เก็บประวัตินักศึกษามุสลิม : จุฬาราชมนตรีส่งหนังสือค้านสันติบาลเก็บข้อมูล "ข่าวกรองปกติ" ละเมิดสิทธิ นศ. มุสลิม

นศ. มุสลิม

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBCTHAI

    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ผู้แทนจุฬาราชมนตรีส่งหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ขอให้สันติบาลยุติการ "ขุดข้อมูลมุสลิมในมหาวิทยาลัย" อาจนำไปสู่ความพยายามที่จะแบ่งแยกดินแดนมากขึ้น

สุธรรม บุญมาเลิศ เลขานุการจุฬาราชมนตรี เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ผ่านฝ่ายเลขานุการ ผบ.ตร. ขอให้สั่งการให้ตำรวจสันติบาลยุติการดำเนินการใด ๆ ที่แสดงถึงการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งต่อมุสลิมและบุคคลทุกกลุ่ม จากกรณีการสำรวจรายชื่อนักศึกษาที่นับถือศาสนาอิสลาม

หนังสือของสำนักจุฬาราชมนตรีระบุตอนหนึ่งว่า ทราบกรณีดังกล่าวด้วย "ความวิตกกังวลอยางยิ่ง" และ "ถือเป็นการเลือกปฏิบัติต่อพลเมืองมุสลิมในประเทศไทย" ดำเนินการขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวนอกจากไม่ช่วยให้สถานการณ์ความมั่นคงดีขึ้น ยังอาจซ้ำเติมให้เกิดความรุนแรงด้วยเหตุผล 3 ประการ ดังนี้

  • เมื่อรัฐเลือกปฏิบัติต่อคนบางกลุ่ม อาจกลายเป็นชนวนให้เกิดความแตกแยกเกลียดชังระหว่างกันของคนในชาติได้
  • การเลือกปฏิบัติจะทำให้เกิดความรู้สึกแปลกแยกต่อกันและกัน และอาจนำไปสู่ความพยายามที่จะแบ่งแยกดินแดนมากขึ้น
  • ในขณะที่ความคิดสุดโต่งมีอยู่ในทุกศาสนิก แต่รัฐกลับเลือกจะกดดันเฉพาะกลุ่มมุสลิมเท่านั้น ความรู้สึกเช่นนี้หากเกิดในหมู่ประชาชนย่อมส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของชาติแน่นอน

ความเคลื่อนไหวขององค์กรนำขับเคลื่อนสังคมมุสลิมเกิดขึ้น หลังหนังสือ "หน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัด" ถูกส่งถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยเพื่อขอทราบข้อมูลนักศึกษามุสลิม เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ก่อน จนก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวางทั้งจากเครือข่ายนักศึกษา นักวิชาการ และนักสิทธิมนุษยชน

สำนักจุฬา

ที่มาของภาพ, Hataikarn Treesuwan/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, เลขานุการจุฬาราชมนตรี (ขวา) ยื่นหนังสือขอให้สันติบาลยุติการเก็บประวัตินักศึกษามุสลิม ที่ สตช. เมื่อ 24 ก.ย.

ส.ว. ซากีย์ ซัดฝ่ายความมั่นคงเหมารวมว่า "มุสลิมเกี่ยวข้องกับความรุนแรง"

ซากีย์ พิทักษ์คุมพล สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และรองเลขานุการจุฬาราชมนตรี ให้ความเห็นกับบีบีซีไทยว่า การตั้งโจทย์ในการทำงานของฝ่ายความมั่นคงในกรณีนี้ "คิดน้อยเกินไป" ละเมิดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน และกำลังก่อให้เกิดผลกระทบอีกด้านแก่สังคมด้วยการสร้างความกลัวและความไม่เข้าใจที่มีต่อคนมุสลิมที่อยู่ในประเทศนี้

เขากล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเราพยายามสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน สะท้อนผ่านภาพสมเด็จพระสังฆราชประทานคำปรึกษาแก่ อาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของศาสนาในการอยู่ร่วมกันของศาสนิกชนไทย โดยถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการทำงานร่วมกันของศาสนาเพื่อปกป้องความคิดสุดโต่งจากทั้ง 2 ฝั่ง

"แต่วันนี้เหมือนเจ้าหน้าที่รัฐกำลังสร้างความรู้สึกแบบนั้นให้เกิดขึ้น และไปตอกย้ำความเชื่อที่ว่า 'มุสลิมเกี่ยวข้องกับความรุนแรง' และ 'อิสลามไม่หวังดีต่อประเทศชาติ' เพราะการเก็บข้อมูลแบบเหมารวม เหวี่ยงแห ตีขลุม ทั้งที่ฝ่ายความมั่นคงย่อมมีข้อมูลกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจงอยู่แล้ว" ซากีย์ กล่าว

