ไวรัสโคโรนา : “หมอลักษณ์ฟันธง” ชี้ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ในโควิด-19 กับการอาสาเป็น “ที่พึ่งทางใจ” ของคนไทย

Thai people

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

"เราติดหรือยัง" และ "มันจะจบเมื่อไร" คือคำถามแห่งปี หลังโลกต้องเผชิญกับวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19

ไวรัสมรณะไม่เพียงคร่าชีวิตผู้คน แต่ยังทำลายสุขภาพจิตท่ามกลางภาวะไม่แน่นอน-ไม่อาจคาดเดา จึงไม่แปลกหากคนไทยบางส่วนจะแสวงหา "ที่พึ่งทางใจ"

"ประเทศไทยไม่เหมือนประเทศอื่นทั่วโลกที่เวลาคนมีปัญหาก็ไปปรึกษานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ ของไทยใครไปก็จะถูกหาว่าเป็นคนบ้า ดังนั้นคนที่เป็นที่พึ่งที่ยอมรับจึงเหลือหมอดูกับพระ แต่วันนี้ก็ห้ามไปวัดแล้ว จึงเหลือหนทางเดียวคือหมอดู" ลักษณ์ ราชสีห์ หรือที่รู้จักในชื่อ "หมอลักษณ์ฟันธง" กล่าวกับบีบีซีไทย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมไทยชื่นชอบการดูหมอซึ่งมีอยู่หลากหลายสาขา หนึ่งในนั้นคือการพยากรณ์ด้วยวิชาโหราศาสตร์ โดยหมอลักษณ์ วัย 49 ปี เป็นเจ้าของสำนักหนึ่งที่ได้รับความนิยม สามารถยึดผังรายการดูหมอทางฟรีทีวีมาเกือบ 20 ปีนับจากทศวรรษ 2540 และยังมีผู้ติดตามแฟนเพจทางเฟซบุ๊กกว่า 2.8 ล้านคน

ในวันแรกของการประกาศ "ภาวะฉุกเฉิน" ทั้งประเทศตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 พร้อมมีคำรณรงค์อย่างหนักให้คนไทยร่วมกัน "เว้นระยะห่างทางสังคม" เพื่อลดอัตราการแพร่ระบาดของโควิด-19 หมอลักษณ์ผุดโครงการ "ดูดวง คลายทุกข์ สู้โควิด ให้ผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน" เมื่อ 26 มี.ค สนนค่าตรวจดวงชะตาไว้ที่ 99 บาท

คณะศิษย์ฝึกหัดของสถาบันพยากรณ์ศาสตร์จำนวน 60 คนที่อยู่ในรุ่น "ฉัตรมงคล" ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเป็น "หมอดูโซเชียล" วันละ 12 ชม. แบ่งเป็น 3 รอบ

วิถีชีวิตคนในเมืองกรุงในรถโดยสารประจำทางต้องเปลี่ยนไปตามมาตรการ "เว้นระยะห่างทางสังคม"

ที่มาของภาพ, Thai news Pix

คำบรรยายภาพ, วิถีชีวิตคนในเมืองกรุงในรถโดยสารประจำทางต้องเปลี่ยนไปตามมาตรการ "เว้นระยะห่างทางสังคม"

หมอลักษณ์ฟันธง ยอดคนป่วยใจสูงกว่ายอดคนตายเพราะโควิด-19

คำถามคือการดูหมอช่วยคลายทุกข์ได้อย่างไร

เจ้าสำนักฟันธงอธิบายว่า ความทุกข์ของคนเราเกิดจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วไม่รู้อนาคต อะไรที่จะบอกได้ก็คือความเป็นจริง แต่ขณะนี้มีข่าวปลอม (เฟคนิวส์) มีความไม่แน่นอนในนโยบายแห่งรัฐที่มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่าง ๆ จนคนกลัว ตกใจ เครียดสารพัดทั้งตกงาน ขาดรายได้ หรือกลัวว่าตัวเองจะได้รับเชื้อ

"ผมเชื่อว่าหลังจากนี้ คนที่ตายเพราะโควิด-19 อาจไม่เท่าการฆ่าตัวตาย ป่วยใจ ซึมเศร้า ซึ่งทางราชการก็ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง" หมอลักษณ์กล่าว

