โควิด-19 : ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในไทยทะลุ 2,000 ราย นายกฯ ประกาศตามคนไทยหลบหนีการกักตัว ให้เวลาถึง 18.00 น. วันนี้

โควิด-19

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

จำนวนผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทยเพิ่มขึ้นอีก 1 ราย รวมทั้งสิ้นเป็น 20 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุดเป็นผู้สูงวัยและมีโรคประจำตัวมากมาย ขณะที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 89 ราย ทำให้ตัวเลขรวมของผู้ติดเชื้อในไทยพุ่งทะลุไปอยู่ที่ 2,067 ราย ด้านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมด่วนเช้านี้หลังได้รับรายงานว่ามีคนไทย 152 คนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศปฏิเสธการกักตัวและหลบหนีกลับบ้านไปจากสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อคืนนี้

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงข่าววันนี้ (4 เม.ย.) โดยให้รายละเอียดของผู้เสียชีวิตว่าเป็นชายไทยอายุ 72 ปี มีโรคประจำตัวหลายอย่างเช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง ทำการรักษาที่สถาบันทรวงอก มีการติดตามอาการเมื่อวันที่ 2 เม.ย. พบว่าอาการไม่ดีขึ้น และมาเสียชีวิตในวันถัดมาคือวันที่ 3 เม.ย.

นพ.ทวีศิลป์ เน้นย้ำกลุ่มคนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีที่คนไทยที่เดินทางกลับมาเมื่อคืนนี้และมีปัญหากับการกักตัวต้องได้รับการกักตัวของทางภาครัฐ เพราะผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังมีเพิ่มมากอยู่ทุกวัน และถึงแม้ตัวเลขจะลงมาอยู่ที่ตัวเลขสองหลักแต่ก็ยังถึงว่าไม่เป็นที่น่าพอใจ ล่าสุดมีการกระจายของเชื้อไปทั่วประเทศถึง 64 จังหวัดแล้ว

สถานการณ์โดยรวม ตอนนี้ประเทศไทยมีตัวเลขคนไข้หายป่วย 612 ราย แต่ นพ.ทวีศิลป์ ก็ยังถือว่ายังน้อยอยู่ โดยมีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งหมด 2,067 ราย มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 89 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 1 ราย

"กลุ่มคนที่เป็นเป้าหมายของเราคือ กลุ่มคนที่อายุ 20 - 29 ปี เพราะท่านเป็นกลุ่มที่แพร่กระจายเชื้อมากที่สุดในขณะนี้" นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

โควิด-19

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 89 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้

1. ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน หรือเกี่ยข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 33 ราย โดยแบ่งเป็น

  • สนามมวย 2 ราย
  • สถานบันเทิง 2 ราย
  • สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ 29 ราย

2. ผู้ป่วยกลุ่มอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ 48 รายโดยแบ่งเป็น

  • คนไทยเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ 18 ราย
  • คนต่างชาติเดินทางมาจากต่างประเทศ 3 ราย
  • สัมผัสผู้เดินทางจากต่างประเทศ 7 ราย
  • ไปสถานที่ชุมนุมชน เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว 5 ราย
  • อาชีพเสี่ยง เช่น ทำงานในที่แออัด หรือทำงานใกล้ชิดสัมผัสชาวต่างชาติ 12 ราย
  • บุคลากรทางการแพทย์ 3 ราย

3. อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 8 ราย

ตามล่าคนไทยโดดด่านกักตัว

เมื่อคืนนี้มีเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีคนไทยกลุ่มหนึ่งแสดงความไม่พอใจต่อคำสั่งของเจ้าหน้าที่ในการขอให้ผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศกักตัวที่สถานที่ที่ทางภาครัฐจัดให้เป็นเวลา 14 วัน โดยมีผู้เผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงภาพคนไทยกลุ่มหนึ่งโห่ร้องด้วยความไม่พอใจและต่อว่าเจ้าหน้าที่ที่สนามบิน

เช้าวันนี้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมด่วนเพื่อตามตัวคนเหล่านั้นกลับเข้ามาทำการกักตัวตามข้อกำหนดใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทุกคนเป็นเวลา 14 วัน

