ไวรัสโคโรนา : ผู้สื่อข่าวต่างประเทศถาม-นพ.ธนรักษ์ตอบ เรื่องสถานการณ์ไวรัสโคโรนาในไทย

นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปรียบเทียบการรับมือการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ว่าเหมือนกับ "การที่ต้องเดินทางไปเชียงใหม่ ทั้งที่ยานพาหนะยังไม่พร้อม"
    • Author, กุลธิดา สามะพุทธิ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

"ผมเข้าใจความกังวลของทุกคน...บ้านของผมก็อยู่ที่นี่ ผมมีครอบครัว มีภรรยา มีลูกชายที่ยังต้องไปโรงเรียนทุกวัน...เหตุผลหนึ่งที่ผมสู้เต็มที่ก็เพราะผมไม่ชอบโรคระบาด ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้น เพราะถ้าเกิดขึ้นแล้วมันจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง"

นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยความรู้สึกเบื้องหลังการควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในงานเสวนาที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT)

เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น มักจะมีใครสักคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่งที่เป็นตัวหลักในการรับมือกับเหตุการณ์และสื่อสารกับประชาชน สำหรับการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น ภารกิจนั้นตกมาอยู่ที่ นพ.ธนรักษ์และทีมงานซึ่งตั้ง "วอร์รูม" อยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข

"ผมและทีมงานทำงานกันทุกวัน บางวันแทบไม่ได้นอน เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ต้นปี เรียกได้ว่าพอผมสวดมนต์ข้ามปีจบ งานก็เข้าเลย" เขากล่าวติดตลก แต่ใบหน้าปรากฏร่องรอยความอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด

หนึ่งเดือนนับตั้งแต่เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่เปิดมาตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. 2563 และ 3 สัปดาห์หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขของไทยยืนยันการพบผู้ติดเชื้อรายแรกในไทยเป็นหญิงชาวจีนเมื่อวันที่ 13 ม.ค. สถานการณ์การระบาดในไทยเป็นอย่างไร ไวรัสชนิดนี้น่ากลัวแค่ไหน และจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้

นี่คือสิ่งที่รองอธิบดีกรมควบคุมโรคชี้แจงต่อผู้สื่อข่าวต่างประเทศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (4 ก.พ.) บีบีซีไทยเรียบเรียงไว้เป็นคำถาม-คำตอบดังนี้

ทางการไทยรับมือกับการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อย่างไร

ก่อนอื่นต้องย้ำว่ามีอะไรอีกหลายอย่างมากที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับไวรัสชนิดนี้และการระบาดของมัน

เมื่อมีโรคระบาดเกิดขึ้น เราจะแบ่งการระบาดเป็น 3 ระยะ คือ

ระยะที่ 1 ไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศ ผู้ติดเชื้อที่พบเป็นคนที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดนอกประเทศ (imported case) มาตรการที่ทำในระยะนี้คือการคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าประเทศเพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อและผู้ต้องสงสัยให้เร็วและครบถ้วนด้วยการติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายที่สนามบินและกำชับโรงพยาบาลทุกแห่งให้รายงานผู้ที่มีอาการเข้าข่าย เช่น ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก เพื่อสังเกตอาการและตรวจหาเชื้อ ซึ่งการหาผู้ติดเชื้อให้รวดเร็ว (early detection) นี้ไม่ง่ายเพราะผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้มักมีอาการไม่รุนแรงช่วงเริ่มแรก เช่น แค่มีอาการคล้ายหวัด จึงมักไม่ไปหาหมอ

ระยะที่ 2 มีการติดเชื้อจากคนสู่คนภายในประเทศ มาตรการที่ทำในระยะนี้คือการค้นหาผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อเพื่อให้เข้าสู่การแยกโรค นอกจากนี้ยังมีการขยายกลุ่มเฝ้าระวังให้ครอบคลุมคนที่ทำงานกับนักท่องเที่ยวจีน เช่น ไกด์นำเที่ยว คนขับรถสาธารณะ พนักงานขายของ เป็นต้น