โหรฟันธง ลักษณ์ เรขานิเทศ

ที่มาของภาพ, โหรฟันธง ลักษณ์ เรขานิเทศ/Facebook

คำบรรยายภาพ, ลักษณ์ ราชสีห์ ถูกมองว่าเป็น "ผู้ปฏิวัติ" วงการโหราศาสตร์ไทยหลังสิ้นสุดยุค "หมอดูใต้ต้นมะขาม" และ "หมอดูห้าง" โดยเขาได้บุกเบิกทำธุรกิจ "หมอดูคอลเซ็นเตอร์" ในยุค 2 จี ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งเพื่อตอบสนองความเป็นจริงทางธุรกิจ มีรายได้หมุนเวียนถึงเดือนละ 20-30 ล้านบาท

สิ่งที่นักพยากรณ์ทำได้นอกเหนือจากการตรวจดูดวงชะตาให้คนดู/ลูกค้า คือการรับฟังและสร้างความสบายใจว่า "มีคนแปลกหน้าที่ไว้ใจได้ว่ามีวิชาความรู้ที่จะช่วยให้เขาได้รับโอกาสบางอย่าง"

ชี้ไทยเจอ "วิกฤตซ้อนวิกฤต" จากโควิด-นโยบายรัฐ

หมอลักษณ์เริ่มต้นอาชีพนักพยากรณ์ไม่ถึงปี ก่อนเกิดวิกฤตการเมืองที่นำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 2535 จากนั้นได้ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 และวิกฤตการเมืองอีกหลายระลอก นั่นทำให้นักพยากรณ์วัย 49 ปีพบว่าวิกฤตโควิด-19 ไม่เหมือนวิกฤตครั้งไหน ๆ ที่ประเทศไทยเคยเผชิญมา เพราะหนักหนาสาหัสที่สุด เกิดขึ้นในช่วงที่บ้านเมืองกำลังปรับเปลี่ยน และกระทบกับทุกคนทั้งประเทศอย่างไม่มีข้อยกเว้น

หมอลักษณ์ ผู้เป็นบัณฑิตสาขาเศรษฐศาสตร์ ชี้ว่า ประเทศไทยได้รับผลกระทบจาก "วิกฤตซ้อนวิกฤต" ซึ่งวิกฤตแรกเกิดจากโควิด-19 อีกวิกฤตเกิดจากนโยบายของรัฐต่อเรื่องการปิด-ไม่ปิดประเทศในช่วงแรกที่พบเชื้อไวรัสโคโรนาที่ประเทศจีน, ปัญหาหน้ากากหาย-หน้ากากแพง, ปัญหาไข่แพง จนเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเจ้าของวาทะ "ประเทศไทยต้องชนะ" ระหว่างออกทีวีพูลชี้แจงสถานการณ์โควิด-19 ครั้งแรก

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเจ้าของวาทะ "ประเทศไทยต้องชนะ" ระหว่างออกทีวีพูลชี้แจงสถานการณ์โควิด-19 ครั้งแรก

"ถามว่าทำไมคนไทยถึงอยากด่าท่าน เขาไม่ได้เกลียดนายกฯ หรือรัฐมนตรีนะครับ แต่เกลียดว่าทำไมท่านไม่เด็ดขาดในการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้น ปล่อยมาจนบานปลาย การจัดการปัญหาทำเหมือนลูบหน้าปะจมูก บางเรื่องเร่งด่วน แต่ถูกเอาไปหาผลประโยชน์ จนภัยเกิดกับประชาชน ไม่สามารถเชื่อมั่นอะไรได้เลยเรื่องความปลอดภัยในชีวิต นอกจากถูกสั่งให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้" โหรฟันธงกล่าว

Presentational grey line

สำหรับคำพยากรณ์วิกฤตโควิด-19 ของหมอลักษณ์ โดยตรวจสอบจากดวงเมืองซึ่งตรงกับดวงโลก พบว่า ดาวมฤตยูได้โคจรทับโลกจนถึงปี 2565 ปรากฏการณ์เช่นนี้ 84 ปีถึงเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง ในภาพใหญ่ มฤตยูทับโลกหมายถึงความตาย/โรคระบาด/ภัยพิบัติ ระหว่างวันที่ 22 ก.พ 2562-10 ก.ย. 2563 ส่วนในภาพย่อย ดาวหมอโคจรยึกยัก เดินหน้าแล้วถอยหลัง ก่อนมีจังหวะโคจรเดินหน้าอีกครั้งในเดือน ก.ค. 2563 ซึ่งหมายถึงโลกจะสงบสุข หรือสามารถคิดค้นยารักษาโรคได้ จึงทำนายไว้ว่า

