โควิด-19 : พล.อ.ประยุทธ์ยอมรับไม่เก่งเศรษฐกิจ แต่ “จริงใจและไม่แก้ปัญหาแบบมักง่าย”

PM

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเตรียมลงมติอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การเงิน 3 ฉบับ วงเงินรวม 1.9 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลออกมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ภายในบ่ายสองวันพรุ่งนี้ (31 พ.ค.) หลังเปิดอภิปรายกันมา 4 วัน

ส.ส.ฝ่ายค้าน และรัฐบาลบางส่วนเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 เพื่อแลกกับการลงมติอนุมัติ พ.ร.ก.การเงิน ของรัฐบาลทั้ง 3 ฉบับ หลังพบว่ากฎหมายการเงินเหล่านี้ "มีแต่หัวข้อ แต่ขาดรายละเอียด"

นักการเมืองอย่างน้อย 4 พรรคได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำโดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง กล่าวว่า ขณะนี้มีการเร่งรัดจัดทำโครงการผ่านกระทรวงมหาดไทยที่สั่งการให้จังหวัดนำเสนอโครงการของบประมาณขึ้นมาภายใน 1 เดือน โดยเฉพาะในส่วนของงบฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งอาจไม่ตรงเป้าหมายและเกิดความไม่โปร่งใส หากรัฐบาลให้ตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ก็จะแสดงให้เห็นถึงความใจกว้างพร้อมรับการตรวจสอบ

เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ที่ออกมาแถลงข่าวว่า ขอใช้เอกสิทธิ์ร่วมกับ ส.ส. กว่า 20 คน จากหลายพรรคการเมือง เช่น พรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคก้าวไกล (ก.ก.) พรรคภูมิใจไทย และ ปชป. เสนอญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายเงินจากการกู้เงินตาม พ.ร.ก ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ เพราะเป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการตรวจสอบ รวมถึงเป็นหน้าที่ของ ส.ส. ที่จะตรวจสอบร่วมกับรัฐบาล เพื่อให้การใช้งบเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ส่วนการดำเนินการดังกล่าวมีการหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า ภท. หรือยัง เขาตอบย้ำว่า เรื่องนี้เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ที่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเป็นเจตนาที่ดีในการช่วยเหลือรัฐบาล

ขณะที่ฝ่ายค้านพรรคแรกที่ออกมานำเสนอเรื่องนี้ ได้แถลงตอกย้ำความจำเป็นในการตั้ง กมธ.วิสามัญฯ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล คาดหวังให้นายกรัฐมนตรีแสดงท่าทีที่ชัดเจนต่อข้อเสนอนี้ หากไม่ต้องการหนีการตรวจสอบ และต้องการให้เกิดความโปร่งใสอย่างแท้จริง

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นำทีม ส.ส.ปชป. แถลงข่าวเรียกร้องให้ตั้ง กมธ.วิสามัญฯ

ที่มาของภาพ, PR Parliament

คำบรรยายภาพ, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นำทีม ส.ส.ปชป. แถลงข่าวเรียกร้องให้ตั้ง กมธ.วิสามัญฯ

ประธาน ส.ส.พปชร. ค้านตั้ง กมธ.วิสามัญฯ อ้างซ้ำซ้อน-เสียเวลา-เปลืองเบี้ยประชุม

อย่างไรก็ตามประธาน ส.ส.พรรคแกนนำรัฐบาลอย่างนายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่ามีหน่วยงานราชการที่น่าเชื่อถือพิจารณาและกลั่นกรองอยู่แล้ว อาทิ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ส่วนในระดับพื้นที่ก็มีคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) กลั่นกรองก่อนเสนอให้ ครม. เป็นผู้อนุมัติ

"ฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องมั่นใจในระบบราชการที่เข้ามาดูแลงบประมาณตัวนี้ จึงไม่จำเป็นต้องตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ขึ้นมาทำงานซ้ำซ้อน เสียเวลา รวมทั้งเสียงบประมาณของแผ่นดินเกี่ยวกับเบี้ยประชุมอีกด้วย" นายสุชาติกล่าวยืนยันกับสื่อมวลชน

