โควิด-19 : ฮอสปิเทล แปลงโรงแรมเป็นโรงพยาบาล ทางรอดจากวิกฤตคนไข้ล้น

ฮอสปิเทล

ที่มาของภาพ, โรงแรมปัญจดารา

คำบรรยายภาพ, โรงแรมปัญจดารา จ.นครราชสีมา เป็นโรงแรมในต่างจังหวัดแห่งแรก ๆ ที่อาสาเป็นโรงพยาบาลสนามหรือฮอสปิเทล ปัจจุบันเป็นสถานที่ที่มีกลุ่มผู้เฝ้าระวังที่เดินทางกลับจากประเทศเข้าพัก และผู้ป่วยที่ปลอดเชื้อแล้ว
    • Author, ธันยพร บัวทอง
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

"ถ้าอัตราการติดเชื้อยังเพิ่มขึ้น ด้วยศักยภาพของระบบสาธารณสุขของประเทศคงรับไม่ไหว" นพ.สุวัฒน์ วิริยะพงษ์สุกิจ ผอ.โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ณ อำเภอนาทวี จ.สงขลา อธิบายถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมโรงพยาบาลสนามไว้รองรับ

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อธิบายว่าการปรับเปลี่ยนโรงแรมให้เป็นโรงพยาบาลสนามมีการดำเนินการใน 2 รูปแบบ คือ โรงพยาบาลสนามที่ใช้พักฟื้นผู้ป่วยโรคโควิด-19 (Hospitel) และโรงพยาบาลสนามที่ใช้สังเกตอาการของผู้เข้าข่ายเฝ้าระวัง (Hotel Isolation) รวมทั้งเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการแยกกักตัวเองจากครอบครัว

ขณะนี้มีโรงแรมที่ถูกแปลงเป็นโรงพยาบาลสนามเกิดขึ้นแล้วในหลายพื้นที่ เช่น โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ ซึ่งใช้หอพักบุคลากรของมหาวิทยาลัย โรงแรมในกรุงเทพฯ ที่มีโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เป็นศูนย์บริหารจัดการ และยังมีโรงแรมอีกแห่งหนึ่งที่รับผู้ป่วยพักฟื้นตามเกณฑ์กรมการแพทย์ประมาณกว่า 50 คน

ในต่างจังหวัดได้แก่ที่ จ.ภูเก็ต จ.นครราชสีมา โดยพื้นที่เหล่านี้ได้ถูกใช้เพื่อรองรับการกักตัวผู้ที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศที่ต้องกักตัว 14 วัน และผู้ป่วยที่ปลอดเชื้อแล้วแต่ต้องพักฟื้นเพื่อรอการส่งกลับบ้าน ตามแต่จุดประสงค์ที่พื้นที่ต้องการ

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ระบุว่ามีโรงแรมทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมแล้ว 132 แห่ง อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ คาดว่าจะขยายจำนวนห้องพักฟื้นผู้ป่วยและผู้เข้าข่ายเฝ้าระวังได้มากกว่า 16,000 ห้อง

บีบีซีไทยคุยกับนายแพทย์ที่ จ.สงขลา ที่เริ่มนำร่องระบบของการจัดฮอสปิเทล รวมทั้งผู้ประกอบการโรงแรมใน จ.สงขลาและ จ.นครราชสีมา ที่สมัครใจแปลงโรงแรมเป็นโรงพยาบาลสนาม

สงขลาโมเดล เปลี่ยนโรงแรมให้เป็นฮอสปิเทล

แนวคิดการจัดฮอสปิเทล เปลี่ยนโรงแรมที่ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าพักให้เป็น "โรงพยาบาลสาขา" ที่ จ.สงขลา เริ่มดำเนินการมาแล้วกว่าสองสัปดาห์ด้วยการประสานของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งโรงพยาบาล คณะแพทย์ คณะพยาบาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และภาคเอกชน

ฮอสปิเทล

ที่มาของภาพ, โรงแรมปัญจดารา

คำบรรยายภาพ, โรงแรมหลายแห่ง ถูกใช้เป็นสถานที่กักตัวเพื่อระวังของรัฐ เช่นที่ นครราชสีมา ภูเก็ต สงขลา รวมถึงในกรุงเทพฯ

นพ.สุวัฒน์ วิริยะพงษ์สุกิจ ผอ.โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ณ อำเภอนาทวี จ.สงขลา อธิบายที่มาที่ไปของการดำเนินการในจังหวัดให้บีบีซีไทยฟังว่า เริ่มมาจากการประเมินสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ที่เห็นว่าเมื่อมีผู้ป่วยมากถึงระดับหนึ่งแล้ว โรงพยาบาลเพียงลำพังอาจจะไม่สามารถรับมือกับผู้ป่วยได้ทั้งหมด

