูกตัดสิทธิรับเงินช่วยเหลือเพราะระบบบันทึกอาชีพคลาดเคลื่อน โดยนายกฯ บอกว่า ประชาชนต้องรู้จักหน้าที่ของตนเองในการไปลงทะเบียลและแก้ไขการลงทะเบียนให้ถูกต้อง หลังจากมีกรณีที่ลงทะเบียนแล้วถูกระบุในระบบว่าเป็นเกษตรกร

"ถ้าท่านโทษแต่รัฐบาล รัฐบาลไม่สามารถไปล้วงถึงบ้านได้ ท่านต้องรู้จักหน้าที่ หน้าที่ของท่านคือไปลงทะเบียน ไปแก้ไขทะเบียนให้ถูกต้อง" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

เขาบอกว่า รัฐบาลต้องบริหารราชการตามกฎหมาย หากประชาชนต้องการให้รัฐบาลจ่ายเงินให้เร็ว ก็ต้องรู้จักหน้าที่และสิทธิของตัวเองด้วยการไปแก้ไขข้อมูลการลงทะเบียนให้ถูกต้อง

นายกฯ ย้ำว่าเงินเยียวยาเป็นเงินสำหรับการดำรงชีพ ส่วนที่หลายคนบอกว่าเป็นหนี้นั้น ก็ต้องไป "แก้ไขปรับเปลี่ยนพัฒนาตัวเอง" โดยรัฐบาลเป็นเพียงผู้สนับสนุน

"นี่เป็นเงินดำรงชีพ 3 เดือน แต่ไม่สามารถเอาเงินจำนวนนี้ไปผ่อนมอเตอร์ไซค์ ผ่อนรถได้หรอกครับ"

พล.อ.ประยุุทธ์ จันทร์โอชา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ส.ส.ฝ่ายค้านใช้เวทีอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ส่วนประเด็นเรื่อง พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับนั้น พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่าเป็นการบริหารงบประมาณตามกฎหมายและมีกรอบการใช้งบประมาณชัดเจน

"หนี้จำนวนนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดสมัยรัฐบาลนี้ หนี้จำนวนนี้มันเกิดมาก่อน 40 กว่าเปอร์เซ็นต์มันเกิดมาตั้งนานแล้ว แล้วรัฐบาลนี้ทำจนเหลือ 41 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าเดิมอีก จนวันนี้ต้องขึ้นมาเป็น 50% เพื่อรักษา เยียวยา ฟื้นฟูให้ประเทศเข้มแข็งต่อไป"

ส.ส. เพื่อไทย - ปชป. ชี้ พ.ร.ก. กู้เงิน 1.9 ล้านล้าน ขาดยุทธศาสตร์-ไร้แผนงาน

วันที่สองของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงินรวม 1.9 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลออกมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มต้นเมื่อเวลา 9.30 น. ฝ่ายค้านยังเดินหน้าอภิปรายร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน ที่มีการตั้งกรอบงบประมาณอย่าง "ขาดยุทธศาสตร์" และการตั้งวงเงินในแผนงานสาธารณสุขที่อาจไม่เพียงพอต่อการจัดหาและผลิตวัคซีนสำหรับโรคโควิด-19 ที่คนไทยทุกคนเข้าถึงได้

ในการอภิปรายช่วงเช้า นอกจาก ส.ส.ฝ่ายค้าน จะอภิปรายถึงความบกพร่องของรัฐบาลในการรับมือกับโควิด-19 ในระยะที่ผ่านมา และการออก พ.ร.ก.เงินกู้ ที่ขาดยุทธศาสตร์ ยังมี ส.ส.นครศรีธรรมราช ประชาธิปัตย์ ที่ชี้ว่างบประมาณส่วนแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาทนั้น ไร้แผนงานให้เห็น

ด้าน ส.ส.ก้าวไกล และประชาธิปัตย์ เสนอเพิ่มวงเงินแผนงานสาธารณสุข จากเดิม 45,000 ล้านบาท เป็น 100,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพของระบบสาธารณสุข และการจ่ายค่าตอบแทนให้อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่ารัฐบาลกู้เงินแต่ขาดยุทธศาสตร์ในการทำงาน เช่น เพิ่งจะมีการซักถามผู้บริหารตามจังหวัดต่าง ๆ หลังจากเริ่มประกาศใช้ พ.ร.ก. ไปแล้ว เขาวิจารณ์ว่าลักษณะการใช้งบฯ แบบนี้จะทำให้เงินก้อนใหญ่กลายเป็นเบี้ยหัวแตก รัฐบาลควรต้องมียุทธศาสตร์ในการใช้เงินที่ทำแล้วเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน

รัฐบาลควรวางยุทธศาสตร์ใช้งบฯ เพื่อชูให้ระบบสาธารณสุขไทย "เป็นพระเอก" มาเป็นตัวดึงดูดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ใช้การสาธารณสุขที่เข้มแข็งเหนี่ยวนำการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ และต้องยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินให้คนไทยทำมาหากินได้

"การทำเงินก้อนใหญ่ให้เกิดประโยชน์ที่สุด ควรทำให้ประเทศไทยมีภาพพจน์เป็นลักษณะห้องปลอดเชื้อ"

ห้องประชุมสภา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศการประชุมสภาแบบรักษาระยะห่างทางสังคม

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ที่อภิปรายว่าในแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมในส่วนของเงินกู้ 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล ยังไม่รู้ว่ารัฐบาลจะนำไปใช้ส่วนใดบ้าง แต่เห็นควรที่ต้องเน้นไปที่การจ้างงาน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและทำให้คนในท้องถิ่นมีอาชีพ

"รัฐบาลบอกว่าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคม 4 แสนล้านบาท แต่ในแผนการฟื้นฟู ยังไม่เห็นเลยครับ ยังไม่ทราบว่าจะไปใช้อะไรที่ไหนอย่างไร ในขณะที่เรากำลังอภิปรายกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้ทำหนังสือถึงหน่วยงานว่าให้เสนอโครงการงบประมาณมา แต่ในขณะที่ ส.ส.กำลังพิจารณา แผนงานไม่มี ยังกำลังดำเนินงานทำแผนงานอยู่เลย"

นายชัยชนะยังกล่าวถึง พ.ร.ก. การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 หรือ "พ.ร.ก.ซอฟต์โลนและเอสเอ็มอี" วงเงิน 5 แสนล้านบาทว่า ขอฝากให้รัฐบาลพิจารณากลุ่มเอสเอ็มอีที่ยังไม่เคยเป็นลูกหนี้ แต่ขณะนี้กำลังขาดสภาพคล่องและยังไม่มีสิทธิเข้าร่วมตาม พ.ร.ก.

ก้าวไกล เสนอเพิ่มวงเงินงบฯ แผนงานสาธารณสุขเป็น 1 แสนล้าน

ฝ่ายค้านโดย นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย พรรคก้าวไกล ใช้เวลา 20 นาที ในการอภิปรายประเด็นนี้ โดยชี้ว่าวงเงินแผนงานสาธารณสุข 45,000 ล้านบาท ที่บรรจุใน พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท เป็นสัดส่วนงบประมาณแค่ 4.5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่ใช้เพื่อการเตรียมพร้อมสำหรับการสู้กับโรคโควิด-19

เขาชี้อีกว่าใน พ.ร.ก. เขียนถึงการใช้จ่ายงบฯ ในเรื่องค่าตอบแทน ค่าเสี่ยงภัยของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข การจัดหาวัคซีน และการจัดสร้างห้องปฏิบัติการไว้เพียงแค่ 5 บรรทัด

นายเอกภาพอภิปรายว่า ลำพังงบประมาณเพื่อการผลิตและจัดหาวัคซีนคาดว่าต้องใช้เงินงบประมาณราว 12,060-67,000 ล้านบาท พรรคก้าวไกลจึงเสนอให้เพิ่มวงเงินงบประมาณแผนงานสาธารณสุขจาก 45,000 ล้านบาท เป็น 100,000 ล้านบาท

ขณะที่การปิดเมืองและการคลายล็อกกำลังดำเนินอยู่นั้นควรต้องทำควบคู่กับการเพิ่มศักยภาพทางสาธารณสุขเพื่อรับมือกับคนไข้ที่อาจจะเพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลต้องเพิ่มการตรวจเชื้อให้กับประชาชน และสนับสนุนอุปกรณ์การป้องกันให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ให้พร้อม

