ไวรัสโคโรนา : ประสบการณ์หนึ่งคืนในเต็นท์กักกันคนเดินทางกลับจากเกาหลีใต้

เต็นท์

ที่มาของภาพ, BBC

คำบรรยายภาพ, สภาพเต็นท์ที่พักบริเวณสถานที่กักตัวที่ จ.บุรีรัมย์

ชายไทยคนหนึ่งที่เพิ่งเดินทางกลับจากเกาหลีใต้ถึงเมืองไทยเมื่อวันที่ 9 มี.ค. เผยกระบวนการกักกันตัวซึ่งไม่เป็นไปตามคิด ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงจากเครื่องบินที่สนามบินดอนเมือง จนถูกนำไปยังสถานที่กักกันโรคที่ จ.บุรีรัมย์

เกาหลีใต้เป็น 1 ใน 4 ประเทศ ที่กระทรวงสาธารณสุข ประกาศเป็นท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขต โรคติดต่ออันตราย จากโรคโควิด-19 และกำหนดให้ผู้เดินทางมาจากประเทศเหล่านี้ต้องกักกันโรค เป็นเวลา 14 วัน

เต็นท์นับร้อยหลังวางเรียงกันใต้อาคารข้างสนามแข่งรถในบุรีรัมย์ ท่ามกลางสภาพร้อนอบอ้าว แผงเหล็กอย่างที่ใช้กั้นการจราจร ตามท้องถนน ถูกนำมาใช้กั้นระหว่างเต็นท์ซึ่งภายในมีหมอน 1 ใบ และผ้าห่ม 1 ผืน ห้องอาบน้ำที่มีให้ใช้รวมกันทั้งชายหญิง อยู่ในสภาพน้ำเจิ่งนอง มีพัดลมตั้งอยู่บางจุด นี่คือสภาพที่คนไทยที่เดินทางมากับรถบัส 2 คันรถ ต้องพบตั้งแต่ราว 04.00 น.วันนี้ (10 มี.ค.)

ชายวัย 28 ปี เป็นคนหนึ่งที่ถูกส่งตัวมายังศูนย์กักกันโรคแห่งนี้ เขาเล่าประสบการณ์ตั้งแต่ก้าวลงจากเครื่องบินให้บีบีซีไทยฟัง

ชายผู้นี้เดินทางไปเรียนภาษาที่เซี่ยงไฮ้ และเดินทางไปท่องเที่ยวที่เกาหลีพร้อมแฟนชาวเกาหลี ตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค. ระหว่างนั้นเขาพักอยู่ที่เมืองกูนิ ทางตอนใต้ของเมืองแทกู ตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่น เริ่มมีการระบาดของโรคโควิด-19 แล้ว เขาบอกว่าพยายามระมัดระวังตัวไม่เดินทางออกไปไหน จนตัดสินใจเดินทางกลับเมืองไทยในที่สุด เนื่องจากทางบ้านเริ่มมีความกังวล

เขาเดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชียจากสนามบินอินชอนในกรุงโซล ถึงไทยที่สนามบินดอนเมือง ประมาณบ่ายสาม วานนี้ (9 มี.ค.) เมื่อเครื่องบินลงจอดและรอลงจากเครื่องบิน ลูกเรือได้แยกผู้โดยสาร ชาวต่างชาติออกไปขึ้นรถบัสแยกต่างหาก ส่วนคนไทยมีการแยกตัวและให้ออกตามไปทีหลัง

ณ บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง มีการสแกนตรวจหนังสือเดินทางเข้มงวด เขาเห็นชาวต่างชาติไม่ถูกกักตัวแต่ถูกแยกไปอีกฝั่ง ส่วนคนไทยทุกคนถูกไล่ตรวจหนังสือเดินทางโดยละเอียดว่าเดินทางเข้าไปยังเกาหลีตั้งแต่เมื่อไหร่

