ไวรัสโคโรนา : การระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้หญิงในเอเชียต้องเผชิญกับความทุกข์ยากใดบ้าง

A Vietnamese woman repatriated from Wuhan, where the SARS-like novel coronavirus originated.

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, โดย ลารา โอเวน
    • Role, ผู้สื่อข่าวสตรีแผนกเอเชียตะวันออก บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

หลังโรคโควิด-19 เริ่มแพร่ระบาดในจีน มีผู้เสียชีวิตและล้มป่วยด้วยไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ไปแล้วหลายพันคนทั่วเอเชีย และขยายวงกว้างไปทั่วโลก แต่เป็นผู้หญิงที่กำลังได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ และนี่คือปัจจัย 5 ประการสำคัญ

1. โรงเรียนปิด

"ฉันอยู่บ้านกับลูก ๆ มากว่าสามสัปดาห์แล้ว" ซอง ซูยอง นักข่าวชาวเกาหลีใต้และแม่ลูกสอง เล่า

A closed school in Tokyo, Japan

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เมื่อนับถึงวันที่ 4 มี.ค. มีเด็กกว่า 253 ล้านคนในเกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น ระดับอนุบาลถึงมัธยมปลาย ที่ปกติต้องไปโรงเรียนแต่ตอนนี้ต้องอยู่กับบ้าน

เกาหลีใต้ เพิ่งประกาศเลื่อนเปิดปีการศึกษาไปอีก 2 สัปดาห์ เท่ากับว่าเด็ก ๆ จะกลับไปโรงเรียนอีกครั้งวันที่ 22 มี.ค.

จากตัวเลขล่าสุดโดยยูเนสโก เมื่อนับถึงวันที่ 4 มี.ค. มีเด็กกว่า 253 ล้านคนในเกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น ระดับอนุบาลถึงมัธยมปลาย ที่ปกติต้องไปโรงเรียนแต่ตอนนี้ต้องอยู่กับบ้าน

นี่เป็นเรื่องยากลำบากสำหรับคนอย่าง ซอง และบรรดาคนเป็นแม่ในอีกหลายประเทศเอเชียตะวันออกที่ต้องรับกับภาระหนักอึ้งที่บ้าน ซองบอกว่าเธอถึงกับรู้สึก "ซึมเศร้า" เลยทีเดียว

เธอมีลูกสาวอายุ 11 ขวบ และลูกชายอายุ 5 ขวบ พวกเขาใช้เวลาไปกับการเล่นเกมและดูหนัง เธอใช้เวลาขณะลูกหลับในการทำงานบางส่วน

A woman with her head in her hands and a lively child behind her

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, บรรดาคนเป็นแม่ในหลายประเทศเอเชียตะวันออกต้องรับกับภาระหนักอึ้งที่บ้าน

สิ่งที่เธอกำลังเผชิญสะท้อนให้เห็นความไม่เท่าเทียมทางเพศในที่ทำงานในเกาหลีใต้

ในปี 2020 สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) จัดอันดับการมีบทบาทในทางเศษฐกิจของผู้หญิงเกาหลีใต้ให้อยู่ที่อันดับ 127 จาก 155 ประเทศ

ซองได้ยินเรื่องที่มีบางบริษัทลดค่าจ้างพนักงานผู้หญิงที่ไม่สามารถมาทำงานได้เนื่องจากต้องอยู่บ้านดูแลลูกเพราะโรงเรียนปิด

2.ความรุนแรงในครอบครัว

นักสิทธิมนุษยชนบอกว่าเกิดความรุนแรงในครอบครัวมากขึ้นขณะที่คนจีนหลายล้านคนต้องเก็บตัวอยู่บ้าน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เฟิง หยวน ผู้อำนวยการองค์กรเพื่อสิทธิสตรีแบบไม่หวังผลกำไร Weiping บอกว่าองค์กรของเธอได้รับการติดต่อเข้ามามากกว่าก่อนมีมาตรการกักตัวถึง 3 เท่า