พระสังฆราช-จุฬาราชมนตรี

ที่มาของภาพ, สำนักจุฬาราชมนตรี/Facebook

คำบรรยายภาพ, สมเด็จพระสังฆราช ประทานวโรกาสให้จุฬาราชมนตรี พร้อมคณะผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี เข้าเฝ้าขอประทานรับคำปรึกษาในแนวทางการปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของศาสนา เมื่อ 13 ก.ย. ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร

เขาวิเคราะห์ด้วยว่า การร่อนหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรของฝ่ายความมั่นคง เมื่อผนวกกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ซึ่งสันติบาลน่าจะมีข้อมูลกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการใช้ความรุนแรงใน กทม. อยู่ ดูเผิน ๆ ก็เหมือนจะมีความชอบธรรมในการดำเนินการ แต่การทำข้อมูลให้มีประสิทธิภาพก็เป็นเรื่องจำเป็นในการทำงาน การเก็บข้อมูลบนฐานคิดว่าเพราะความเป็นมุสลิมเป็นการเหมารวมเกินไป

ความกังวลใจที่เกิดขึ้นกับ ซากีย์ คือ กลุ่มผู้ไม่หวังดีต่อรัฐไทยอาจหยิบกรณี "ขอข้อมูลมุสลิมในมหาวิทยาลัย" ไปเป็น "ชนวนในการสร้างมวลชน" ชักชวนให้ประชาชนทั่วไปเห็นดีงามว่าการเป็นพลเมืองมุสลิมในไทยเริ่มเป็นปัญหา ทั้งที่คนทำงานในองค์กรศาสนาและสังคมพยายามพูดมาตลอดเวลาว่าปัญหาความขัดแย้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่ปัญหาศาสนา แต่เป็นปัญหาการเมืองที่เอาศาสนาไปเป็นเครื่องมือโน้มน้าวผู้คน

หนังสือถึง ผบ.ตร.

ที่มาของภาพ, สำนักจุฬาราชมนตรี

ม. รังสิต ส่งข้อมูลให้สันติบาลแล้ว

ด้านนักศึกษาหญิงมุสลิมในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ผู้ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อกล่าวกับบีบีซีไทยว่า "ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกกลัวนะคะ แต่ที่บ้านก็เป็นห่วงและกังวลหลังทราบข่าว เขาขอให้หนูเงียบ ๆ สักพัก แต่นักศึกษาเราไม่ได้ทำอะไรผิด อยากให้รัฐเคารพสิทธิเสรีภาพของพวกเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรั้วมหาวิทยาลัย"

"คุกคาม-ละเมิดสิทธิ-ผิดรัฐธรรมนูญ" คือความรู้สึกของนักศึกษามุสลิมบางส่วนที่มีต่อองค์กรสีกากีซึ่งควรอยู่ในฐานะ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" หลังหนังสือ "ขอทราบข้อมูลนักศึกษา" ที่ส่งจาก "หน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัด" ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์

หนังสือฉบับนี้ตั้งใจส่งถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยอย่างน้อย 3 แห่ง ซึ่งมีที่ตั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อมูล 3 ข้อเกี่ยวกับนักศึกษามุสลิม ทั้งเรื่องจำนวน, นิกายที่นับถือ , เป็นคนนอกพื้นที่หรือไม่, มีการจัดตั้งกลุ่ม/ชมรมของนักศึกษามุสลิมหรือไม่ ฯลฯ

ข้าม Facebook โพสต์

ไม่มีเนื้อหานี้

ดูเพิ่มเติมที่ Facebookบีบีซี. บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาของเว็บไซต์ภายนอก. นโยบายของเราเรื่องการเชื่อมต่อไปยังลิงก์ภายนอก.

สิ้นสุด Facebook โพสต์

ถึงเวลานี้มีอยู่ 1 มหาวิทยาลัยที่ระดับ "ผู้บริหาร" ออกมายอมรับผ่านสื่อมวลชนว่า ได้ส่งรายชื่อของนักศึกษามุสลิมทั้งหมดให้ฝ่ายความมั่นคงไปแล้ว

ข้อเรียกร้อง-คำวิงวอนจากสมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย (สนมท.) ให้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ที่ "นักศึกษาสามารถแสดงความคิดเห็น" และ "คุ้มครองซึ่งสิทธิที่นักศึกษาพึงได้รับ" จึงคล้ายไม่เป็นผล

หลักมุสลิมให้รวมกลุ่มกัน "เพิ่มพูนความดี"