"พอเขาตรวจพาสปอร์ตเสร็จ ก็เรียกให้ไปนั่งเป็นที่รวม ๆ มีใบเอกสารมาให้กรอก บนเครื่องบินมีใบหนึ่งให้กรอก ชื่ออะไร เที่ยวบินเท่าไหร่ สองอาทิตย์ล่าสุด อยู่เมืองอะะไร มาถึงมีเอกสารใบใหญ่อีกใบหนึ่งให้เราเซ็นยอมรับว่าให้การสอบปากคำ แต่ว่าไม่มีการสอบปากคำเกิดขึ้น ผมเซ็นไป เพราะคิดว่าเรียกไปสอบทีหลัง"

ไม่มีเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าจะส่งไปกักตัวที่ไหน

เขากล่าวกับบีบีซีไทยว่า ไม่มีการตรวจไข้ที่สนามบิน คนไทยถูกเรียกเข้าไปนั่งรวมกัน แต่แบ่งเป็นสองฝั่ง ขณะนั้นเขาคิดว่าน่าจะเป็นการรอคิวเพื่อตรวจโรค แต่ไม่ใช่ ไม่มีเจ้าหน้าที่ชี้แจงอะไรให้ทราบล่วงหน้า "เขาให้ทำอะไรแล้วเขาจะบอกเดี๋ยวนั้น" พอคนนั่งรอกันได้สักพัก เจ้าหน้าที่เห็นว่าบางคนเริ่มอารมณ์ไม่ค่อยดี ก็มาบอกว่าได้เตรียมรถจัดไว้ให้ และจะแยกย้ายไปส่งตามภูมิลำเนา

"เขาเรียกมาถ่ายรูปกับเอกสารที่เรากรอกทีละคน หลังจากนั้นนั่งรอ ถึงประมาณทุ่มครึ่ง เขาบอกว่า เดี๋ยวให้ไปเข้าคิวแยกย้ายกลับบ้าน พี่บางคนดีใจเขาก็รีบใหญ่เลย ออกไปขึ้นรถบัส ระหว่างที่อยู่ที่นั่น ข้าวก็ไม่มีให้ นั่งรอตั้งแต่บ่ายสาม ถึงทุ่มครึ่ง"

อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกกักตัวกลุ่มเดียวกันบางคนให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยว่าได้รับการตรวจวัดไข้

บัส
คำบรรยายภาพ, ก่อนเดินทางที่สนามบินดอนเมือง เมื่อคืนที่ผ่านมา (9 มี.ค.)

ชายคนนี้เล่าว่าเท่าที่สังเกตดูผู้เดินทางจำนวน 2 คันรถบัส เขาคิดว่าน่าจะเป็นแรงงานราว 80-90 เปอร์เซ็นต์ แต่ละคนมีภูมิลำเนาไม่ใช่ทางพื้นที่อีสานทั้งหมด บางคนอยู่ภาคเหนือ ส่วนเขาเป็นคนกรุงเทพฯ ก่อนเดินทางไม่มีใครรู้ว่าจะถูกส่งตัวไปไหน ได้รับแจ้งเพียงว่าจะไปส่งตามภูมิลำเนา ขณะนั้นการสื่อสารเริ่มสับสน เขาคิดว่า ไม่น่าเป็นไปได้ที่รัฐจะส่งทั้งหมดกลับไปกักตัวที่ศูนย์ตามภูมิลำเนา

"หลาย ๆ คนทนไม่ไหวไม่รู้ว่าเราจะไปที่ไหน ขั้นตอนอะไรยังไง เลยถามคนขับรถ พี่คนขับรถบอกว่าทุกคนต้องไปที่บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ไม่ชี้แจงอะไรเลย" เขาเล่าถึงช่วงเวลา 1 ชั่วโมง ที่ต้องนั่งรออยู่บนรถบัสที่จอดอยู่ที่สนามบินดอนเมือง ก่อนที่รถจะออกเดินทางในเวลา 20.00 น.