มิ่งขวัญพ้อ "หากไม่อนุมัติ พี่น้องก็ไม่มีเงินกินข้าว อนุมัติไปก็ต้องไปโดนปู้ยี่ปู้ยำ"

ส่วนในเวทีอภิปราย พ.ร.ก.การเงินทั้ง 3 ฉบับเป็นวันที่ 4 นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) เป็นหนึ่งในสมาชิกสภาล่างที่สนับสนุนให้ตั้ง กมธ.วิสามัญฯ เพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน และทำให้คนไทยระดับกลางถึงระดับล่างได้ประโยชน์สูงสุดจากเงินกู้ พร้อมระบุว่ารับไม่ได้ที่การขออนุมัติเงินตั้งเกือบ 2 ล้านล้านบาท มีกระดาษอยู่ไม่กี่แผ่น

"หากไม่อนุมัติ พี่น้องก็ไม่มีเงินกินข้าว อนุมัติไปก็ต้องไปโดนปู้ยี่ปู้ยำ อย่าให้เห็นนะว่าท่านบริหารเศรษฐกิจล้มเหลวแล้วเอาเงินก้อนนี้ไปโปะ ท่านอยู่มา 5 ปีแล้ว ถ้าบริหารเศรษฐกิจล้มเหลวแล้วเอาเงิน 1.9 ล้านล้านไปโปะ ก็ถามตัวเองแล้วกันว่าสมควรจะอยู่แผ่นดินนี้หรือไม่ ประเทศไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์นะครับ" นายมิ่งขวัญกล่าว

ส.ส.รายนี้ได้ใช้เวลาในสัดส่วนของฝ่ายค้านในการอภิปราย หลัง ศม. กลายเป็นพรรคการเมืองที่ 20 ที่ประกาศตัวเข้าร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม

รองนายกฯ เศรษฐกิจ, รมว.คลัง, รมว.พลังงาน ซึ่งอยู่ร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มาตั้งแต่ยุคหลังรัฐประหารถึงหลังเลือกตั้ง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, รองนายกฯ เศรษฐกิจ, รมว.คลัง, รมว.พลังงาน ซึ่งอยู่ร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มาตั้งแต่ยุคหลังรัฐประหารถึงหลังเลือกตั้ง

นายมิ่งขวัญ ผู้เป็นอดีตรองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ยังตำหนิทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างรุนแรงที่ใช้จ่ายงบกลางปี 2563 วงเงินกว่า 5 แสนล้านบาท หมดลงในเวลา 2 เดือน จนไม่มีงบเหลือไปบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 และต้องมาขอกู้เงิน โดยบอกว่า "ไม่นับถือ" และ "ฝีมือบริหารห่วยแตก"

อย่างไรก็ตามนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ชี้แจงว่า รัฐบาลได้ใช้งบกลางปี 2563 ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2562 แล้ว เนื่องจากกระบวนการจัดทำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ล่าช้ากว่าปกติ จึงถือว่าเงินก้อนนี้ถูกใช้มา 8 เดือน ไม่ใช่ 2 เดือนตามที่นายมิ่งขวัญระบุ และส่วนใหญ่เป็นการตั้งงบรายจ่ายประจำ ซึ่งไม่ต่างจากรัฐบาลชุดก่อน ๆ ส่วนงบกลางรายการฉุกเฉินจำเป็น 9.6 หมื่นล้านบาท ก็ได้นำมาใช้จัดการโควิด-19 แล้ว

นายกฯ รับไม่เก่งเศรษฐกิจ แต่ "จริงใจและไม่แก้ปัญหาแบบมักง่าย"

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ก็ได้ลุกขึ้นชี้แจงเช่นกัน โดยปฏิเสธคำกล่าวที่ว่า "รัฐบาลทำเศรษฐกิจพัง เลยต้องมากู้เงิน" เพราะถ้ามองด้วยความเป็นธรรมจะเห็นว่าเศรษฐกิจอยู่ในระดับนี้มานาน และสามารถกู้มาได้ดีพอสมควร ยืนยันว่ารัฐบาลทำเต็มที่ในเรื่องเศรษฐกิจ