  • สถานการณ์จะสิ้นสุดลงเดือน มิ.ย.-ก.ค.
  • สถานการณ์เริ่มพลิกฟื้นเดือน พ.ย.-ธ.ค.

หมายเหตุ : เป็นความเชื่อเฉพาะบุคคล การระบุถึงดาวมฤตยูทับโลกสอดคล้องกับคำทำนายของหมอดูดังรายอื่น ๆ อาทิ โสรัจจะ นวลอยู่

อาชีพใดขอพึ่งหมอดูบ้าง

ภายใต้ "กฎดูดวง" ที่ "สำนักฟันธง" สร้างขึ้นท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 คนดู/ลูกค้ามีเวลา 20 นาทีในการถามคำถามนักพยากรณ์ ซึ่งนอกจากคำถามสูตรว่าด้วยสถานการณ์โดยรวม, การงาน/การเรียน, การเงิน/โชคลาภ และความรัก ความกังวลใจที่ระบายผ่านคำถามมักเป็นผลสืบเนื่องจากวิกฤตโรคระบาด

หมออณิการะบุว่าเธอคือ "นักวางแผนยุทธศาสตร์ชีวิตโดยใช้ดวงดาว" ด้วยเพราะในชีวิตจริงนอกเหนือจากชั่วโมงโหราศาสตร์ เธอทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์

ที่มาของภาพ, หมออณิกา

คำบรรยายภาพ, หมออณิการะบุว่าเธอคือ "นักวางแผนยุทธศาสตร์ชีวิตโดยใช้ดวงดาว" ด้วยเพราะในชีวิตจริงนอกเหนือจากชั่วโมงโหราศาสตร์ เธอทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์

บีบีซีไทยตรวจสอบข้อมูลจากนักพยากรณ์ที่ใช้ชื่อว่า "อาจารย์นอร์ท" และ "อาจารย์อณิกา" พบว่า มีบุคคลหลากหลายแวดวงแวะเวียนมาให้พ่อหมอ-แม่หมอช่วยตรวจดวงชะตา อาทิ

  • พนักงานรัฐวิสาหกิจหญิง ถูกพักงานและไม่ได้รับเงินเดือน จึงมาถามหาโอกาสใหม่ ๆ ในระหว่างวางแผนสมัครสอบเข้าทำงานที่ใหม่
  • หญิงเจ้าของกิจการขายรองเท้าภายในห้างสรรพสินค้าที่ปิดตัวลงชั่วคราวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กังวลว่าจะหาเงินมาส่งเสียลูกเรียนหนังสือและใช้หนี้ก้อนโตที่คงค้างอยู่ได้หรือไม่
  • แรงงานชายไทยในเกาหลีใต้ซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว ตั้งคำถามว่าจะหายจากอาการปวดแขนที่เป็นมา 5 เดือนหรือไม่ "ผมไปหาหมอแผนปัจจุบันและแผนโบราณทั้งที่ไทยและเกาหลี ก็ไม่หาย จึงหวังพึ่งดวงแล้วว่าจะหายเองไหม"
  • เจ้าของโรงงานส่งออกสินค้าไปจีนขาดรายได้มาหลายเดือนนับจากโควิด-19 แต่ยังต้องแบกรับภาระเยียวยาลูกจ้างในโรงงาน สงสัยว่าธุรกิจที่สร้างมาจะถึงคราวล้มละลายหรือไม่
  • หญิงเจ้าของร้านอาหารจำต้องปิดการขายหน้าร้าน แต่ยังต้องจ่ายเงินค่าเช่าเต็มอัตรา จึงเกิดคำถามว่า "ต่อให้ดวงหนูดี แต่ถ้าโควิดไม่จบ ธุรกิจจะไปต่อได้จริง ๆ หรือ"
การดูดวงจะเริ่มต้นด้วยการให้ผู้ดูแจ้งวัน-เดือน-ปีเกิด, เวลาเกิด, จังหวัดเกิด จากนั้นนักพยากรณ์จะผูกดวงผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แล้วเริ่มทาย "พื้นดวง" เพื่อแสดงข้อมูลในอดีต ก่อนทำนาย "ดาวจร" ในปัจจุบันเพื่อพยากรณ์อนาคต

