"ประชาชนปลดแอก" นัดชุมนุมใหญ่ 16 ส.ค. ไม่ห้าม "ทนายอานนท์" ขึ้นเวทีปราศรัย

กลุ่มประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่ใช้ชื่อว่า "ประชาชนปลดแอก"

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

กลุ่มประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่ใช้ชื่อว่า "ประชาชนปลดแอก" นัดชุมนุมใหญ่วันที่ 16 ส.ค. นี้ ไม่ปิดกั้นหากทนายอานนท์ นำภา จะขึ้นเวทีปราศรัย เพราะทำให้ประชาชน "ตาสว่าง" มากขึ้น

การแถลงข่าวเปิดตัวกลุ่มในวันนี้ (7 ส.ค.) เกิดขึ้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จุดเดียวกับที่มีการชุมนุมใหญ่ภายใต้การนำของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "เยาวชนปลดแอก" (FreeYOUTH) และสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) เมื่อ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา

ผลจากการชุมนุมครั้งนั้น ทำให้เกิดการชุมนุมย่อย ๆ หรือที่รู้จักในชื่อ "แฟลชม็อบ" ภาค 2 ตามมาอย่างน้อย 47 จังหวัดทั้งในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะตามการรวบรวมข้อมูลของบีบีซีไทย

เช็คความเคลื่อนไหว "นักศึกษาไม่ทน" เทียบ "ผลประชามติร่าง รธน."

แตะ หรือ คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม

เลือกหัวข้อที่จะไฮไลท์บนแผนที่

จังหวัดแนวร่วมประชาชนปลดแอกผลการลงประชามติ ปี 59
เชียงใหม่มีไม่รับ
เชียงรายมีไม่รับ
เพชรบุรีไม่มีรับ
เพชรบูรณ์มีรับ
เลยมีรับ
แพร่มีไม่รับ
แม่ฮ่องสอนไม่มีรับ
กระบี่มีรับ
กรุงเทพมหานครมีรับ
ปราจีนบุรีมีรับ
กาฬสินธุ์มีไม่รับ
กำแพงเพชรไม่มีรับ
ขอนแก่นมีไม่รับ
จันทบุรีมีรับ
ฉะเชิงเทรามีรับ
ชลบุรีมีรับ
สิงห์บุรีไม่มีรับ
ชัยภูมิมีไม่รับ
ชุมพรไม่มีรับ
ตรังไม่มีรับ
ตราดไม่มีรับ
ตากไม่มีรับ
นครนายกไม่มีรับ
นครปฐมมีรับ
นครพนมมีไม่รับ
นครราชสีมามีรับ
นครศรีธรรมราชมีรับ
นครสวรรค์มีรับ
สมุทรปราการมีรับ
นราธิวาสไม่มีไม่รับ
น่านมีรับ
หนองคายไม่มีไม่รับ
บุรีรัมย์ไม่มีรับ
ปทุมธานีมีรับ
ประจวบคีรีขันธ์ไม่มีรับ
บึงกาฬไม่มีรับ
ปัตตานีมีไม่รับ
พระนครศรีอยุธยามีรับ
พะเยามีไม่รับ
พังงาไม่มีรับ
พัทลุงมีรับ
พิจิตรไม่มีรับ
พิษณุโลกมีรับ
ภูเก็ตมีรับ
มหาสารคามมีไม่รับ
มุกดาหารไม่มีไม่รับ
ยโสธรมีไม่รับ
ยะลาไม่มีไม่รับ
ร้อยเอ็ดมีไม่รับ
ระนองไม่มีรับ
ระยองมีรับ
ราชบุรีมีรับ
อ่างทองไม่มีรับ
ลำปางมีรับ
ลำพูนมีไม่รับ
ศรีสะเกษมีไม่รับ
สกลนครมีไม่รับ
สงขลามีรับ
สตูลไม่มีรับ
สระบุรีมีรับ
สมุทรสงครามไม่มีรับ
สมุทรสาครมีรับ
สระแก้วมีรับ
สระบุรีไม่มีรับ
สิงห์บุรีไม่มีรับ
สุโขทัยไม่มีรับ
สุพรรณบุรีมีรับ
สุราษฎร์ธานีมีรับ
สุรินทร์ไม่มีไม่รับ
หนองคายมีไม่รับ
หนองบัวลำภูมีไม่รับ
อ่างทองไม่มีรับ
อำนาจเจริญไม่มีรับ
อุดรธานีมีไม่รับ
อุตรดิตถ์ไม่มีรับ
อุทัยธานีไม่มีรับ
อุบลราชธานีมีรับ

ที่มา: กกต., บีบีซีไทยรวบรวม ข้อมูล ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2563

นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี เลขาธิการกลุ่มเยาวชนปลดแอก ควบเลขาธิการกลุ่มประชาชนปลดแอก อ่านแถลงการณ์ย้ำ 3 ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แก่ หยุดคุกคามประชาชน, ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และให้ยุบสภา แต่เพิ่ม 2 หลักการเข้ามาคือ ต้องไม่มีการรัฐประหาร และไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ พร้อม "ขีดเส้นตาย" ว่าก่อนปิดสมัยประชุมสภาในเดือน ก.ย. นี้ ต้องไม่มีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 คนอีกต่อไป

ผ่านมา 2 สัปดาห์เศษ ยังไม่ปรากฏแนวโน้มว่าฝ่ายถือครองอำนาจรัฐจะสามารถสนองตอบข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงแบบฉับพลันทันที แม้ พล.อ. ประยุทธ์ออกมาประกาศจุดยืนใหม่ว่าสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ก็ตาม พร้อมมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จัดเวทีย่อยทุกพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นเยาวชน ทว่าแกนนำนักศึกษาที่เข้าร่วมกลุ่มประชาชนปลดแอก ได้ประกาศไม่ขอร่วมวงของรัฐบาลทั้งในเวที สศช. และเวทีของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นประธาน เพราะมองว่าเป็นการ "เล่นละครปาหี่" เพื่อซื้อเวลาโดยหวังว่าผู้ชุมนุมจะอ่อนกำลังไปเอง

"ถ้านายกฯ อยากคุยกับนักศึกษา ขอเชิญมาขึ้นเวทีของประชาชนปลดแอกที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 16 ส.ค." นายทัตเทพกล่าวและย้ำว่า การชุมนุมครั้งหน้าจะยังไม่ใช่การปักหลักค้างคืน

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, "ถ้านายกฯ อยากคุยกับนักศึกษา ขอเชิญมาขึ้นเวทีของประชาชนปลดแอกที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 16 ส.ค." นายทัตเทพกล่าวและย้ำว่า การชุมนุมครั้งหน้าจะยังไม่ใช่การปักหลักค้างคืน

"ถ้านายกฯ อยากคุยกับนักศึกษา ขอเชิญมาขึ้นเวทีของประชาชนปลดแอกที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 16 ส.ค." นายทัตเทพกล่าวและย้ำว่า การชุมนุมครั้งหน้าจะยังไม่ใช่การปักหลักค้างคืน

เปิดตัว "ประชาชนปลดแอก" หวังดึงคนวัยอื่นเข้าร่วมชุมนุม

สำหรับกลุ่มประชาชนปลดแอก พัฒนารูปองค์กรจากเครือข่ายนักเรียน นิสิต นักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ โดยมีแกนนำนักศึกษา 8 คน จาก 6 กลุ่มกิจกรรมการเมือง ร่วมแถลงเปิดตัว

  • กลุ่มเยาวชนปลดแอก
  • สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.)
  • กลุ่มโดมปฏิวัติ ม.ธรรมศาสตร์
  • กลุ่มประชาลาด ม.เทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  • กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย ม.เทคโนโลยีมหานคร
  • กลุ่ม "เสรีเทย พลัส"

อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่านักวิชาการและนักกิจกรรมการเมืองหลายคนประเมินตรงกันว่าจุดแข็งของ "แฟลชม็อบ" นักศึกษาคือการกระจายตัวไปทั่ว, สร้างแนวร่วมเชิงประเด็น แต่ไม่มีแกนนำที่แน่ชัด จึงยากแก่การคาดเดา คำถามที่เกิดขึ้นคือขณะนี้สถานการณ์สุกงอมถึงขนาดต้องยกระดับขบวนการแล้วหรือ

น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธุ์ ประธาน สนท. อธิบายว่า ต้องการให้ประชาชนที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมได้โดยไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องอายุ หรือติดที่ความเป็นเยาวชน

ยกระดับองค์กร นศ. ส่วนกลาง แต่ไม่ทิ้ง "แฟลชม็อบ" ภูมิภาค

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเป็น "นักศึกษา" นั้นอ่อนไหวต่อการบริหารจัดการของฝ่ายรัฐ มากกว่า "ประชาชน" แต่ถึงกระนั้นแกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอกต่างระบุตรงกันว่า "นักศึกษาก็คือประชาชน" และนี่ไม่ใช่การเปลี่ยนชื่อองค์กรใหม่ เพราะแกนนำที่จัดแฟลชม็อบก็ยังเคลื่อนไหวในนามนักศึกษาต่อไป ไม่ได้ยุบกลุ่มทิ้ง แต่ต้องการเพิ่มพลังทางการเมืองและดึงคนหลากหลายกลุ่มเข้ามาร่วมในพื้นที่สาธารณะ