"การดำเนินต่อสู้กับโคโรนาไวรัส เราจะตั้งการ์ดอย่างเดียวไม่ได้ ถ้าเราตั้งการ์ดอย่างเดียวรอให้โดนถลุงไปจนถึงยก 12 แล้ว เพื่อรอหวังหมัดน็อกจากวัคซีน เราอาจจะแพ้จนวันสุดท้ายก็ได้" ส.ส.เชียงราย พรรคก้าวไกล กล่าว

"รัฐบาลไม่ควรฉลองชัยชนะบนหยาดเหงื่อของบุคลากรทางการแพทย์และน้ำตาของประชาชน"

ส.ส.จากพรรคก้าวไกลผู้นี้ยังชี้อีกว่า คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้งบฯ ยังไม่มีบุคคลที่มีความรู้ทางสาธารณสุขและตัวแทนจากประชาชนและเสนอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามการนำงบประมาณเงินกู้ไปใช้

อนุทินระบุต่อให้มีระบาดรอบสอง สธ.ยังพร้อมรับมือได้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงกรณีที่รัฐบาลถูกอภิปรายว่าปล่อยให้มีกิจกรรมเสี่ยงจนมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก เช่น สนามมวย ผับและบาร์ ว่ารัฐบาลได้ออกมาตรการแล้ว "แต่อาจมีการหลุดบ้าง" แต่เมื่อหลุดแล้วรัฐบาลได้ขยายผลการติดตามจนครบ และรักษาหายกลับบ้านหมด มีผู้ป่วย 2-3 คนที่เสียชีวิตเนื่องจากมีโรคแทรกซ้อนอื่น

ประชุมสภา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ต่อให้โควิด-19 ระบาดรอบสองก็รับมือได้ นายอนุทินกล่าว

ส่วนการปล่อยให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเสี่ยงเดินทางเข้าประเทศ รมว.สาธารณสุข บอกว่า ทาง สธ.เตรียมการเรื่องนี้ตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว หลังจากนั้นรัฐบาลได้เริ่มใช้ประกาศ พ.ร.บ.โรคติดต่อร้ายแรงและมีมาตรการห้ามนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทย และยืนยันว่ารัฐบาลใช้เวลา 2-3 สัปดาห์เท่านั้นก็ยุติการเดินทางเข้าประเทศของกลุ่มเสี่ยงได้

นายอนุทินยังยืนยันถึงศักยภาพในการรับมือของระบบสาธารณสุขที่ถึงแม้ว่าจะมีการระบาดระลอกสองก็รับมือได้ ส่วนการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เขามั่นใจว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 ก็สามารถผ่อนคลายการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ และยืนยันว่ายังอยู่ในกรอบการบังคับใช้ 3 เดือน และต่ออายุ 1 เดือน

"ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่การ์ดตก ขอให้พี่น้องประชาชนตั้งการ์ดด้วย ศัตรูของเราคือโควิด ถ้านับคะแนนยังไม่น็อกเอาท์ จะน็อกเอาท์ได้ต้องมีวัคซีน งบนี้อยู่ใน 45,000 ล้าน"

เสนอเพิ่มค่าตอบแทนให้ อสม.

ทั้ง ส.ส.ฟากรัฐบาลและฝ่ายค้าน ยังยกประเด็นการเพิ่มค่าตอบแทนต่ออาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ที่เป็นกลไกสำคัญในการดูแลติดตามและป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ในหลายพื้นที่ ซึ่งประเด็นนี้ นายอนุทินได้รับไปพิจารณาและยืนยันว่า สธ.จะนำเสนอในคณะรัฐมนตรีต่อไป

"ค่าตอบแทน อสม. ทำงานเดือนละ 1,000 แต่ทำงานเหมือนรับเงินเดือนเดือนละ 10,000 สามเดือนที่ปฏิบัติงานเรื่องโควิดมา แทบไม่ได้ประกอบอาชีพ" นายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าว และอภิปรายให้ความเห็นว่าเม็ดเงินค่าตอบแทน อสม.ควรโยกไปอยู่ในก้อนงบประมาณ 5.5 แสนล้านบาท