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, การดูดวงจะเริ่มต้นด้วยการให้ผู้ดูแจ้งวัน-เดือน-ปีเกิด, เวลาเกิด, จังหวัดเกิด จากนั้นนักพยากรณ์จะผูกดวงผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แล้วเริ่มทาย "พื้นดวง" เพื่อแสดงข้อมูลในอดีต ก่อนทำนาย "ดาวจร" ในปัจจุบันเพื่อพยากรณ์อนาคต

กฎการทำนาย "ห้ามทายร้าย"

ธนกฤต เมฆเมธิณสุรกุล หรือ "อาจารย์นอร์ท" ยอมรับว่า ปฏิกิริยาของผู้คนที่เข้าหานักพยากรณ์ในช่วงนี้แตกต่างจากช่วงปกติโดยสิ้นเชิง สะท้อนผ่านน้ำเสียงหดหู่สิ้นหวัง และการตั้งคำถามวกไปวนมา จนสัมผัสได้ถึงความตื่นตระหนกและตื่นกลัวกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง จึงมาขอรับคำพยากรณ์ว่าควรวางแผนชีวิตอย่างไร

ในฐานะที่เรียนด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพมาก่อน ศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาตามสมควร และสนใจติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่สม่ำเสมอ ทำให้นอร์ทมีทั้งชุดข้อมูล-ลีลาปลอบประโลมลูกค้าที่กำลังจิตตก เริ่มต้นด้วยการพูดให้คนเหล่านั้นเข้าใจสัจธรรมชีวิตว่าไม่เฉพาะตัวเราหรือคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากโรคนี้ จากนั้นดึงสติ-สมาธิ-ปัญญา กลับมาเพื่อให้จัดลำดับความสำคัญของปัญหาที่รายล้อมรอบตัวได้ และสร้างกำลังใจให้ตัวเอง

"การตรวจดวงชะตา ก็เพื่อให้เขาไปวางแผนชีวิตได้ว่าควรเริ่มตอนไหน เริ่มจากอะไร ส่วนจะเริ่มอย่างไร เขาย่อมรู้ดีกว่าเพราะมีประสบการณ์มากกว่าเรา" หมอนอร์ทระบุ

หมอนอร์ทนิยามบทบาทนักพยากรณ์ของตนไว้ว่าเป็น "ผู้รู้กาล" คือรู้ทั้งกาลเวลา - เวลาที่เหมาะสม และรู้กาลเทศะ - แนะนำว่าควรปฏิบัติตนอย่างไร

ที่มาของภาพ, ธนกฤต เมฆเมธิณสุรกุล

คำบรรยายภาพ, หมอนอร์ทนิยามบทบาทนักพยากรณ์ของตนไว้ว่าเป็น "ผู้รู้กาล" คือรู้ทั้งกาลเวลา - เวลาที่เหมาะสม และรู้กาลเทศะ - แนะนำว่าควรปฏิบัติตนอย่างไร

ไม่ว่าหมอดูจะตรวจดวงชะตาพบแง่ลบจากดวงดาวอย่างไร "กฎการทำนาย" ของศิษย์สำนักโหรฟันธงคือ "ห้ามทายร้าย" ซึ่งหมอลักษณ์อธิบายความหมายไว้ว่า "หากมีร้าย 90 พูดให้น้อยที่สุด ให้พูด 10 เรื่องที่เป็นเรื่องดี และบอกเขาว่าคุณไม่ใช่คนเดียวที่โชคร้าย" ขณะที่หมอดูในอดีตราว 80% พอเห็นดวงแล้วก็จะบอกเป็น "ดวงแตก" ทำอะไรไม่เจริญ มีคู่ไม่ได้ เจ๊ง