นพ.สุวัฒน์อธิบายว่า ร้อยละ 80 ของผู้ป่วยโควิด-19 มีอาการเล็กน้อยจนถึงอาจไม่มีอาการเลย มีเพียงร้อยละ 15 ที่จำเป็นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการต่าง ๆ เช่น ไข้สูง ปอดบวม ซึ่งโรงพยาบาลเล็ก ๆ ระดับอำเภอมีศักยภาพที่จะรักษาได้ ขณะที่อีกร้อยละ 5 เป็นกลุ่มที่อาการค่อนข้างหนัก มีภาวะโรคแทรกซ้อน จำเป็นต้องอยู่ที่โรงพยาบาลและใช้เครื่องมือทางการแพทย์ เช่น ห้องไอซียู เครื่องช่วยหายใจ

สถานการณ์ระยะนี้ ผู้ป่วยทั้ง 3 กลุ่ม อยู่ที่โรงพยาบาลทั้งหมด แต่ นพ.สุวัฒน์ ชี้ว่า "ถ้าอัตราการติดเชื้อยังเพิ่มขึ้น ด้วยศักยภาพของระบบสาธารณสุขของประเทศคงรับไม่ไหว" จึงเป็นที่มาของแนวทางการจัดฮอสปิเทล ขณะที่อีกทางหนึ่งคือการช่วยให้ผู้ประกอบการและลูกจ้างอยู่รอดในสถานการณ์ที่การเดินทางและท่องเที่ยวยุติหมด

"แทนที่เตียงอยู่ที่โรงพยาบาล แต่เตียงนี้อยู่ที่โรงแรม คนดูแลหลักคือพนักงานโรงแรม ไม่ใช่หมอ ไม่ใช่พยาบาล เพราะเขาสามารถดูแลได้ นี่คือการแชร์ทรัพยากรของประเทศชาติ เพราะหมอพยาบาลควรจะดูแลเคสที่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล"

เริ่มต้นจากการเป็นสถานที่กัก (Local quarantine) ก่อนรองรับผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง

นพ.สุวัฒน์อธิบายว่า ผู้ป่วยที่เข้าพักในโรงแรมที่แปลงเป็นโรงพยาบาลสาขานั้นเป็นผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง อาจรักษาตัวในโรงพยาบาลมาแล้ว 5-7 วัน เมื่ออาการดีขึ้นจะถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสาขา หรือฮอสปิเทล

ฮอสปิเทล

ที่มาของภาพ, โรงแรมปัญจดารา

คำบรรยายภาพ, ระบบการรับเข้าของกลุ่มที่เดินทางจากประเทศ มีเจ้าหน้าที่กาชาดอำนวยความสะดวกที่โรงแรม

ขณะนี้มีโรงแรมในสงขลาเสนอตัวเข้ามาแล้วจำนวนหนึ่ง เป็นโรงแรมในตัวเมืองหาดใหญ่ 6 แห่ง และที่ อ.สะเดา 2 แห่ง ซึ่งปัจจุบันยังใช้เป็นสถานที่กักของรัฐสำหรับสังเกตอาการของผู้เข้าข่ายเฝ้าระวัง มีผู้ที่ต้องกักตัวเองจากต่างประเทศเข้าพักแล้วบางส่วน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าช่วงปลายสัปดาห์นี้โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.สะเดา ซึ่งพร้อมให้ใช้ห้องพัก 72 ห้องเป็นโรงพยาบาลสาขา จะเริ่มรองรับผู้ป่วยอาการเบาที่ถูกส่งต่อจากโรงพยาบาลได้แล้ว

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐ นพ.สุวัฒน์ บอกว่าสำหรับ จ.สงขลา ผู้ที่เข้าพักเพื่อกักกันตัวเองจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง แต่หากเป็นผู้ป่วยที่โรงพยาบาลส่งต่อไปยังโรงแรมที่เป็นโรงพยาบาลสาขา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะช่วยสนับสนุนงบประมาณรายหัวเนื่องจากถือว่าเป็นผู้ป่วยของโรงพยาบาล

บุคลากรทางการแพทย์จัดฝึกอบรมเตรียมความพร้อมให้ถึงโรงแรม

เป็นเวลาสองสัปดาห์ที่ นพ.สุวัฒน์ และทีมบุคลากรทางการแพทย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ใช้ช่วงเย็นและวันหยุดลงพื้นที่ตามโรงแรมที่อาสาเป็นสถานที่กักและโรงพยาบาลสาขา