ก่อนหน้านี้ สนมท. ออกแถลงการณ์เรื่อง การละเมิดสิทธิและการคุกคามนักศึกษามุสลิมในสถานศึกษา ระบุตอนหนึ่งว่า "การอยู่รวมกลุ่มเป็นชมรมนั้น เป็นพันธกิจที่มุสลิมควรกระทำ เนื่องด้วยศาสนากำชับให้การอยู่ร่วมกันของมุสลิม 2 คนขึ้นไป ให้ถือเป็นญามาอะฮ์ (กลุ่ม) และมีอมีร (ผู้นำกลุ่ม)"

"มุสลิมเราถือว่าการอยู่ร่วมกันแล้วความดีจะเพิ่มพูนได้ง่ายขึ้น ตักเตือนกันง่ายขึ้น... มันไม่ใช่เรื่องว่านักศึกษาหรือนักกิจกรรมมารวมตัวกันแล้วจะต้องเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเดียว" นักศึกษาหญิงรายเดิมระบุ ก่อนตั้งข้อสังเกตว่า ในเมื่อขณะนี้ไม่มีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนแล้ว เหตุใดจึงยังมีหนังสือขอข้อมูลเรื่องการรวมกลุ่มของนักศึกษาอีก

นศ. ยื่น จม. พรรณิการ์

ที่มาของภาพ, Pr Parliament

คำบรรยายภาพ, สนมท. เข้ายื่นหนังสือถึง กมธ. กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อร้องเรียนการละเมิดสิทธินักศึกษามุสลิม เมื่อ 18 ก.ย.

ทว่านอกจากมีสถานภาพ "นักศึกษา" เธอยังเป็น "นักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน" ระดับ "มีอมีร" ของเครือข่ายนักศึกษา นั่นอาจหมายถึงเข้าข่าย "ถูกสอบประวัติ" ได้ตามหนังสือของสันติบาล

ประสบการณ์ในอดีตสมัยใช้ชีวิตที่บ้านเกิด จ. ปัตตานี ทำให้นักศึกษาสาวรายนี้เห็นผู้คนในชุมชนถูกละเมิดสิทธิอยู่เนือง ๆ โดยเฉพาะการคุมตัวไปสอบสวนและค้นบ้านโดยไม่มีหมายศาล โดยที่สามีญาติของเธอก็เป็นหนึ่งในชายที่ถูกคุมตัวเข้าค่ายทหารแห่งหนึ่งนานกว่า 2 เดือน และกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอลุกขึ้นมาทำหน้าที่นักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนตั้งแต่ก้าวเข้ารั้วมหาวิทยาลัย

"3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ถูกจับตามอง จึงจำเป็นต้องมีนักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นเกราะป้องกันการถูกมองว่าเป็นผู้ก่อความไม่สงบแบบเหมารวม" นักศึกษาสาวกล่าว

มติชมรมมุสลิม 60 มหาวิทยาลัยไม่ส่งข้อมูล นศ. ให้

ขณะที่ พัชระ เรืองทอง นักศึกษาชั้นปี 4 มรภ. สวนสุนันทา ในฐานะนายกสมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม กล่าวว่า กิจกรรมที่ชมรมมุสลิมใน 60 มหาวิทยาลัยที่เป็นภาคีของสมาคมนิสิตฯ ดำเนินการ ไม่ต่างจากกิจกรรมของชมรมอื่น ๆ มหาวิทยาลัย เช่น จัดค่ายอาสา จัดกิจกรรมพัฒนาชุมชน กรณีที่เกิดขึ้นสะท้อนว่านักศึกษามุสลิมกำลังถูกละเมิดสิทธิและถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

เขากล่าวต่อไปว่า ทราบว่ามีมหาวิทยาลัย 2 แห่งที่ได้ติดต่อขอข้อมูลนักศึกษามุสลิมจากชมรมนักศึกษามุสลิมในสถาบันของตน แต่มติร่วมกันของชมรมมุสลิม 60 มหาวิทยาลัยคือ "เราจะไม่ส่งข้อมูลของนักศึกษาให้ทางมหาวิทยาลัย" และขอรอดูความชัดเจนก่อนว่าการเก็บประวัตินักศึกษาที่พุ่งเป้าที่กลุ่มมุสลิมมีเหตุผลอะไร

ยื่นหนังสือค้านเก้บข้อมูลมุสลิม

ที่มาของภาพ, Hataikarn Treesuwan/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, นายกสมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม ร่วมคณะเลขาและรองเลขานุการจุฬาราชมนตรี มายื่นหนังสือคัดค้านการเก็บประวัตินักศึกษามุสลิม ที่ สตช. เมื่อ 24 ก.ย.