"การทายร้ายเป็นการทำลายกำลังใจของคน" อณิกา นักพยากรณ์หญิงร่วมสำนักกล่าว ก่อนยกตัวอย่างว่า ถ้าตรวจดาวจรแล้วพบว่ามีเกณฑ์เกิดอุบัติเหตุ ก็จะบอกว่าอย่าลืมตรวจสภาพรถยนต์ให้ดี แทนที่จะบอกให้ระวังรถชน หรือเมื่อนักลงทุนกำลังเจ๊ง ก็ให้ระบุช่วงเวลาที่เขามีโอกาสพลิกฟื้นกลับมา

"นี่เป็นเทคนิคง่าย ๆ ให้คนไม่จิตตก เพราะดวงคนเราไม่มีทางตกหรือดิ่งเหวไปตลอด ถ้าเราบอกได้ว่าความทุกข์ของเขาจะสิ้นสุดลงเมื่อไร ก็คือการช่วยให้เขามีกำลังใจทางอ้อมเมื่อรู้ว่ามีฟ้าหลังฝนรออยู่" แม่หมออณิกากล่าว

ส่วนหมอนอร์ทเสริมว่า การผสมผสานระหว่างสิ่งที่พบจากดวงดาวตามวิชาโหราศาสตร์กับหลักจิตวิทยา ก็เพื่อไม่ให้คนฟังหวาดกลัว ตื่นตระหนก สามารถทำให้มันเบาลง แต่ยังเป็นข้อเท็จจริง นี่คือการเตือนและเรียกสติผู้ฟัง/ลูกค้ากลับมา

ในขณะที่คนส่วนใหญ่ "อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" ผู้รับค่าแรงรายวันไม่อาจหยุดทำงานได้ เพราะหมายถึงรายได้จุนเจือครอบครัวที่ขาดหายไป

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ในขณะที่คนส่วนใหญ่ "อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" ผู้รับค่าแรงรายวันไม่อาจหยุดทำงานได้ เพราะหมายถึงรายได้จุนเจือครอบครัวที่ขาดหายไป
พนักงานหญิงเหนื่อยล้าจากการเฝ้าร้าน ก่อนผลอยหลับไป

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, พนักงานหญิงเหนื่อยล้าจากการเฝ้าร้าน ก่อนผลอยหลับไป
Thai people

ที่มาของภาพ, Thai news Pix

คำบรรยายภาพ, แม้ออกทำงานตามปกติ แต่รายได้ของหญิงสูงวัยต้องลดลง เนื่องจากไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรไปมาในตัวเมือง

แม้ต้องรับฟังความทุกข์ของคนอื่น แต่นักพยากรณ์ทั้ง 2 คนระบุตรงกันว่าไม่รู้สึกจิตตก เมื่อได้ช่วยผ่อนทุกข์หนักให้เบาบางลง ด้วยการเปิดหู-เปิดใจรับฟังคำระบายของคู่สนทนา

"ถามว่านักพยากรณ์เราเครียดไหม คล้อยตามไหม บางวันก็มีนะ ฟัง 10 เคส ทุกข์หมดเลย ปรับทุกข์ ๆ ๆ แต่เราก็ต้องวางลงให้ได้ การเป็นนักพยากรณ์ที่ดีคือการรับฟัง บอกวิธีปรับปรุง และวางลงทันทีหลังจบเคส ไม่ต้องเอากลับบ้าน" หมอนอร์ทกล่าว

คำถามยอดฮิตถึงหมอดู-นักจิตวิทยาในวิกฤตโควิด-19

ในสัปดาห์แรกของการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คำถามที่คนดู/ลูกค้าถามบรรดาพ่อหมอ-แม่หมอตามโครงการ "ดูดวง คลายทุกข์" ของหมอลักษณ์มากที่สุดคือ "มันจะเป็นแบบนี้อีกนานไหม โรคนี้จะจบเมื่อไร" และ "โอกาสที่มีตามปกติวิถีชีวิตจบแล้ว หมดปัญญาแล้ว ตามดวง พอจะทำมาหากินอะไรได้บ้าง"

ไม่มีคำถามเรื่องเนื้อคู่แต่อย่างใด เพราะถึงถามไปก็ยังไม่อาจพบหน้า-ออกเดท-แต่งงานกันได้ในช่วง "เว้นระยะห่างทางสังคม"