ระยะที่ 3 จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการระบาดในวงกว้าง มาตรการสำหรับระยะนี้คือการดูแลผู้ป่วยและพยายามชะลอการแพร่ระบาด เน้นการรับมือที่โรงพยาบาล เพราะเมื่อมีผู้ติดเชื้อมากขึ้น ก็จะมีผู้ป่วยไปโรงพยาบาลมากขึ้นจนอาจรองรับไม่ไหว เหมือนที่เกิดขึ้นในอู่ฮั่นขณะนี้

การระบาดของไวรัสโคโรนาในไทยขณะนี้อยู่ในระยะที่ 2 หลังจากพบชายไทยอาชีพขับรถแท็กซี่ติดเชื้อทั้งที่ไม่เคยมีประวัติการเดินทางไปจีน

เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, กรมควบคุมโรคตั้งอุปกรณ์คัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงไวรัสโคโรนาระบาดในจีน โดยดำเนินการที่ 5 สนามบิน ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และเชียงราย

สิ่งที่เราทำมาตั้งแต่ต้นก็คือ ควบคุมการระบาดให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราพยายามค้นหาผู้ติดเชื้อทุกคน สอบสวนโรคอย่างเข้มข้น และค้นหาทุกคนที่สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ เมื่อระบุตัวได้แล้วเราจะส่งเจ้าหน้าที่ไปพบเพื่อให้คำแนะนำและขอให้เขาแยกตัวจากคนอื่นเป็นเวลา 14 วัน ระหว่างนี้ถ้ามีอาการผิดปกติให้ไปพบแพทย์โดยด่วน วิธีนี้ช่วยลดโอกาสที่ผู้ติดเชื้อจะแพร่เชื้อในช่วงที่ยังไม่แสดงอาการ

ไทยจะเข้าสู่การระบาดระยะที่ 3 เมื่อไหร่

ถ้าย้อนไปดูการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 การระบาดในระยะที่ 2 กินเวลาสั้นมากคือแค่ 1-2 เดือนก่อนจะเกิดการระบาดในวงกว้าง

เราอาจมีเวลา 2 เดือนก่อนจะเข้าสู่ระยะที่ 3 แต่ก็มีปัจจัยอีกหลายอย่างมาก ถ้าเรารับมือกับสถานการณ์ได้ดี เราอาจอยู่ในระยะที่ 2 ได้นาน และระยะที่ 3 ที่ผมพูดถึงนั้นอาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ ตอนนี้เราอยู่ในระยะที่ 2 ถ้าเรารับมือได้ดี เราอาจจะกลับไปที่ระยะ 1 ก็ได้ หรือถ้าระยะที่ 3 เกิดขึ้นเราก็เตรียมรับมือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว และอาจจะไม่รุนแรงเหมือนที่อู่ฮั่นก็ได้

ผมยังเชื่อและหวังว่าถ้าเราทำงานอย่างเต็มที่ภายใต้สิ่งที่เรามีอยู่ เราจะสามารถชะลอการระบาดได้และระบบสาธารณสุขจะรองรับผู้ป่วยได้ เพราะเรายังมีสถานบริการทางการแพทย์ของหน่วยงานอื่น เช่น ของกองทัพที่สามารถดัดแปลงมารองรับผู้ติดเชื้อได้ ถ้าสถานการณ์เลวร้ายสุดเกิดขึ้นจริงเราคงลำบากกันพอสมควร แต่ผมเชื่อว่าเราจะรับมือไหว

ระบบสาธารณสุขของไทยมีศักยภาพแค่ไหนที่จะรับมือกับการระบาดครั้งนี้

ปัจจัยสำคัญ 3 อย่างที่ส่งผลต่อความรุนแรงของการระบาด คือ

1.ตัวไวรัสเอง ซึ่งแพร่กระจายอย่างรวดเร็วมาก กล่าวคือ ผู้ติดเชื้อ 1 คนสามารถแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นอีกไม่ต่ำกว่า 2 คน ซึ่งถือว่าเร็วมาก และใช้เวลาฟักตัวสั้นมากคือแค่ 5 วัน

2. ประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุขและการแพทย์ ซึ่งของไทยนับว่าดีแต่จะดีพอหรือไม่ ต้องดูต่อไป

3. ประชาชนทุกคน ถ้าคนตื่นตระหนกและไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เราจะควบคุมสถานการณ์ไม่ได้เลย การควบคุมโรคไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลอย่างเดียว รัฐบาลทำได้แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่เหลือทุกคนต้องช่วยกันและร่วมมือกัน นี่คือหนทางที่เราจะหยุดยั้งการแพร่ระบาด

นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, นพ.ธนรักษ์ยืนยันว่าไทยมีระบบสาธารณสุขที่ดี แต่จะดีพอที่จะรับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาหรือไม่ ต้องดูกันต่อไป

รายงานของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอบส์กินที่เผยแพร่เมื่อปีที่แล้วจัดลำดับให้ไทยเป็นประเทศที่มีความมั่นคงด้านระบบสาธารณสุขดีที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก นั่นคือไทยมีความพร้อมในการรับมือกับโรคระบาดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ที่น่าสนใจก็คือรายงานนี้บอกว่าหากเกิดโรคระบาดรุนแรงทั่วโลก (global pandemic) ไม่มีประเทศไหนที่มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่ประเทศที่มีความพร้อมมากที่สุดอย่างสหรัฐฯ ก็ตาม สิ่งที่แต่ละประเทศทำได้ก็คือลดความรุนแรงของการระบาดลง

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะห้ามคนจีนเข้าประเทศ

ถ้าถามคำถามนี้กับผมในช่วงแรก ๆ ที่พบผู้ติดเชื้อในไทย ยอมรับว่าต้องคิดหนัก เพราะประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวจีน แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้าไทยปีละประมาณ 40 ล้านคน ในจำนวนนี้กว่า 10 ล้านคนหรือราว ๆ 1 ใน 4 เป็นนักท่องเที่ยวจีน ถ้าคำนวณดูจะพบว่ามีนักท่องเที่ยวจีนอยู่ในไทยประมาณ 1-2 แสนคนในทุกช่วงเวลา ถ้านักท่องเที่ยวจีนทุก 10,000 คนเป็นผู้ติดเชื้อ 1 คนก็หมายถึงว่า จะมีนักท่องเที่ยวจีนอย่างน้อย 10 คนที่แพร่เชื้อให้คนอื่น ๆ อีก 2-3 คนในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูง

ทหารราชองครักษ์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทหารราชองครักษ์ที่พระบรมมหาราชวังซึ่งมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากสวมหน้ากากอนามัยป้องกันการติดเชื้อ

แต่ขณะนี้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าไทยลดลงเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ และยังคงลดลงเรื่อย ๆ ส่วนจำนวนคนจีนจากอู่ฮั่นที่อยู่ในไทยขณะนี้น่าจะมีอยู่ไม่ถึง 1,000 คน ซึ่งเราไม่คิดว่ามีนัยสำคัญต่อแบบแผนการระบาดของไวรัสในขณะนี้ ดังนั้นความเสี่ยงที่เกิดจากนักท่องเที่ยวจีนไม่ใช่ประเด็นอีกแล้ว

ถ้าได้รับข้อมูลจากจีนมากกว่านี้ ไทยจะรับมือกับสถานการณ์ได้ดีกว่านี้หรือไม่

เท่าที่ผมทราบ บุคลากรทางการแพทย์ของจีนพบการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยอาการปอดบวมจำนวน 27 ราย ซึ่งการที่แพทย์สามารถระบุเชื้อไวรัสที่เป็นต้นเหตุของการระบาดได้จากผู้ป่วยจำนวนเท่านี้นั้นเหมือนกับเป็นการงมเข็มในมหาสมุทร ดังนั้นพวกเขาสมควรได้รับคำชื่นชม