"ถ้าไม่มีโควิดเข้ามา ก็คงไม่มีการมากู้ตรงนี้หรอกครับ อย่าเอาไอ้นี่ไปพันไอ้นั่น พันกันไปพันกันมา มันพันได้ทั้งวัน พูดไปอภิปรายไปทั้งวันมันก็ไม่จบ" นายกรัฐมนตรีกล่าว

เขายังระบุด้วยว่า ให้แยกแยะระหว่างกลุ่มผู้เดือดร้อนก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งต้องแก้ด้วยงบประมาณปกติ กับกรณีเยียวยาดูแลเร่งด่วนเพราะโควิด ซึ่งถือเป็นอีกเรื่อง

"ผมอาจจะเก่งไม่เท่าท่านที่เคยทำเศรษฐกิจมาก่อน แต่ผมมีคนเก่ง มีทีมของผม และผมจริงใจและไม่แก้ปัญหาแบบมักง่าย" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

parliament

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

แม้ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้แสดงท่าทีต่อข้อเสนอเรื่องการตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท แต่ส่งสัญญาณว่าให้ใช้กลไกตามปกติที่มีอยู่ โดยตั้งคำถามว่า "อะไรคือการทุจริต คือต้องมีหลักฐาน พยาน แจ้งความ ไม่ใช่คำบอกต่อแล้วก็ส่งต่อในโซเชียล" และ "ถ้าทำไปแล้วเกิดปัญหาขึ้น สตง. ป.ป.ช. ปปท. กี่ตั้งกี่ ป. เขาก็จี้ทุกอัน และผมไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับเขาเลย คดีเหล่านี้"

เขายังย้ำด้วยว่า รัฐบาลมีเจตนาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ทางการเมือง และจะดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ให้ถึงมือประชาชนเร็วที่สุด ก็สุดแท้แต่ว่าจะผ่านได้ไม่ได้ จะเร็วช้า ก็เป็นเรื่องท่าน (สภา) พิจารณกัน

เช็คเสียงในสภา รัฐบาลทิ้งขาดฝ่ายค้าน

รัฐบาล ได้ตรา พ.ร.ก. 4 ฉบับเพื่อรับมือกับโควิด-19 ทั้งหมดถูกประกาศลงราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย. โดยที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 172 กำหนดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องเสนอต่อรัฐสภาเพื่อ "ขออนุมัติโดยไม่ชักช้า"

ขณะนี้เสียงของ 2 ขั้วการเมืองค่อนข้างทิ้งห่างกัน โดยรัฐบาล 20 พรรคมีเสียงในสภา 275 เสียง ขณะที่ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน บวกนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ มีอยู่ 212 เสียง จึงยากที่ พ.ร.ก. ของรัฐบาลจะถูกคว่ำกลางสภาในวันพรุ่งนี้ ยกเว้น ส.ส. ของรัฐบาลบางส่วนจะลงมติไม่อนุมัติ โดยต้องจับตาว่า ภท. ที่มี 62 เสียง และ ปชป. ที่มีอยู่ 52 เสียง จะมี ส.ส. รายใดเสียงแตกเสียงหลงหรือไม่หลังบางส่วนออกมาร่วมขบวนฝ่ายค้านในการเสนอตั้ง กมธ.วิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายเงินจากการกู้ 1 ล้านล้านบาท

ขณะที่วุฒิสภา เตรียมพิจารณา พ.ร.ก. ทั้งหมดนี้ต่อทันทีในการประชุมวันที่ 1-2 มิ.ย. นี้ หากสภาสูงยืนยันอนุมัติก็จะถือว่า พ.ร.ก. มีผลใช้บังคับเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามนายวันชัย สอนศิริ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิ) ได้เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่ามี ส.ว. จองคิวอภิปรายถึง 50 คน พร้อมระบุว่าจะ "จัดหนักจัดเต็มจัดใหญ่" โดยบางคนเตรียมเล่นเรื่อง "แร้งลงรุมทึ้ง" รวมถึงการ "อุ้มคนรวยช่วยคนจนตรงจุดตรงประเด็นหรือไม่" เพื่อไม่ให้งบประมาณแผ่นดินต้องรั่วไหล