สันติบาลแจงทำฐานข้อมูลข่าวกรองปกติ

พล.ต.ท. สราวุฒิ การพานิช ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ปฏิเสธว่าไม่ได้จงใจละเมิดสิทธิมนุษยชนของนักศึกษา แต่เป็นการทำฐานข้อมูลข่าวกรองตามปกติ ไม่มีอะไรพิเศษ

"เจตนาที่แท้จริงของเรา ไม่มีอะไรจริง ๆ เราจะทำไปเพื่ออะไร แต่เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ต้องการทำฐานข้อมูล" พล.ต.ท. สราวุฒิ ซึ่งอยู่ระหว่างการไปปฏิบัติราชการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยทางโทรศัพท์

ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลยังปฏิเสธอีกว่า การดำเนินการดังกล่าว "ไม่เกี่ยวข้องกันเลย" กับคดีระเบิดที่เกิดขึ้นกลาง กทม. แต่ต้องขอความร่วมมือกับทุกสถาบัน ไม่เฉพาะกลุ่มมุสลิม ทยอยทำทุกจังหวัดทุกภาคทั่วประเทศ

ผังเหตุการณ์วางระเบิดหน้าป้าย สตช. เมื่อ 1 ส.ค. ที่ตำรวจนำมาโชว์ระหว่างการแถลงข่าว

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBCTHAI

คำบรรยายภาพ, ผังเหตุการณ์วางระเบิดหน้าป้าย สตช. เมื่อ 1 ส.ค. ที่ตำรวจนำมาโชว์ระหว่างการแถลงข่าว

ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เคยยอมรับว่า เป็นหนังสือของกองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 กองบัญชาการตำรวจสันติบาลจริง แต่ "ไม่มีนัยสำคัญใด ๆ ถือเป็นวงรอบการจัดทำฐานข้อมูลด้านการข่าวโดยปกติ" พร้อมชี้แจงวัตถุประสงค์ว่าเพื่อจัดทำฐานข้อมูลและบริหารงานข่าวกรองในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ภายใต้การรักษาความปลอดภัยตามกฎหมายและระเบียบ 6 ฉบับ ประกอบด้วย กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองความลับในราชการ, กฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการ, ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับในราชการ, กฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารทางราชการ, ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ

ย้อนความเคลื่อนไหวในรอบสัปดาห์ หลังสันติบาลร่อนหนังสือขอข้อมูลมุสลิมในมหาวิทยาลัย

  • 16 ก.ย. สนมท. ออกแถลงการณ์เรื่อง การละเมิดสิทธิและการคุกคามนักศึกษามุสลิมในสถานศึกษา โดยเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ที่ "นักศึกษาสามารถแสดงความคิดเห็น" และ "คุ้มครองซึ่งสิทธิที่นักศึกษาพึงได้รับ" หลังปรากฎหนังสือ "หน่วยสันติบาลจังหวัด" ในสื่อสังคมออนไลน์
  • 16 ก.ย. นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ระบุในเฟซบุ๊กว่า การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการแทรกแซงสิทธิความเป็นส่วนตัว เลือกปฏิบัติทางศาสนา เป็นอคติและหวาดระแวงนักศึกษาที่นับถือศาสนาอิสลามโดยตรง และเป็นการแทรกแซงสถาบันการศึกษา
  • 17 ก.ย. ม. รังสิตถือเป็นสถาบันแรกที่ออกมายอมรับว่าได้รับหนังสือสันติบาล โดย รศ. กฤษณพงค์ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย ม. รังสิต กล่าวกับพีพีทีวีว่า ได้ส่งรายชื่อของนักศึกษามุสลิมทั้งหมดที่กำลังเรียนอยู่ ม. รังสิต ให้ฝ่ายความมั่นคงไปแล้ว โดย "จำเป็นต้องให้ความร่วมมือกับทางการ" และ "อยู่ในสภาพบังคับ"
  • 17 ก.ย. นายกรัฐมนตรีกล่าวโดยอ้างคำชี้แจงของตำรวจว่า "เป็นเรื่องของการจัดทำฐานข้อมูลด้านข่าวกรองตามปกติ ไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิของใครเลย"
  • 18 ก.ย. สนมท. เข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อร้องเรียนเรื่องที่เกิดขึ้น โดยมี น.ส. พรรณิการ์ วานิช ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะรองประธาน กมธ. ด้าน กฎหมายฯ เป็นตัวแทนรับเรื่อง และบอกว่าจะตรวจสอบอย่างเร่งด่วน
  • 24 ก.ย. เลขานุการจุฬาราชมนตรี ส่งหนังสือถึง ผบ.ตร. เพื่อขอให้สั่งการให้สันติบาลยุติการดำเนินการดังกล่าว

ที่มา : บีบีซีไทยรวบรวม