ถามว่าถ้าเราได้ข้อมูลจากทางการจีนมากกว่านี้จะทำให้เรารับมือหรือเตรียมการป้องกันได้ดีขึ้นหรือไม่ ก็ต้องตอบว่าใช่ แน่นอนว่าผมอยากรู้อะไรอีกหลายอย่าง ถ้าเรามีข้อมูลมากกว่านี้ก็จะทำงานได้ดีกว่านี้ แต่สถานการณ์ในขณะนี้เหมือนกับเราต้องเดินทางไปเชียงใหม่ทั้งที่พาหนะของเรายังไม่พร้อม เราไม่สามารถรอจนกว่าทุกอย่างจะพร้อมได้ เราจึงต้องเดินทางไปซ่อมแซมรถไป

ยาที่แพทย์ใช้รักษาผู้ป่วยจากไวรัสโคโรนาคืออะไร

ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนและยาสำหรับรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่โดยเฉพาะ ยาที่แพทย์ไทยใช้เป็นยาต้านไวรัสชนิดเดียวกับที่แพทย์ในจีนใช้รักษาผู้ป่วย ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสที่ใช้กับผู้ติดเชื้อ HIV ซึ่งจีนเคยทดลองใช้กับผู้ป่วยโรคซาร์สมาแล้วและพบว่าสามารถลดระดับความรุนแรงได้ แต่ถึงตอนนี้ยังไม่มีการรับรองประสิทธิภาพ

ห้องแล็บ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ศูนย์โรคติดต่ออุบัติใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำลังตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

มียาต้านไวรัสอีกหลายตัวที่เชื่อว่าใช้ได้ดีกับผู้ป่วยโคโรนา สหรัฐฯ ก็กำลังทดลองใช้ยาสูตรหนึ่ง จีนก็กำลังทดลองอีกสูตรหนึ่ง แต่ถึงตอนนี้ยังไม่มียาที่ได้รับการยืนยันว่ารักษาไวรัสโคโรนาได้ แต่ผมเชื่อว่าอีกไม่นานเราจะค้นพบ

ในสถานการณ์นี้สิ่งที่ทุกคนควรทำมากที่สุดก็คืออย่าตื่นตระหนก สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้คือถ้าเดินออกไปหาซื้อหน้ากากอนามัยในกรุงเทพฯ ตอนนี้ ผมเชื่อว่าคงหาซื้อไม่ได้ และนี่เป็นผลที่เกิดขึ้นจากการตื่นตระหนก ถ้าเราไม่ตื่นตระหนกและปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง ผมเชื่อว่าเราจะผ่านไปได้

การระบาดของไวรัสโคโรสายพันธุ์ใหม่กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่

ผมคิดว่าทั้งปัญหาโลกร้อนและการระบาดของโรคอุบัติใหม่มีสาเหตุหลักเดียวกันนั่นก็คือ การทำลายพื้นที่ป่าซึ่งทำให้เชื้อโรคจากสัตว์ป่าแพร่มาถึงคน

โรงพยาบาลเป็นที่ที่เหมาะสมที่สุดในการกักกันโรคหรือไม่

น่าจะเป็นที่ที่ดีที่สุดแล้วในขณะนี้ ถามกลับว่าถ้าไม่ใช่โรงพยาบาลแล้วจะเป็นที่ไหน เพราะถ้าอยู่บ้าน ก็อาจมีสมาชิกในบ้านสัมผัสใกล้ชิดและอาจติดเชื้อ ที่โรงพยาบาลเราให้ผู้ติดเชื้ออยู่ในห้องแยกโรคและมีการจัดวอร์ดสำหรับผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาโดยเฉพาะ ไม่ปะปนกับผู้ป่วยอื่น และภายในวอร์ดนั้นก็ไม่ให้ผู้ป่วยอยู่ใกล้กัน ผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อในช่วงเวลาใกล้กันจะให้อยู่กลุ่มเดียวกัน นี่เป็นวิธีการควบคุมไม่ให้มีการแพร่เชื้อในโรงพยาบาลซึ่งเป็นแนวปฏิบัติทั่วโลก รวมถึงช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ด้วย