โควิด-19

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

นพ.ทวีศิลป์ ได้ชี้แจงว่าเมื่อวานนี้มีคน 158 คน ที่เดินทางมาจากประเทศญี่ปุ่น 103 คน กาตาร์ 11 คน และ สิงคโปร์ 44 คน กลับเข้ามาที่สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้เดินทางเหล่านั้นมาอยู่ที่สนามบินอยู่หลายชั่วโมง และมีการต่อรองว่าจะไม่ขออยู่และไม่ให้ความร่วมมือในการกักตัว โดยอ้างว่าไม่ได้รับแจ้งมาก่อน และประสงค์จะไปกักตัวที่บ้านของตัวเอง ทำให้เกิดการควบคุมฝูงชนไม่ได้

"ขอเน้นย้ำว่าทุกคนที่กลับมาต้องเข้าสู่กระบวนการควบคุมโรค ตามมาตรการของรัฐที่กำหนดที่เรียกว่า state quarantine ทั้ง 158 คน ถ้าท่านไม่กลับมารายงานตัวจะถือว่าเป็นความผิดทางกฎหมายและทางภาครัฐสามารถลงโทษท่านได้"

จากผู่ที่เดินทางกลับเข้ามา 158 ราย มีหลบหนีและปฏิเสธการกักตัว 152 ราย โดยแจ้งว่าจะกลับไปกักตัวที่บ้านพักอาศัย แต่ก็ยังมี 6 ราย ที่ให้ความร่วมมือและยอมไปอยู่ในสถานที่ที่ทางภาครัฐจัดไว้ให้ ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และเนื่องจากมีคนที่ไม่ให้ความร่วมมือ จึงต้องมีการตามกลับมา ทางภาครัฐจึงประกาศขอให้กลุ่มคนเหล่านั้นกลับมารายงานตัวภายใน 18.00 น. ของวันนี้

โควิด-19

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

กลุ่มคนที่เดินทางเข้ามา 152 คน ทางภาครัฐมีข้อมูลอยู่ทั้งหมดว่ามีภูมิลำเนาอยู่ที่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ชลบุรี ซึ่งตำรวจรับทราบทั้งหมดแล้ว โดยขอให้คนเหล่านั้นที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเข้ามารายงานตัวที่ศูนย์ปฎิบัติการฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภายใน 18.00 น. ของวันนี้ ส่วนผู้ที่มีภูมิลำเนาที่ต่างจังหวัดและกลับถึงจังหวัดของตัวเองแล้ว ให้ติดศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัดตัวเองทุกแห่งภายในวันและเวลาเดียวกัน

พล.ท. คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม บอกกับบีบีซีไทยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สนามบินเมื่อคืนวันที่ 3 เม.ย. นั้นเป็นเรื่องของการที่สื่อสารไม่ตรงกัน และก่อให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากกลุ่มผู้เดินทางไทยได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่ายังไม่ได้รับการแจ้งว่าจะมีมาตรการนี้จึงทำให้เกิดความสับสน ทั้ง ๆ ที่ทุกคนมีใบรับรองแพทย์ fit to fly เลยคิดว่าไม่น่าจะเกิดปัญหา

"ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ต้องทำการสอบสวนก่อนจะเอาผิดใครได้ เราต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตอนนี้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมไปอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขในการคัดกรอง" พล.ท. คงชีพ กล่าว

นพ. ทวีศิลป์ กล่าวว่าตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ทุกคนต้องทำตามกฎหมาย หากไม่ทำตามจะถูกลงโทษ ส่วนครอบครัวของผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศสามารถตามมาได้ เพราะครอบครัวถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงเพราะสัมผัสกับผู้ที่มีความเสี่ยงแล้ว

คนไทยกลุ่มนี้ทั้ง 158 คน ทั้งหมดทางรัฐจะดูแลทุกคนเป็นอย่างดีภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ยังผู้ทำการขออนุญาตเดินทางกลับเข้าประเทศมาก่อนหน้านี้แล้วที่ทางกระทรวงสาธารณสุขอนุญาตให้เดินทางกลับเข้ามาในช่วงนี้ โดยจะมีผู้ที่เดินทางกลับมาจากการแสวงบุญที่อินโดนีเซีย 100 กว่าคน จากมาเลเซีย 83 คน และนักเรียนทุน AFS จากสหรัฐอเมริกาอีกหลักร้อย และทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวในพื้นที่ที่รัฐจัดให้ 14 วัน