ฮอสปิเทล

ที่มาของภาพ, โรงแรมปัญจดารา

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่กาชาดตรวจวัดไข้ผู้กักตัวผู้ที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคก่อนเข้าพัก

ทีมงานของคุณหมอได้จัดทำคอร์สออนไลน์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ส่งให้บุคลากรของโรงแรมศึกษา เช่น แพร่เชื้อได้อย่างไร ควรเว้นระยะห่างเท่าไหร่ การใช้หน้ากากอนามัย สารเคมีในการทำความสะอาด คอร์สถัดมาคือการฝึกปฏิบัติผ่านออนไลน์ เช่น การสวมใส่ถุงมือ ขั้นตอนทำความสะอาด และขั้นสุดท้าย คือ ทีมแพทย์พยาบาลตระเวนไปตามฮอสปิเทล เพื่อดูในภาคการปฏิบัติ รวมทั้งดูความพร้อมขั้นสุดท้าย

ทำความเข้าใจโรงแรมและชุมชน

หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการแปลงสถานที่ใดสถานที่หนึ่งให้เป็นโรงพยาบาลสาขา คือ คนทำงานและชุมชนรอบข้าง

นพ.สุวัฒน์ยอมรับว่า ในทางปฏิบัติก็มีอุปสรรค ไม่ง่ายทีเดียวในการเริ่มคุยกับพนักงาน บางครั้งเจอคำถามที่ยาก แต่ต้องค่อย ๆ ตอบทำความเข้าใจถึงความจำเป็นนี้

"เราบอกเขาเลยว่าเราไม่ได้คิดว่าเป็นการผลักภาระให้โรงแรม เพราะนี่คือศักยภาพของโรงแรมในการช่วยโรงพยาบาล นี่คือความสามารถของชุมชนในการดูแลคนในชุมชนด้วยกัน... ทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจ" นพ. จากสงขลากล่าว

ฮอสปิเทล

ที่มาของภาพ, โรงแรมปัญจดารา

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่มอบของใช้จำเป็นส่วนตัวให้ผู้ที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคไว้ใช้ในช่วงการกักตัว 14 วัน

นอกจากนี้ยังต้องเปิดให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมสะท้อนความกังวล การจะนำร่องฮอสปิเทลที่ใด วิธีปฏิบัติจะต้องเชิญฝ่ายปกครองท้องถิ่น และชาวบ้าน เข้ามาร่วมพูดคุยด้วย

เสียงจากโรงแรมในหาดใหญ่

ผู้ประกอบการโรงแรมขนาด 80 ห้อง แห่งหนึ่งในหาดใหญ่ จ. สงขลา บอกกับบีบีซีไทยว่า มาตรการปิดเมืองของจังหวัดทำให้ลูกค้าที่เข้าพักโรงแรมลดลง จึงมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนห้องพักของโรงแรมให้ได้ใช้เพื่อจุดประสงค์นี้

หลังจากติดต่อกับทีมแพทย์ที่เข้ามาประสานก็เริ่มเข้าฝึกอบรมทางระบบอี-เลิร์นนิง จากนั้นทีมพยาบาลได้เข้ามาสอนการปฏิบัติของพนักงาน แม่บ้าน ส่วนทางโรงแรมก็จัดเตรียมอุปกรณ์ เช่น หน้ากากอนามัย หมวกคลุม เฟซชีลด์ ถุงมือยาง รองเท้าบูท และจัดเตรียมสถานที่กักโซนของกลุ่มเสี่ยงที่มาพักให้แยกชัดเจนจากโซนอื่นอย่างชัดเจน

"เราเตรียมอาหารสามมื้อ เงื่อนไขเดียวของคนที่มาพักคือ ต้องอยู่ภายในห้องตลอดเวลา ตลอดการอยู่ที่โรงแรม พนักงานได้โทรสอบถาม พูดคุยทุกวัน วัดอุณหภูมิ วัดไข้หรือยัง มีอาการอะไรหรือเปล่า"

ฮอสปิเทล

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โรงพยาบาลในประเทศไทยตอนนี้มีผู้ป่วยในทุกระดับอาการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งในอนาคตหากมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอาจเป็นภาระที่เกินรับไหว ในภาพนี้คือที่ รพ.แห่งหนึ่งใน จ.ยะลา

ผู้จัดการโรงแรมรายนี้ยอมรับว่า พนักงานมีความกลัวบ้างซึ่งเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือการให้คำแนะนำถึงวิธีป้องกันตัว และทำความเข้าใจว่าผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศซึ่งได้รับการตรวจเชื้อแล้วแต่ผลเป็นลบ และมากักตัวในโรงแรมนั้น "ไม่ใช่ผู้ป่วย เป็นแค่กลุ่มเสี่ยง"

