ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เตรียมแปรแฟลชม็อบ "ไม่ถอยไม่ทน" รวมพลขับไล่รัฐบาลต้นปี 63

ธนาธร ปิยยุตร

ที่มาของภาพ, paris jitpentom/BBC Thai

แกนนำพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จัดแฟลชม็อบ "ชิมลาง" เช็คยอดมวลชน ก่อนนัดเคลื่อนไหวใหญ่ไล่รัฐบาลปีหน้า

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า อนค. ยืนขึ้นบนเก้าอี้ตัวเดียว ปราศรัยผ่านโทรโข่ง ก่อนเปลี่ยนมาใช้เครื่องขยายเสียงในช่วงท้าย

"ถ้าไม่ลงถนนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เพราะว่ามี (คน) เยอะเกินไป... เดือนหน้าได้ลงถนนแน่ ๆ ไม่ต้องรีบร้อน ซ้อมวิ่งได้เลย"นายธนาธรกล่าว เรียกเสียงฮือฮาจากมวลชนที่พากันตะโกนกลับไปว่า "ลงเลย ๆ ๆ"

นายธนาธรระบุว่า คนที่มารวมตัวกันวันนี้ไม่ใช่ "พวกชังชาติ" แต่ชาติคือประชาชน เพราะพวกเขารักประชาชน อย่างไรก็ตามวันนี้แค่มาชิมลาง แสดงจุดยืนทางการเมืองเพียงชั่วโมงเดียว เสร็จแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน

"บอกคุณประยุทธ์ (จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม) อย่าเพิ่งกลัว แค่ชิมลาง ของจริงเดือนหน้า" หัวหน้า อนค. กล่าว

หัวหน้า อนค. กล่าวว่า ประชาชนมารวมตัวกันเพื่อประกาศศักดาไม่ถอยไม่ทน จะต่อสู้กับการสืบทอดอำนาจ วันนี้ไม่ใช่การมาเพื่อปกป้องพรรคอนาคตใหม่ แต่มาเพื่อปกป้องอนาคตของคนไทยทุกคน ต้องต่อสู้กับความกลัวด้วยความหวัง ต่อสู้กับอดีตด้วยอนาคต อย่ายอมแพ้ ก้าวไปด้วยกัน

จากนั้นเขาได้เป็นต้นเสียงประกาศชวนประชาชนให้ตะโกนดัง ๆ พร้อมกันว่า "ประชาธิปไตยจงเจริญ" และ "เผด็จการออกไป"

ข้อความ

ที่มาของภาพ, paris jitpentom/BBC Thai

กิจกรรมที่ใช้ชื่อว่า "เมื่อเสียงที่พวกเราเลือกเข้าสภาไม่มีค่า ได้เวลาประชาชนออกมาส่งเสียงด้วยตัวเอง" เกิดขึ้นในเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา บริเวณลานสกายวอล์ก เขตปทุมวัน หลังจากนายธนาธรนัดหมายประชาชนให้เข้าร่วม "แฟลชม็อบ" ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวานนี้ (13 ธ.ค.) ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่คำร้องคดียุบ อนค. ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จากกรณีหัวหน้าพรรคปล่อยเงินกู้ให้พรรค 191.2 ล้านบาทเพื่อทำกิจกรรมในช่วงเลือกตั้ง ถูกส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญ และเป็นที่จับตามองว่าตุลาการทั้ง 9 คน อาจพิจารณาคำร้องในการประชุมวันที่ 18 ธ.ค. นี้

ผู้ร่วมชุมนุมนับพัน ทะลุเป้าหมายแกนนำ อนค.

แกนนำ อนค. ส.ส. และประชาชนชนนับพันคนมารวมตัวกันเต็มลานสกายวอล์ก ซึ่งถือเป็นยอดที่สูงกว่าเป้าหมายที่แกนนำ อนค. คาดการณ์ไว้ครั้งแรกที่ 500 คน โดยมีเสียงตะโกนดังขึ้นในหมู่ผู้ชุมนุมเป็นระยะ ๆ ด้วยหางเสียงแตกต่างกัน 2 ขั้ว

  • เสียงให้กำลังใจลงท้ายว่า "สู้ ๆ" - ธนาธร, ปิยบุตร, อนาคตใหม่
  • เสียงตะโกนขับไล่ลงท้ายว่า "ออกไป" - ประยุทธ์, พลังประชารัฐ, กกต., เผด็จการ