"ตำรวจไม่ควรใช้การแพร่ระบาดของโรคเป็นข้ออ้างที่จะไม่จัดการกับกรณีความรุนแรงครอบครัวอย่างแข็งขัน" เฟิง กล่าว

A woman sitting alone looking scared

ที่มาของภาพ, Getty Images

นอกจากนี้ องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติก็ยังแสดงความกังวลว่ามาตรการจัดการกับระบาดของโรคจะส่งผลต่อบริการต่าง ๆ เพื่อผู้หญิง อาทิ การตรวจสุขภาพเป็นประจำ และบริการให้การช่วยเหลือจากความรุนแรงทางเพศ

นอกจากนี้ ยังมีการบอกเล่ากรณีความรุนแรงในครอบครัวบนโซเชียลมีเดียมากขึ้นอีกด้วย แฮชแท็ก #AntiDomesticViolenceDuringEpidemic #疫期反家暴 ได้รับการพูดถึงมากกว่า 3 พันครั้งในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีนอย่าง Sina Weibo

3. ผู้หญิงแถวหน้าในงานสาธารณสุข

ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของคนที่ทำงานภาคสังคมและสาธารณสุขเป็นผู้หญิง

ช่วงที่ผ่านมา สื่อจีนชอบตีแผ่เรื่องราวอันกล้าหาญของพยาบาลหญิงที่ต่อสู้แนวหน้ากับโรคโควิด-19

A nurse wearing protective gear at a hospital in Wuhan, China

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ช่วงที่ผ่านมา สื่อจีนชอบตีแผ่เรื่องราวอันกล้าหาญของพยาบาลหญิงที่ต่อสู้แนวหน้ากับโรคโควิด-19

วิดีโอชิ้นหนึ่งที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์แสดงภาพกลุ่มเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ผู้หญิงถูกโกนหัวร่วมกันก่อนจะถูกส่งตัวไปจัดการกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ผู้หญิงที่เพิ่งแท้งลูกเมื่อไม่นานมานี้แต่ก็กลับไปทำงานต่อ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ และเป็นการสร้างตัวอย่างที่ผิด ๆ

เมื่อเดือนที่แล้ว บีบีซีได้พูดคุยกับพยาบาลคนหนึ่งซึ่งเล่าว่าเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลไม่ได้รับอนุญาตให้กิน พัก หรือเข้าห้องน้ำเลยตลอดกะทำงาน 10 ชั่วโมง

เจียง จินจิ้ง ผู้ก่อตั้งแคมเปญ Coronavirus Sister Support บอกว่า น้อยคนที่จะคิดจัดหาผลิตภัณฑ์ที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ผู้หญิงหลายหมื่นคนต้องใช้ แคมเปญช่วยเหลือของเธอพยายามจะจัดส่งผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยผู้หญิงไปยังคนที่ทำงานแนวหน้าในมณฑลหูเป่ย์ของจีน

อาการ

4. แรงงานแม่บ้านพลัดถิ่น

คาดว่ามีคนทำงานบ้านที่เป็นผู้หญิงในฮ่องกง 4 แสนคน ส่วนใหญ่มาจากฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย พวกเขาต้องกังวลทั้งเรื่องสถานะการว่าจ้างงานที่ไม่มั่นคง และการหาหน้ากากอนามัยและเจลล้างมืออีกด้วยในช่วงนี้

Indonesian domestic workers in Hong Kong

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, คนทำงานบ้านในฮ่องกงส่วนใหญ่มาจากฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย

ซินเธีย แอบดอน-เทลเลซ จาก Mission for Migrant Workers องค์กรการกุศลเพื่อแรงงานอพยพบอกว่า ความต้องการสูงทำให้อุปกรณ์อนามัยราคาสูงเกินกำลังซื้อของแรงงานเหล่านี้ และทางองค์กรก็ได้เริ่มรับบริจาคหน้ากากเพื่อนำไปให้กับแรงงานซึ่งผู้ว่าจ้างไม่ได้จัดหาให้