ระหว่างการเดินทางจากดอนเมืองไปยังบุรีรัมย์ มีเพียงผู้ถูกกักตัว และคนขับรถเท่านั้น ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลหรือคำแนะนำการปฏิบัติตัวใด ๆ

"ระหว่างทางมีการแวะร้านสะดวกซื้อ ผมงงมาก แล้วจะเข้มงวดกักตัวทำไมตั้งแต่แรก"

ถึงศูนย์กักตัวที่บุรีรัมย์ ที่นอนคือเต็นท์

รถบัสที่เขานั่งมาเดินทางถึงบุรีรัมย์ราวตี 4 ของวันนี้ เมื่อมาถึงทุกคนได้รับแจกหน้ากากอนามัยคนละ 1 ชิ้น แต่ไม่มีการตรวจคัดกรองโรค

"มาถึงบุรีรัมย์ ผมไม่รู้ว่าเขาแยกยังไงว่าใครควรพักที่นั่น หรือใครควรมาพักที่นี่ มีปล่อยให้กลุ่มหนึ่งลงก่อน ตรงสนามอะไรจำไม่ได้ แต่ตรงนั้นมีโรงแรมบิ๊กบ๊อกซ์ ที่พักจะดีกว่ามาก คนที่เหลือมาที่เต็นท์" เขากล่าว

เต็นท์
คำบรรยายภาพ, ภาพที่ถ่ายช่วงเช้าวันนี้ (10 มี.ค.)

"มาถึงไม่ได้มีการตรวจโรค ไม่มีได้มีการพ่นย่าฆ่าเชื้อ มีให้กดเจล รับข้าว 1 กล่องกับซองปรอทวัดไข้ แยกย้ายกันเข้าเต็นท์ ที่นี่มีอยู่ประมาณน่าจะ 100 หลังขึ้นไป" เขาประเมินด้วยสายตา

ลานเต็นท์ที่พวกเขาอยู่เป็นอาคารข้างสนามแข่งรถ ส่วนห้องอาบน้ำเป็นห้องน้ำรวมชายหญิงใช้ร่วมกันมีสภาพน้ำเจิ่งนอง ส่วนห้องส้วมแยกชายหญิง

ห้องน้ำ

เขาเล่าว่า ช่วงเช้าวันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์เดินทางมาเยี่ยม ทุกคนได้รับแจกข้าวผัดคนละ 1 กล่อง ผู้ว่าฯ แจ้งว่ามีผู้ถูกกันกันที่นี่รวม 190 คน หลังจากนี้จะดำเนินการส่งตามศูนย์กักตัวตามภูมิลำเนา ในส่วนของกรุงเทพฯ อาจรออีก 2 วัน เพราะศูนย์ยังไม่มีความพร้อม

"ผมไม่ได้อะไรกับการกักตัวเลย มันเป็นเรื่องที่ต้องทำ เราต้องรับผิดชอบสังคม เรามาเราไม่รู้ ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าติดเชื้อหรือไม่ติด แต่ว่าถ้าดูอย่างที่กักกันของประเทศอื่น ไม่มีประเทศไหนกักแบบนี้ เขาแยกเป็นห้อง" เขาเล่าทางโทรศัพท์ และบอกว่าเมื่อช่วงเช้ามีรถพยาบาลมารับผู้ถูกกักออกไป 1 คน นั่นทำให้เขากังวลเรื่องการติดเชื้อ

ข้าวผัด

"ถ้าคนนั้นเขามีไวรัส แล้วเกิดสัมผัสคนใกล้เคียง คนที่เหลือก็โอกาสเสี่ยงเหมือนกันหมด" เขาระบุ "ผมว่าควรจะทำได้ดีกว่านี้ แต่ดูแล้วเหมือนว่า ถ้าพูดง่าย ๆ เหมือนว่าไม่ใส่ใจมากกว่า เพราะตั้งแต่อยู่สนามบินก็ไม่มีการชี้แจงอะไรเลย"