"ประชาชน"

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

สมาชิกกลุ่มอีก 2 คนคือ นายกานต์นิธิ ลิ้มเจริญ จากกลุ่มประชาลาด และนายณัฐชนน ไพโรจน์ จากกลุ่มโดมปฏิวัติ กล่าวกับบีบีซีไทยตรงกันว่า กลุ่มประชาชนปลดแอกเป็นความพยายามรวบรวมเครือข่ายนักศึกษาที่อยู่ใน กทม. ให้เป็นหนึ่งเดียว

"มันเป็นการดีที่ขบวนการนักศึกษาจะมีเอกภาพ และทำให้ข้อเรียกร้องบางอย่างที่อาจจะยังไม่ชัดเจน เด่นชัดขึ้น" นายกานต์นิธิกล่าว

"ผมไม่คิดว่านักศึกษากำลังสูญเสียจุดแข็งเรื่องความเป็นอิสระนะ เพราะเวลาเราจัดม็อบที่มหาวิทยาลัย เอาเข้าจริงมันก็ไม่ใช่การมาด้วยตัวเองขนาดนั้น และถึงเรารวมกันติดใน กทม. พลังความโกรธแค้นในต่างจังหวัดก็ยังไม่ถูกระบายออก ก็ยังต้องมีแฟลชม็อบในต่างจังหวัดต่อไป" นายณัฐชนนกล่าว

ต้อนรับทนายอานนท์ขึ้นปราศรัย เหตุทำ ปชช. "ตาสว่าง"

ส่วนการจัดกิจกรรมในนามกลุ่มประชาชนปลดแอกหลังจากนี้ จะมีนายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน มาร่วมด้วยหรือไม่ หลังเจ้าตัวประกาศว่าจะไม่ขึ้นปราศรัยในเวทีใด ๆ หากไม่ให้พูดความจริงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์

คำตอบของเลขาธิการกลุ่มประชาชนปลดแอกคือ "หากทนายอานนท์สนใจ หรือยินดีจะขึ้นปราศรัย เราไม่ขัดข้อง และยินดีให้มีส่วนร่วมเต็มที่"

Democracy Monument

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

นายทัตเทพขยายความด้วยว่า นายอานนท์เป็นบุคคลที่มีความสามารถในการปราศรัย และมีความรู้ที่ผู้จัดการชุมนุมก็ต้องศึกษาจากเขา ส่วนหัวข้อในการปราศรัยของทนายความรายนี้ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองรุ่นเยาวชนตีความว่า "ไม่ใช่การหมิ่นเหม่ ใส่ร้ายป้ายสี แต่พูดจาด้วยเหตุผล และอธิบายข้อกฎหมาย" อีกทั้งทางกลุ่มยึดหลักคุณค่าประชาธิปไตย การแสดงออกเรื่องใดก็ตามตราบที่ไม่ไปละเมิดสิทธิผู้อื่น หรือก่อให้เกิดความรุนแรง ก็ต้องเคารพ

เช่นเดียวกับแรปเตอร์ กลุ่มเสรีเทย พลัส ที่มองว่าคำปราศรัยของนายอานนท์ได้ "ขยายเพดาน" ในการแสดงความคิดเห็น หากสิ่งที่นายอานนท์พูดเป็นความจริง ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนควรพูดได้ในที่สาธารณะ

"หากประชาชนเห็นตรงกัน เชื่อว่าผู้ชุมนุมจะไม่ลดจำนวน เพราะสิ่งที่ทนายอานนท์พูด ทำให้เกิดอาการตาสว่างกันมากขึ้น และน่าจะมาร่วมชุมนุมกันมากขึ้น" ตัวแทนกลุ่มเสรีเทยพลัสกล่าว

นายอานนท์เป็นหนึ่งในผู้ปราศรัยในการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเยาวชนปลดแอก เมื่อ 18 ก.ค. และอีกหลายเวทีต่อเนื่อง รวมถึงเวทีเมื่อ 3 ส.ค. จัดโดยนักศึกษากลุ่ม "มหานครเพื่อประชาธิปไตย" และกลุ่ม "มอกะเสด" ซึ่งเขาได้อภิปรายปัญหาทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน ก่อนถูกกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีแจ้งความดำเนินคดีฐานหมิ่นสถาบันในอีก 2 วันต่อมา

นอกจากความเคลื่อนไหวของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ยังมีนักเรียนอาชีวะและประชาชนอย่างน้อย 4 กลุ่มออกมาแสดงจุดยืน "ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์" ควบคู่กันไป แถลงการณ์ของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "อาชีวะช่วยชาติ" เห็นว่าบางความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาเป็นไปเพื่อ "ท้าทาย ต่อต้าน หรือกระทั่งล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์