ซ้อมทรมาน : อับดุลเลาะ อีซอมูซอ ที่หมดสติระหว่างถูกคุมตัวที่ค่ายอิงคยุทธฯ เสียชีวิตแล้ว ญาติไม่รอชันสูตร

ภาคใต้

ที่มาของภาพ, โมฮัมหมัด รอฮมัด มามุ

นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงที่หมดสติระหว่างถูกควบคุมตัวในค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เสียชีวิตไปอย่างสงบเมื่อเช้ามืดวันนี้ (25 ส.ค. 2562) หลังจากรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูมา 35 วัน ทางญาติจะทำการประกอบพิธีทางศาสนาโดยไม่ส่งชันสูตรแม้ยังติดใจสงสัยถึงเหตุที่ทำให้เข้าหมดสติและสมองบวม

นายโมฮัมหมัด รอฮมัด มามุ ลูกพี่ลูกน้องของนายอับดุลเลาะบอกกับบีบีซีไทยว่า ญาติได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ว่านายอับดุลเลาะเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. หลังจากที่สัญญาณชีพและความดันโลหิตแย่ลงตั้งแต่กลางดึก

นายโมฮัมหมัดกล่าวว่า โรงพยาบาลได้มอบเอกสารอธิบายสาเหตุการเสียชีวิต แต่ญาติยังไม่ได้อ่านอย่างละเอียด เพราะยุ่งอยู่กับการเตรียมทำพิธีทางศาสนาให้ผู้ตาย

"ทางญาติยังไม่ได้อ่านสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดจากเอกสารที่ทางโรงพยาบาลออกมาให้ แต่เมื่อตอนตีสองของเมือคืน มีนางพยาบาลโทรมาบอกว่าความดันและชีพจรของอับดุลเลาะต่ำมาก และปอดของเขาก็พังไปหมดแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน ทางโรงพยาบาลก็โทรกลับมาตอนตีสี่ว่าอับดุลเลาะเสียชีวิตแล้วด้วยอาการปอดอักเสบ" โมฮัมหมัดกล่าว

ข้าม Facebook โพสต์

ไม่มีเนื้อหานี้

ดูเพิ่มเติมที่ Facebookบีบีซี. บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาของเว็บไซต์ภายนอก. นโยบายของเราเรื่องการเชื่อมต่อไปยังลิงก์ภายนอก.

สิ้นสุด Facebook โพสต์

ทันทีที่อับดุลเลาะเสียชีวิต ญาติของเขาก็ได้นำศพมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยทางญาติได้ตกลงกันแล้วว่าจะไม่รอผ่าชันสูตรเพื่อนำมาประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บและเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ เพราะญาติเห็นว่าตั้งแต่เกิดเหตุ ทางครอบครัวได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงมาโดยตลอดแต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า

นายอับดุลเลาะ อายุ 34 ปี เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่งคง เนื่องจากเขาถูกผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับแกนนำที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ซัดทอดว่าเป็นคนที่คอยช่วยเหลือสนับสนุนการก่อเหตุในพื้นที่มาแล้วหลายครั้ง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังเข้าควบคุมตัวจากบ้านพักใน ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 20 ก.ค.

หลังจากนั้นนายอับดุลเลาะถูกส่งตัวไปที่หน่วยซักถามเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร วันที่ 22 ก.ค. ภรรยาของเขาเดินทางไปเยี่ยมที่ค่ายอิงคยุทธฯ แต่ได้รับแจ้งว่านายอับดุลเลาะถูกส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ปัตตานี เนื่องจากหมดสติในห้องควบคุมตัว

แพทย์แจ้งว่าเขามีอาการสมองบวม ซึ่งคาดว่าเกิดจากการขาดอากาศหายใจเป็นเวลานาน

ญาติสงสัยว่านายอับดุลเลาะถูกกระทำระหว่างถูกควบคุมตัว แต่ พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวเมื่อวันที่ 22 ก.ค. ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่า เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องตั้งแต่การเชิญตัว การควบคุมตัวเพื่อซักถามและ "ยังไม่พบหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่า เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่"

"ตั้งแต่อับดุลเลาะหมดสติไป ทางเราก็พยายามเรียกร้องสิทธิผ่านหน่วยงานต่าง ๆ มาตลอด ถ้าคดีมันจะคืบ มันต้องมีความคืบหน้าไปแล้ว เราขอความช่วยเหลือผ่านหลายหน่วยงาน แต่แล้วก็จบท้ายด้วยความเงียบ และตอนนี้อับดุลเลาะตายไปแล้ว ใครจะเป็นคนมาบอกความจริง" นายโมฮัมหมัดบอกกับบีบีซีไทย

"ต่อให้มีการผ่าชันสูตรศพ พวกเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าพวกเขาพูดความจริง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าหมอบอกความเป็นจริงกับเรา เราเลยตัดสินใจทำพิธีศพตามศาสนาและจะไม่มีการขุดศพขึ้นมาเพื่อชันสูตรทีหลังเพราะเรามีความเชื่อทางศาสนาที่ต้องเคารพ"