ที่น่าสนใจคือ คำถามของคนที่โทรไปหา "หมอดูโซเชียล" สอดคล้องกับปัญหาคาใจของคนไทยอีกกลุ่มที่เลือกอาสาสมัครสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทยเป็น "ที่พึ่งทางใจ"

Thai people

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ผศ.พ.ต.หญิง ดร.พนมพร พุ่มจันทร์ ผู้อำนวยการสมาคมสะมาริตันส์ และอุปนายกสมาคมนักจิตวิทยาคลินิกไทย กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ประชาชนที่ระบายความทุกข์เข้ามามีจำนวนมากกว่าปกติ และส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่สัมพันธ์กับโควิด-19 ซึ่งสรุปเป็น 2 กลุ่มหลักคือ ปัญหาการงานซึ่งเกิดจากการว่างงาน, ถูกลดเงินเดือน, ต้องปรับตัวเมื่อเปลี่ยนมาทำงานที่บ้าน และปัญหาความสัมพันธ์กับผู้คน ทั้งครอบครัวที่อยู่ด้วยกันตลอด และเพื่อนร่วมงานที่ไม่ได้พบกันเลย

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อาสาสมัครสมาคมสะมาริตันส์ เจ้าของคำขวัญ "ทุกข์คลายที่ปลายสาย" ไม่อาจเดินทางไปรับสายที่คอลเซ็นเตอร์ได้ ต้องปรับรูปแบบเป็น "จิตอาสาที่บ้าน" เฉกเช่นผู้คนในอาชีพอื่น ๆ โดยให้ผู้มีความทุกข์บอกเล่าความในใจผ่านกล่องข้อความในเฟซบุ๊กของสมาคม หรือฝากหมายเลขโทรศัพท์เพื่อให้อาสาสมัครติดต่อกลับแทน

มาตรการ "เว้นระยะห่างทางสังคม" ได้ส่งผลกระทบต่อคน 2 ลักษณะแบบแตกต่างกัน ผศ.พ.ต.หญิง ดร.พนมพร ชี้ว่า กลุ่มคนที่ชอบเข้าสังคม จะทุกข์หนัก ไม่สบายใจ อึดอัดกับการไม่รู้ว่าสถานการณ์จะจบลงเมื่อไร แต่กลุ่มคนที่ชอบเก็บตัว จะมีความสุขมากที่ได้อยู่กับตัวเอง ได้ทำงานอ่านหนังสือจากที่บ้าน

Thai people

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

อาจารย์ด้านจิตวิทยารายนี้ยังฝากคำแนะนำถึงคนไทยให้ "พลิกวิกฤตเป็นโอกาส"

  • การเสพข้อมูลข่าวสารอย่างมีสติ ไม่จำเป็นต้องตามข่าวทุกนาทีเพราะจะทำให้เกิดความเครียดสะสม อีกทั้งบางข้อมูลก็ไม่เกี่ยวกับชีวิตเราโดยตรง
  • อยู่อย่างมีความหวัง ให้นึกว่าหลังวันที่ 30 เม.ย. หากเป็นไปตามประกาศของรัฐบาล ก็จะกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้ว ซึ่งจะช่วยลดความทุกข์ใจได้ในระดับหนึ่ง
  • ในระหว่างทำงานที่บ้าน ให้ทบทวนและค้นหาศักยภาพใหม่ ๆ ของตัวเอง โดยคิดถึง "โลกหลังโควิด" ให้มากขึ้นทั้งด้านเทคโนโลยีและโอกาสใหม่ ๆ ในหน้าที่การงาน
  • ในระหว่างอยู่บ้าน ได้ใช้เวลากับครอบครัว ทำให้ความสัมพันธ์อันอบอุ่นกลับคืนมา
Thai people

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ไม่เชื่อมั่นรัฐบาล ต้นเหตุคนไทยพึ่งหมอดู

ทั้งนักจิตวิทยาและนักพยากรณ์เห็นพ้องกับข้อสังเกตของบีบีซีไทยที่ว่า ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 มีคนอยู่ 4 ประเภทอยู่ในฐานะ "ผู้สร้างความหวัง" ให้แก่เพื่อนมนุษย์