ซริง ซริงงาติน ประธานองค์กรเพื่อแรงงานอพยพ (Migrant Workers Association) ในฮ่องกง บอกว่าสถานกงสุลอินโดนีเซียมีการแจกหน้ากากอนามัยฟรีแต่ก็ยังไม่เพียงพอ แรงงานต้องต่อแถวหนึ่งชั่วโมงเพื่อจะได้หน้ากาก 3 ชิ้น ทั้งที่จริง ๆ แล้วคนหนึ่งคนต้องการหน้ากากอย่างน้อย 6 ชิ้นต่อสัปดาห์

Indonesian citizens queue for free masks at the Indonesian Consulate General in Hong Kong.

ที่มาของภาพ, KJRI Hong Kong

คำบรรยายภาพ, ที่สถานกงสุลอินโดนีเซียในฮ่องกง แรงงานต้องต่อแถวหนึ่งชั่วโมงเพื่อจะได้หน้ากาก 3 ชิ้น

นอกจากนี้ คำแนะนำให้แรงงานอยู่บ้านในวันหยุดอาจนำไปสู่การเอารัดเอาเปรียบให้แรงงานช่วยงานผู้ว่าจ้างเพิ่มอีก ซริงงาติน บอกว่า พวกเขาอาจต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน

และก็ไม่ใช่ผู้หญิงเหล่านี้เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ยังมีคนอีกหลายล้านคนที่รอคอยให้พวกเธอส่งเงินกลับไปให้ที่ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียอีกด้วย

5.ผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาว

นักเศรษฐศาสตร์และรัฐบาลประเทศต่าง ๆ คาดการณ์ว่าผลการแพร่ระบาดของไวรัสอาจทำให้เศรษฐกิจโลกเจริญเติบโตด้วยอัตราที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009

A woman wearing a mask while working on a flower stall in Bangkok, Thailand

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้ค้ารายย่อย อย่างเช่นผู้หญิงคนนี้ในกรุงเทพฯ อาจได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรก ๆ หากคนเริ่มเก็บตัวอยู่ในบ้าน

คริสเตียนา แมกซ์ อาจารย์จากวิทยาลัยบูรพคดีศึกษาและการศึกษาแอฟริกา หรือโซแอส แห่งมหาวิทยาลัยลอนดอน บอกว่า วิกฤตเศรษฐกิจนี้จะส่งผลต่อผู้หญิงที่ได้รายได้ต่ำเป็นพิเศษ อาทิ ในจีน แรงงานอพยพไม่มีสัญญาว่าจ้าง การระบาดของไวรัสโคโรนาก็เท่ากับว่าพวกเขาไม่มีรายได้เพราะไม่ได้ทำงาน

อาจารย์ผู้นี้อธิบายต่ออีกว่า เมื่อไม่มีความมั่นคงทางสังคม พวกเขาต้องเลือกเอาระหว่างการกลับไปทำงานและเสี่ยงล้มป่วย หรือต้องไปหาที่อยู่อื่น หรือไม่พวกเขาก็ต้องเก็บตัวอยู่ในบ้านและใช้เงินจากเงินเก็บน้อยนิดที่มีอยู่

โมฮัมเหม็ด นาซีรี ผู้อำนวยการองค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บอกว่า เราต้องพิจารณาความต้องการในการฟื้นตัวที่แตกต่างกันระหว่างผู้ชายและผู้หญิง ผู้หญิงมีบทบาทที่สำคัญอย่างขาดไม่ได้ในการต่อสู้การแพร่ระบาด ไม่ว่าจะเป็นในฐานะเจ้าหน้าที่สาธารณสุข นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ไปจนถึงการเป็นคนเชื่อมต่อสร้างความสัมพันธ์และสันติภาพในชุมชน รวมถึงทำงานเป็นผู้ดูแลผู้ป่วย คนแก่ และเด็ก อีกด้วย

"เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำให้มั่นใจว่ามีการรับฟังเสียงของผู้หญิงเหล่านี้" นาซีรี กล่าว