รมว.คลัง ชี้แจงเตรียมหามาตรการเพิ่มเติมช่วยเอสเอ็มอี

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่ากระทรวงการคลังได้เสนอในที่ประชุม ครม.ว่ากำลังพิจารณามาตรการช่วยเหลือวิสาหกิจเอสเอ็มอีเพิ่มเติม นอกเหนือจากความช่วยเหลือในส่วนของสินเชื่อซอฟต์โลนแล้ว เพื่อดูแลเอสเอ็มอีที่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนธนาคารพาณิชย์ได้เต็มที่ หรือกลุ่มเอสเอ็มอีที่ยังไม่มีประสบการณ์การกู้เงินกับสถาบันการเงิน โดยกำลังดูความเป็นไปได้ถึงรูปแบบการจัดตั้งในรูปของกองทุนเพื่อส่งเสริมให้เข้าถึงแหล่งทุน ซึ่งต่างจากการให้สินเชื่อ

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้แจงซอฟต์โลน 5 แสนล้าน ไม่ถือเป็นหนี้สาธารณะ

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ชี้แจงต่อจากนายอุตตม ถึงการขอให้สภาอนุมัติ พ.ร.ก.ซอฟต์โลน วงเงิน 5 แสนล้านบาทว่า การปล่อยสินเชื่อผ่านโครงการซอฟต์โลน ไม่ถือว่าเป็นเงินกู้ ต่างจากกรณีของการทำมาตรการใช้จ่ายของภาครัฐ และไม่ถือว่าเป็นหนี้สาธารณะ เพราะว่าเมื่อ ธปท. ปล่อยเงินออกไปให้กับสถาบันการเงิน เมื่อครบกำหนดสองปี สถาบันการเงินก็จะเอาเงินที่กู้จาก ธปท. กลับมาคืนให้กับ ธปท. ไม่ได้เป็นภาระภาษีให้กับประชาชนต่อไปในอนาคต

วิรไท สันติประภพ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, วิรไท สันติประภพ : การปล่อยสินเชื่อผ่านโครงการซอฟต์โลนไม่ถือว่าเป็นเงินกู้และไม่ถือว่าเป็นหนี้สาธารณะ

"การทำซอฟต์โลนเป็นสภาวะพิเศษ เราเห็นว่าปัญหาการขาดสภาพคล่องเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม คือเอสเอ็มอี จึงมีการขออำนาจให้ ธปท. จัดสรรสภาพคล่องได้เฉพาะกลุ่มเป็นกรณีพิเศษ ครั้งสุดท้ายที่เราเคยทำคือวิกฤตการณ์น้ำท่วมใหญ่ ได้ขอให้สภาอนุมัติ เช่นเดียวกัน"

ส่วนข้อกังวลว่าจะเป็นการนำทุนสำรองระหว่างประเทศมาใช้หรือไม่ นายวิรไทกล่าวว่า ทุนสำรองระหว่างประเทศ ใช้สำหรับดูแลสภาพคล่องด้านต่างประเทศของระบบเศรษฐกิจไทย แต่ปัญหาขณะนี้เป็นปัญหาจัดการสภาพคล่องของเอสเอ็มอีในรูปของเงินบาท รัฐมีกลไกในการดูแลสภาพคล่องของเอสเอ็มอีภายในประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศและแยกจากกันโดยเด็ดขาด และการปล่อยซอฟต์โลนไม่กระทบทุนสำรองระหว่างประเทศใด ๆ ทั้งสิ้น

ผู้ว่าการ ธปท. ยังชี้แจงอีกว่า การปล่อยกู้เอสเอ็มอีที่ผ่านมาทั่วถึง ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการความเสี่ยงปานกลางถึงสูง ส่วนกลุ่มความเสี่ยงต่ำมีเพียงร้อยละ 30 อีกทั้งในกลุ่มเอสเอ็มอีนี้อยู่ในต่างจังหวัดถึงร้อยละ 70 มีการช่วยเหลือลดดอกเบี้ยพักชำระหนี้กรณีทั่วไปด้วย สำหรับมาตรการ 4 อย่างเพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินในภาวะการระบาดของโควิด-19 ขณะนี้มียอดสินเชื่อที่รับความช่วยเหลือตามมาตรการการเงินรวม 6.6 ล้านล้านบาท ครอบคลุมลูกหนี15 ล้านราย เป็นลูกหนี้รายย่อย 13.9 ล้านราย วงเงิน 3.8 ล้านล้านบาท