เศรษฐกิจ : นักวิเคราะห์หุ้นชี้ ความกังวลต่อการชุมนุมทางการเมืองฉุดการฟื้นตัวของตลาดหุ้น

ภาพการชุมนุม

ที่มาของภาพ, PAris Jitpentom/BBC Thai

หลัง "แฟลชม็อบ" ของพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (14 ธ.ค. 2562) ตามด้วยคำประกาศของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่า "เดือนหน้าได้ลงถนนแน่" นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ส่วนหนึ่งได้ออกมาชี้ว่าความวุ่นวายทางการเมืองจะเป็นปัจจัยจำกัดการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นภาคเช้าวันนี้ เมื่อเวลา 12.22 น. การซื้อขายหลักทรัพย์ ดัชนีอยู่ที่ 1,564.62 จุด ปรับตัวลดลง 9.29 จุด มูลค่าการซื้อ-ขายทั้งสิ้น 30,752.54 ล้านบาท โดยนักวิเคราะห์หลักทรัพย์มองว่าส่วนหนึ่งมาจากแรงกดดันทางการเมือง และความกังวลถึงความวุ่นวายทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หลังสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่นำโดย อนค.

กิจกรรมที่ใช้ชื่อว่า "เมื่อเสียงที่พวกเราเลือกเข้าสภาไม่มีค่า ได้เวลาประชาชนออกมาส่งเสียงด้วยตัวเอง" เกิดขึ้นในเวลา 17.00 น. บริเวณลานสกายวอล์ก เขตปทุมวัน โดยนายธนาธร หัวหน้า อนค.นัดหมายประชาชนให้เข้าร่วม "แฟลชม็อบ" ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่คำร้องคดียุบ อนค. ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จากกรณีหัวหน้าพรรคปล่อยเงินกู้ให้พรรค 191.2 ล้านบาทเพื่อทำกิจกรรมในช่วงเลือกตั้ง ถูกส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญ และเป็นที่จับตามองว่าตุลาการทั้ง 9 คน อาจพิจารณาคำร้องในการประชุมวันที่ 18 ธ.ค. นี้

หลังจากการจัด แฟลชม็อบ ชิมลาง เพื่อเช็กยอดมวลชน ของบรรดาแกนนำพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ในวันเสาร์ที่ผ่านมา (14 ธ.ค.) อนค. จะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่อีกครั้งในปีหน้า

ที่มาของภาพ, PAris Jitpentom/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, หลังจากการจัด แฟลชม็อบ ชิมลาง เพื่อเช็กยอดมวลชน ของบรรดาแกนนำพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ในวันเสาร์ที่ผ่านมา (14 ธ.ค.) อนค. จะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่อีกครั้งในปีหน้า

หลังจากเปิดตลาดในช่วงเข้า การซื้อขายหลักทรัพย์ยังมีความผันผวนโดยดัชนีในภาคเช้ายังคงอยู่ในแดนลบ บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป รายงานสรุปสถานการณ์ตลาดหุ้นวันนี้ว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมายังคงผันผวนอิงไปทางบวก โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 1,565 - 1,585 จุด แต่จะปรับตัวขึ้นไม่มากนัก เนื่องจากปัจจัยการเมืองภายในจะกลับมาเป็นประเด็นรบกวนตลาดอีกครั้งหนึ่ง

น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวกับบีบีซีไทยว่า การเมืองภายในประเทศเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นในช่วงเช้าที่ผ่านมาผันผวน คือ ปัจจัย ที่นักลงทุนเริ่มหันมาจับตามากขึ้น โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวจากฝ่ายพรรคฝ่ายค้าน รวมทั้งการชุมนุมของผู้สนับสนุน อนค. เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันก็ต้องจับตาเรื่องเสถียรภาพของฝ่ายรัฐบาลที่อาจจะเผชิญกับความท้าทายจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วย เธอบอกว่า นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การเลือกตั้ง ที่ปัจจัยทางการเมืองกลายเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญ ก่อนหน้านี้มักจะให้ความสำคัญกับปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเฉพาะการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน

ในขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) ได้สรุปสถานการณ์ตลาดหุ้นวันนี้ว่า "ข้างนอกสดใส ข้างในกดดัน" โดยวิเคราะห์ว่าตลาดจะฟื้นตัวในกรอบจำกัด ปัจจัยบวกมาจากภายนอกประเทศ เช่น การบรรลุข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ที่จะนำเข้าสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ในขณะที่สหรัฐฯ ยกเลิกการเก็บภาษีรอบใหม่ในวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมาพร้อมกับมาตรการผ่อนคลายด้านภาษีอื่น ๆ

ส่วนในปัจจัยในประเทศที่เป็นแรงกดดัน ทาง บล. ไอร่ามองว่า มีความกังวลจากความเสี่ยงในการเกิดการชุมนุมทางการเมืองในประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยในระยะถัดไป กดดันกระแสเงินทุนต่างชาติไหลออกได้อีกครั้ง และเป็นปัจจัยจำกัดการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยได้

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงปัจจัยทางการเมืองว่า อุณหภูมิการเมืองไทยสูงขึ้น หลังเกิดเหตุการณ์สภาผู้แทนราษฎรล่ม มีคดีนักการเมืองเพิ่มมากขึ้น และการชุมนุมของผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งนัดชุมนุมกันอีกครั้งในเดือน ม.ค. 2563