นอกจากนี้ยังมีการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การนำมาสคอตไดโนเสาร์ 2 ตัวมาเดินวนไปมา ซึ่งสมาชิกพรรคชายชาวสมุทรปราการ อธิบายกับบีบีซีไทยว่า "ต้องการสื่อถึงลุงที่โบราณมาก"

ขณะที่ผู้สนับสนุน อนค. ที่เป็นผู้หญิง 2 คนได้เดิน "แจกกล้วย" ผู้มาร่วมงาน เธอบอกเช่นกันว่า "งูเห่าชอบกินกล้วย"

ไดโนเสาร์

ที่มาของภาพ, paris jitpentom/BBC Thai

กล้วย

ที่มาของภาพ, paris jitpentom/BBC Thai

แต่ที่พบเห็นเป็นการทั่วไปคือการชูกระดาษเอสี่ที่มีข้อความต่าง ๆ อาทิ อย่าข้ามหัวประชาชน, เพื่ออนาคตของเรา ฯลฯ รวมถึงการเขียนกระดาษโพสต์-อิท

ขณะเดียวกันผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์พร้อมใจติดแฮชแท็ก "ไม่ถอยไม่ทน" และ "กลัวที่ไหน"

ชาวอนค.

ที่มาของภาพ, paris jitpentom/BBC Thai

ปิยบุตรพูดชัด "ไม่ปรารถนาให้ผู้ปกครองชุดนี้ได้อยู่ต่อไป"

นอกจากนายธนาธร ยังมีแกนนำ อนค. อีก 3 คนขึ้นปราศรัย ด้วยคำพูดที่สะท้อนให้เห็นว่า อนค. กำลังมุ่งสู่แนวทางการต่อสู้บนท้องถนน

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการ อนค. ปราศรัยโจมตีรัฐบาลที่มองไม่เห็นหัวประชาชน เวลาไม่เคารพรัฐธรรมนูญจะมีข้อยกเว้นเสมอ ยึดอำนาจมา 4 ปี อยู่แล้วอยากอยู่ต่อ อีกทั้งทำให้ระบบรัฐสภาพังพินาศ เพราะมีการซื้องูเห่า แจกกล้วย โหวตแพ้แต่ไม่รู้จักแพ้

"เราจำเป็นต้องลุกขึ้นมาเพื่อแสดงพลังว่ามีคนไทยจำนวนมากที่เป็นผู้รักชาติ และไม่ปรารถนาให้ผู้ปกครองชุดนี้ได้อยู่ต่อไป" นายปิยบุตรกล่าว

เขากล่าวด้วยว่า วันนี้คือจุดเริ่มต้นของการแสดงพลังแสดงออกว่าประชาชนที่นี่เป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศนี้ เห็นหัวประชาชนบ้าง นี่คือการต่อสู้เพื่ออนาคตของพวกเราคนไทยทุกคน

เช่นเดียวกับ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษก อนค. ที่เรียกร้องให้ประชาชนเตรียมตัวให้พร้อมในวันข้างหน้า วันนี้ยังไม่ได้ลงถนน เพราะอยู่บนสกายวอล์ก อย่าให้ใครดูถูกว่าเป็นเพียง "กองทัพไซเบอร์" หรือ "นักรบโซเชียล"

ช่อ

ที่มาของภาพ, paris jitpentom/BBC Thai

ส่วนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อนค. กล่าวปราศรัย 2 ภาษาทั้งไทยและอังกฤษ ตอบโต้คำกล่าวของนายกรัฐมนตรีที่ระบุทำนองว่าการชุมนุมครั้งนี้เป็นปัญหาส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งนายพิธายืนยันว่าการมารวมตัวของประชาชนเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ และความยุติธรรมที่ไม่เท่ากัน

ตร. เตือนผิด กม. สั่งยุติการชุมนุม

ตลอดเวลา 1 ชั่วโมงของการจัดกิจกรรม มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 (บก.น.6) มาคอยสังเกตการณ์ บันทึกภาพนิ่งและวิดีโอผู้มาร่วมกิจกรรม ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างมาบุญครองได้พยายามกันไม่ให้ประชาชนที่มีสื่อแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ว่ามาร่วมชุมนุมเข้าไปบริเวณลานหน้าห้าง