BBC

สธ.ชี้แจงกรณีบุรีรัมย์ ระบุ "ตอนนี้ยังอยู่ในโรงแรมทั้งหมด"

ในการแถลงข่าวที่กระทรวงสาธารณสุขเมื่อเวลา 11.00 น. นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรณีสถานที่กักที่บุรีรัมย์ รองปลัด สธ. ว่าการเข้าพัก "ไปถึงก่อนก็ได้เข้าพักโรงแรมก่อน" พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าระบบการดูแลสุขลักษณะมีความปลอดภัยมีการตรวจเฝ้าระวังของทีมสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์การสนับสนุนจากทีมสาธารณสุขส่วนกลาง

คำตอบของปลัดกระทรวงสาธารณสุข สวนทางกับสภาพที่กลุ่มผู้ถูกกักตัวโพสต์ทางโซเชียลมีเดีย

"นั่นเป็นการเตรียม เห็นเต็นท์ใช่ไหมครับ ความจริงเต็นท์เป็น 100 หลังสุดท้าย ส่วนใหญ่ต้องอยู่ในโรงแรม 2-3 โรง ตรงนั้น ถ้าเกิน 600 คน ถึงจะไปใช้ตรงนั้น ตอนนี้ยังอยู่ในโรงแรมทั้งหมด" รองปลัด สธ. กล่าว และชี้แจงเพิ่มว่า กลุ่มที่อยู่ในเต็นท์จะทยอยเข้าโรงแรมเมื่อกลุ่มที่กักตัวในโรงแรมได้รับการกักตัวครบกำหนดแล้ว

สถานที่กัก

ที่มาของภาพ, BBC

สำหรับศูนย์กักกันโรคหลัก ๆ เตรียมการไว้ 3 แห่ง ได้แก่ สัตหีบ บุรีรัมย์ และกำแพงแสน จ.นครปฐม ซึ่งมีกำหนดเปิดในวันพรุ่งนี้ (11 มี.ค.) ส่วนจังหวัดใดที่มีผู้เดินทางกลับมาแค่ 1-2 คน ให้ใช้มาตรการกักตัวอยู่กับบ้าน

แนวทางการจัดตั้งพื้นที่กักกันของ สธ. ว่าไว้อย่างไร

สภาพของสถานที่ที่กลุ่มคนไทยที่เดินทางกลับจากเกาหลีชุดนี้ ดูเหมือนว่าจะไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขเคยประกาศไว้เมื่อวันที่ 5 มี.ค.

ตามหลักเกณฑ์ลักษณะ และแนวทางจัดการสถานที่ควบคุมเพื่อสังเกตการเริ่มป่วย (Quarantine) กรณีผู้เดินทางจำนวนมากกลับจากพื้นที่เสี่ยงสูง โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประกาศเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2563 มีการระบุถึงแนวทางการจัดตั้งพื้นที่กักกันไว้

สำหรับผู้เดินทางหรือประชาชนที่ไม่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) ได้แยกเป็นสองกรณี

ผู้ป่วยที่มีอาการแต่ไม่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคให้แยกกัก นอกสถานพยาบาลในห้องแยกเดี่ยว เป็นระยะเวลา 14 วัน นับจากกลับมาจากพื้นที่ระบาด

ส่วนผู้ที่ไม่แสดงอาการ ให้กักกัน (Quarantine) นอกสถานพยาบาลในห้องแยก โดยอยู่ 1-4 คนต่อห้อง (1 คน ต่อ 10 ตารางเมตร) เป็นระยะเวลา 14 วัน นับจากกลับมาจากพื้นที่ระบาด โดยผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ความเสี่ยงสูง ตามที่รัฐบาลประกาศให้เข้าสู่พื้นที่ควบคุมที่กำหนดโดยรัฐบาล (State quarantine)

ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่นอกเหนือพื้นจากพื้นที่เสี่ยงสูงให้เข้าสู่พื้นที่ควบคุมของท้องถิ่น (Local quarantine) ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ว่าราชการจังหวัด