เมื่อถามว่าการเปลี่ยนโรงแรมเป็นโรงพยาบาลสนามชั่วคราวนี้จะกระทบต่อภาพลักษณ์และธุรกิจของโรงแรมหลังจากนี้หรือไม่ ผู้จัดการโรงแรมยอมรับว่าเขาเองก็กังวลอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าหากโรงแรมมีส่วนช่วยแก้วิกฤตผู้ป่วยล้นโรงพยาบาลได้ ก็เป็นเรื่องคุ้มค่าที่จะเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการโรงแรมแห่งนี้บอกว่า ตอนนี้มีผู้มาเข้าพัก 2 คน ซึ่งยังไม่มากเท่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้มีความกังวลถึงภาพที่ออกไปอยู่บ้าง เขากล่าวว่าหากจบสถานการณ์นี้ไป อยากให้ทางหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือด้านการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อและประชาสัมพันธ์สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าผู้เข้าพัก

ฮอสปิเทล

ที่มาของภาพ, โรงแรมปัญจดารา

คำบรรยายภาพ, เมื่อจะทำเป็นสถานที่กักตัวสำหรับกลุ่มเสี่ยง สาธารณสุขจังหวัดได้แนะนำให้ทางโรงแรมหุ้มส่วนของเตียงนอนด้วยพลาสติก

โรงแรมในโคราช ไม่หวั่นกระทบธุรกิจในอนาคต

หนึ่งในโรงแรมที่ จ.นครราชสีมา ที่แปลงเป็นสถานที่ให้เป็นลักษณะคล้ายโรงพยาบาลสนาม คือ โรงแรมปัญจดารา ผู้ประกอบการได้ประกาศให้โรงแรมเป็นโรงพยาบาลสนามเพื่อช่วยภารกิจของโรงพยาบาลในโคราช ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. ที่ผ่านมา

สมชัย ฉัตรพัฒนสิริ เจ้าของโรงแรมปัญจดารา เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ทางโรงแรมได้เริ่มรับกลุ่มประชาชนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศที่ต้องกักตัวเองมาแล้ว 8 คน และกลุ่มผู้ป่วยที่รักษาหายปลอดเชื้อแล้ว 1 คน โดยก่อนหน้านี้ได้สนับสนุนที่พักให้แก่บุคลากรทางการแพทย์มาระยะหนึ่งแล้ว

เขาเปิดเผยถึงการตัดสินใจเปิดให้โรงแรมช่วยสนับสนุนภารกิจนี้ว่า ตั้งใจที่จะช่วยบ้านเมือง ซึ่งเมื่อตัดสินใจแล้วได้ทำความเข้าใจกับพนักงานโรงแรมในทันทีเพราะเข้าใจถึงความกังวลของพนักงานด้วย และได้เตรียมอุปกรณ์ป้องกันทั้งหน้ากาก ถุงมือ และเฟซชีลด์

ฮอสปิเทล

ที่มาของภาพ, โรงแรมปัญจดารา

คำบรรยายภาพ, ผู้ป่วยที่ปลอดเชื้อรักษาหายแล้ว เข้าพักเพื่อสังเกตอาการเพิ่มก่อนกลับสู่ชุมชน

"เราต้องค่อย ๆ ปลุกใจ เห็นความสำคัญร่วมกัน เราต้องลงเรือลำเดียวกัน ใน 40 กว่าคน มี 5 คน ตัดสินใจไม่ไปกับเรา" สมชัยกล่าว

เจ้าของโรงแรมปัญจดารา เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้เข้ามาดูสถานที่และให้คำแนะนำในการจัดเตรียม เช่น นำพลาสติกมาหุ้มเตียงนอนและหัวเตียงซึ่งทั้งหมด และให้ความรู้ที่จำเป็นแก่พนักงานโรงแรม

ในสถานการณ์ปกติโรงแรมแห่งนี้มีผู้มาเข้าพักร้อยละ 40-50 ของที่พักทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่เดินทางมาทำงาน เมื่อถามว่า หากสถานการณ์โรคโควิด-19 จบลงแล้ว มีความกังวลต่อแขกที่มาเข้าพักหรือไม่ สมชัย บอกว่าเขาไม่มีความกังวล เพราะมั่นใจในการจัดระบบของทางจังหวัดที่เข้ามาช่วยดูแล

"ผมเชื่อมั่นในความปลอดภัยของระบบสาธารณสุข ผมคิดว่ามันไม่ใช่ประวัติเลวร้ายของโรงแรม"