กระทั่งเวลา 17.40 น. ตำรวจในเครื่องแบบราว 20 นาย นำโดย พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ได้เข้ามายังพื้นที่ด้านหน้าห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ก่อนพูดผ่านโทรโข่งว่าขอให้นายธนาธร นายปิยบุตร และ น.ส.พรรณิการ์ ยกเลิกการจัดกิจกรรม เพราะเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมาย ขอให้พี่น้องทุกคนเลิกชุมนุมในเวลานี้ ทำให้มวลชนที่ยืนล้อมกรอบตำรวจต่างโห่ร้อง และตะโกนตำหนิว่า "ตำรวจมีหน้าที่ดูแลประชาชน ไม่ใช่ปกป้องเผด็จการ"

ตำรวจ

ที่มาของภาพ, paris jitpentom/BBC Thai

พ.ต.ท.ทวีป สุทธิ รอง ผกก.สน.ปทุมวัน ยืนยันกับบีบีซีไทยว่าแกนนำจัดกิจกรรมไม่ได้แจ้งขออนุญาตต่อเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 แต่อย่างใด และปฏิเสธจะให้ตัวเลขผู้ชุมนุมโดยให้เหตุผลว่าติดประชุมอยู่

นอกจากนี้ยังมีผู้เข้าร้องทุกข์และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สน.ปทุมวัน เมื่อช่วงเช้าคือ นายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพื่อให้นายธนาธรย้ายสถานที่จัดกิจกรรม เนื่องจากไปลิดรอนสิทธิประชาชนผู้สัญจรไปมาคนอื่น ๆ

ใครเคยถูกดำเนินคดีหลังรัฐประหาร เพราะจัดชุมนุมจุดเดียวกับธนาธร

สำหรับลานสกายวอล์กถูกใช้ทำกิจกรรมทางการเมืองหลายครั้งหลังรัฐประหารปี 2557 แต่ครั้งที่เป็นที่จดจำของสังคมมีอย่างน้อย 2 เหตุการณ์

  • 22 พ.ค. 2558 นักศึกษาและนักกิจกรรมการเมือง นำโดยนายนัชชชา กองอุดม และนายธัชพงษ์ แกดำ ไปรวมตัวกันหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ เพื่อทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหารในวาระครบ 1 ปี ก่อนมี 9 คนถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมการเมืองเกิน 5 คน กระทั่งเดือน ก.พ. 2562 ศาลทหารกรุงเทพได้สั่งยุติคดีหลัง คสช. "ปลดล็อกการเมือง" โดยให้ยกเลิกคำสั่งฉบับดังกล่าว
  • 27 ม.ค. 2561 กลุ่มประชาชนที่เรียกตัวเองว่า "คนอยากเลือกตั้ง" นำโดยนายรังสิมันต์ โรม และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ "จ่านิว" นัดชุมนุมเรียกร้องไม่ให้รัฐบาล คสช. เลื่อนโรดแมปเลือกตั้ง ก่อนมี 39 คนถูกแจ้งความดำเนินคดี หรือที่รู้จักในชื่อคดี "MBK39" ในข้อหายุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (เฉพาะแกนนำ), ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมการเมืองเกิน 5 คน และจัดการชุมนุมสาธารณะภายในรัศมี 150 เมตรจากเขตพระราชฐานตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ กระทั่งเดือน พ.ย. 2562 อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นแนวร่วม คงเหลือแต่ระดับแกนนำ 8 คนที่ต่อสู้คดีอยู่ในชั้นศาล
ตำรวจ

ที่มาของภาพ, paris jitpentom/BBC Thai

ประชาชนจะไปร่วม "วิ่งไล่ลุง" หรือไม่

พลันที่แกนนำ อนค. เริ่มนับหนึ่ง โดยส่งสัญญาณถึงประชาชนให้เตรียมพร้อมลงถนนต้นปีหน้า โดยที่นายธนาธรเองเคยระบุว่าจะร่วมกิจกรรม "วิ่งไล่ลุง" ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือน ม.ค. 2563 บรรดาผู้มาร่วมชุมนุมวันนี้ จะไปต่อกับเขาในวันหน้าหรือไม่ บีบีซีไทยตรวจสอบทัศนะของผู้ร่วม "แฟลชม็อบ" บางส่วน

เกียรติศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) พนักงานบริษัทวัย 25 ปี ผู้ที่เลือก อนค. บอกว่า ที่ออกมาวันนี้เพราะรู้สึกว่าเสียงที่ลงคะแนนไปไม่มีความหมาย แม้ตอนแรกจะ "กลัวนิด ๆ" ว่าจะมีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ แต่เห็นว่าการที่มีผู้ออกมารวมตัวกันจำนวนมาก ๆ เชื่อว่าจะเป็นการป้องกันผู้ที่มาชุมนุมด้วยกันเอง "ผมเองเป็นหนึ่งในผู้ที่ติดแฮชแท็ก ที่มาวันนี้ก็เพื่อจะบอกว่า ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาปรามาสว่าเก่งแต่ในออนไลน์"

เกียรติศักดิ์บอกว่า พร้อมจะไปร่วมกิจกรรม "วิ่งไล่ลุง" และจะเตรียมตัวด้วยการซ้อมวิ่ง เคลียร์ตารางงาน และเตรียมใจเผื่อว่ากิจกรรมอาจจะถูกยกเลิก

สามนิ้ว

ที่มาของภาพ, paris jitpentom/BBC Thai

อริยาภรณ์ ทิมนาค เจ้าของธุรกิจส่วนตัว วัย 58 ปี ไม่ได้โหวตให้ อนค. แต่เลือกพรรคฝ่ายที่เรียกตัวเองว่า "ฝ่ายประชาธิปไตย" บอกว่า ที่ออกมาวันนี้เพราะเห็นว่ามีความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับ อนค.

"ทุกสิ่งทุกอย่างมาจากเสียงประชาชน ประชาชนเลือกตั้งมา แต่รัฐบาลทำทุกวิถีทางให้เขาลงจากตำแหน่ง ในเมื่อต่อสู้ทางรัฐสภาไม่ได้ จำเป็นต้องมาสู้กับประชาชน" เธอให้ความเห็น

แม้การชุมนุมบริเวณนี้เคยมีผู้ชุมนุมถูกดำเนินคดีมาก่อน แต่เธอบอกว่า "ถ้าเราทำผิดเรากลัวนะ" พร้อมยืนยันว่าการออกมาชุมนุมไม่ได้ทำผิด เพราะบ้านเมืองเป็นระบอบประชาธิปไตย ประชาชนต้องมีสิทธิเสรีภาพ และนี่เป็นการมาร่วมชุมนุมทางการเมืองครั้งแรก หากไม่ได้ออกมาวันนี้ก็คงไม่ได้เห็นคนรุ่นใหม่ที่ตื่นตัวทางการเมืองออกมารวมตัวกัน

"ใจจริงเราต่อสู้ประชาธิปไตย ที่ผ่านมาต่อสู้อยู่ในบ้าน แต่วันนี้เราออกมาจริง ๆ" แต่สำหรับกิจกรรมวิ่งไล่ลุง อริยาภรณ์บอกว่า คงไม่ได้ไปร่วมวิ่งด้วย เพราะร่างกายไม่พร้อม "ถ้าจะไปคิดว่าคงขับรถตามเขาค่ะ อาจจะมีน้ำ ไปช่วยเขาเท่าที่เราทำได้ เพราะว่าเราก็เลขห้าแล้ว"

อภิเษก ปานทิพย์ นักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เดินชูป้าย For our future ซึ่งแปลว่าอนาคตของเรา บอกว่า เหตุผลที่ถือป้ายนี้เพราะต้องการสื่อสารให้ต่างชาติได้รับรู้ว่าวันนี้ออกมาชุมนุมเพราะอะไร วันนี้ออกมาประท้วงไม่มีความหวั่นใจเพราะเป็นการมาแสดงจุดยืน ไม่ได้ถึงขั้นปิดถนนทำให้เกิดความเดือดร้อน

อภิเษกในวัย 19 ปี ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิตเมื่อเดือน มี.ค. และกาเลือก อนค. ระบุว่า มาวันนี้ไม่ได้มาสู้เพื่อนายธนาธรอย่างเดียว แต่มาสู้เพื่อพรรคการเมืองที่ตนเลือก ส่วนงานวิ่งไล่ลุงต้นปีหน้า สิ่งแรกที่จะเตรียมตัวคือกางเกงวอร์ม