หนึ่ง บุคลากรด้านสาธารณสุข/นักวิทยาศาสตร์ ทั้งในฐานะแนวหน้าสกัดไวรัสมรณะ และผู้คิดค้นผลิตวัคซีนป้องกันเชื้อโรค

สอง ผู้ปกครอง ในฐานะผู้บำบัดทุกข์สุขให้ปวงประชาราษฎร์

สาม พระ/นักบวช ในฐานะผู้เตือนสติและเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ

สี่ นักจิตวิทยา/นักพยากรณ์ ในฐานะที่พึ่งทางใจ

Thai people

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ผศ.พ.ต.หญิง ดร.พนมพร เห็นว่า แม้คนไทยบางส่วนค้นหาข่าวสารว่าหมอคิดค้นวัคซีนไปถึงไหนแล้ว เป็นความหวังที่เป็นวิทยาศาสตร์ แต่ยังมีบางกลุ่มรู้สึกว่าโหราศาสตร์เป็นสิ่งเยียวยาจิตใจเขา เหมือนคนเล่นหวยทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามีโอกาสเสียมากกว่าได้ แต่ก็ยังเล่น การดูหมอก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้มีความหวัง

"ถ้าได้หมอดูที่มีจิตวิทยา ตั้งใจอยากช่วยเหลือคนจริง ๆ นอกจากดูตามตำราโหราศาสตร์ ก็จะทำให้คนดู/ลูกค้าเห็นศักยภาพตัวเอง และก้าวต่อไปตามความเป็นจริง แทนที่จะหลงงมงาย" นักจิตวิทยาหญิงกล่าว

ขณะที่ ลักษณ์ ราชสีห์ เชื่อว่า กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้มองหมอดูเป็นตัวเลวร้าย ตรงกันข้ามยังอยู่ในฐานะผู้ช่วย สธ. ได้ พร้อมยกประสบการณ์การดูหมอในห้วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ว่าได้รับเชิญจาก สธ. ให้เข้าร่วมอบรมด้านจิตวิทยาเพิ่มเติมเพื่อติดอาวุธทางปัญญาให้แก่บรรดาพ่อหมอ-แม่หมอ เพราะเวลานั้นรัฐบาลกังวลว่าจะมีคนฆ่าตัวตายหนีวิกฤตเศรษฐกิจ

Thai monk

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, พระสงฆ์ในไทยและวัดในต่างแดนร่วมกันสวดมนต์บทรัตนสูตรในช่วงจำวัดเย็น เพื่อปัดเป่าภัยโรคร้าย และเสริมกำลังใจให้คนไทยสู้โควิด-19

กับวิกฤตโรคระบาดในปัจจุบัน หมอลักษณ์สะท้อนความเห็นว่า ผู้ปกครองและกลไกรัฐ "ไม่น่าเชื่อถือ" โดยย้ำว่าไม่ได้เกลียด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เข้าใจว่าการที่นายกฯ ต้องเอาพรรคต่าง ๆ มาสนับสนุนระบอบ ทำให้เมื่อถึงเวลาวิกฤต ไม่มีผู้รับผิดชอบที่มีศักยภาพ ขณะที่ส่วนราชการอย่างกรมสุขภาพจิต แม้มีคนเก่ง แต่ความเป็นราชการจะขยับทำอะไรล้ำหน้ารัฐมนตรีก็ไม่ได้ ส่วนพระสายปฏิบัติก็มีน้อย และเวลานี้ก็มีคำสั่งห้ามประชาชนไปวัด คนเลยมาหาหมอดูเพราะพอพึ่งได้

"ผมทำโครงการนี้ในราคาที่คนแตะต้องได้ 99 บาท ไม่ได้อะไรเลย ไม่ได้คิดหาประโยชน์จากความทุกข์ของคน แต่ยอมรับมีประโยชน์ที่ซ่อนไว้คือลูกศิษย์ที่มาทำหน้าที่ในวันนี้ เขาจะเป็นที่รู้จักจดจำในวันหน้า เพราะลองคุณโทรไปเจออาจารย์เก่ง ๆ ช่วยให้ผ่านวิกฤตไปได้ แล้วคุณจะลืมเขาหรือ นี่คือผลประโยชน์ในเชิงคุณค่า" หมอลักษณ์ฟันธงทิ้งท้าย