ภาคใต้

ที่มาของภาพ, กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า

คำบรรยายภาพ, พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวถึงกรณีนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ "ยังไม่พบหลักฐานว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่"

นายอับดุลเลาะและภรรยามีลูกชายด้วยกัน 2 คน อายุ 7 ขวบและ 2 ขวบ

ล่าสุด โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ได้ออกแถลงการณ์การเสียชีวิตว่า นายอับดุลเลาะมีอาการคงที่มาโดยตลอดและเริ่มมีอาการทรุดลงประมาณ 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยพบว่ามีการอักเสบของปอดอย่างรุนแรง คาดว่าเกิดจากการติดเชื้อ มีภาวะผิดปกติของการแลกเปลี่ยนก๊าซ ทางทีมรักษาพยาบาลได้มีการปรับตั้งเครื่องช่วยหายใจและให้ออกซิเจนที่มีความเข้มข้นสูงมาตลอด อีกทั้งปรับการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อครอบคลุมเชื้อที่ก่อโรค

จนกระทั่งเมื่อคืนนี้ (24 ส.ค.) อาการของผู้ป่วยเริ่มทรุดลง ด้วยภาวะความดันโลหิตต่ำ และมีการแลกเปลี่ยนก๊าซที่ผิดปกติมากขึ้น ทางทีมรักษาได้ให้ยาควบคุมความดันโลหิตในขนาดสูง แต่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาพยาบาล ยังคงมีความดันโลหิตต่ำลง มีความผิดปกติของการแลกเปลี่ยนก๊าซและมีความเป็นกรดในเลือดสูงขึ้น

โรงพยาบาลระบุว่า ผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างสงบในเวลา 04.03 น. ของวันที่ 25 ส.ค สรุปสาเหตุของการเสียชีวิตคือ เกิดจากปอดอักเสบติดเชื้ออย่างรุนแรง (severe pneumonia ) และมีภาวะพิษเหตุติดเชื้อ (septic shock)

ทางด้านนายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ซึ่งติดตามกรณีของนายอับดุลเลาะมาโดยตลอดได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเสียใจต่อการจากไปของเขา พร้อมตั้งข้อสงสัยถึงสาเหตุการหมดสติระหว่างถูกควบคุมตัว ซึ่งนำมาสู่การเสียชีวิตของผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงรายนี้

"ผมเน้นย้ำถึงผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในพื้นที่ต่อคำถามหลายประการทั้งกระบวนการสอบปากคำ กล้องวงจรปิดที่ทราบว่าเสียหมดทุกตัว อาการของอับดุลเลาะ ตลอดจนการเยียวยาครอบครัวหากเกิดกรณีการสูญเสียชีวิต"

ภาคใต้

ที่มาของภาพ, กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า

คำบรรยายภาพ, กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้านำภาพมาประกอบการแถลงข่าวเพื่อยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามขั้นตอนการเชิญตัวมาซักถาม

"ซึ่งวันนี้อับดุลเลาะได้จากเราไปแล้ว แต่คำตอบต่อคำถามที่ผมได้สอบถามไปนั้น ยังมาไม่ถึง และไม่ทราบว่าจะมาถึงได้เมื่อไร คำตอบในการจัดการความไม่ชอบมาพากลหลายประการในกรณีนี้ นั้นเป็นความรับผิดชอบต่อประชาชน เป็นกิจการสาธารณะ ท่านควรพิจารณา ชี้แจง และสร้างมั่นใจต่อสังคม"

"ถึงเวลาแล้วที่จะต้องทบทวนยกเครื่องใหม่ อะไรที่ใช้ไม่ได้อย่าคงไว้เลยครับ มันจะเสียกันไปทั้งหมดไปเปล่าๆ ผมขอเกริ่นให้มีการทบทวนพิจารณาด้วยความหวังดี"

เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ "อับดุลเลาะ"

  • อับดุลเลาะเป็นชายหนุ่มวัย 34 ปี ที่มีสุขภาพแข็งแรง เขามีอาชีพกรีดยางและทำงานหล่อเสาปูนซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว
  • ภรรยาชื่อซูไมยะห์ มิงกะ อาชีพแม่บ้าน ทั้งคู่มีลูกชายด้วยกัน 2 คน อายุ 7 ขวบและ 2 ขวบ
  • กิจวัตรประจำวันของอับดุลเลาะคือ ตื่นตี 5 ออกไปกรีดยาง กลับมาก็ไปทำงานก่อสร้าง กลับบ้าน 5 โมงเย็น เป็นเช่นนี้ทุกวัน
  • ครอบครัวยืนยันว่าเขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับขบวนการก่อความไม่สงบตามที่ถูกผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ซัดทอด
  • อับดุลเลาะเป็นคนที่คอยดูแลนางกรือซง อายุ 60 ปี แม่ซึ่งเป็นผู้พิการทางการสื่อความหมายแต่กำเนิด ส่วนพ่อของเขาเสียชีวิตไปนานแล้ว