คดีจำนำข้าว : ศาลพิพากษาในชั้นอุทธรณ์เพิ่มโทษจำคุก บุญทรง อีก 6 ปี รวมเป็น 48 ปี

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ คดีร่วมกันทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) โดยให้จำคุกนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว. พาณิชย์ เพิ่มขึ้นอีก 6 ปี รวมจำคุกเป็นเวลา 48 ปี
เวลา 11.00 น. ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ โดยมีการเบิกตัวนายบุญทรง กับพวก ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อเข้าฟังคำพิพากษาด้วย ซึ่งศาลได้ใช้เวลานานถึง 7 ชั่วโมงในการอ่านคำพิพากษา
องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์มีคำพิพากษาในสาระสำคัญว่า โครงการระบายข้าวแบบจีทูจี ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2554 กำหนดให้อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการเจรจาการซื้อขายข้าวตามโครงการรับจำนำของรัฐบาลและข้าวในสต๊อกของรัฐบาล กับผู้แทนหน่วยงานของรัฐบาลที่ได้รับมอบหมายให้มีอำนาจเต็มในการซื้อขายจากรัฐบาลของทุกประเทศ เมื่อปรากฏว่าสัญญาซื้อขายข้าวทั้ง 4 ฉบับ ระหว่างกรมการค้าข้าวต่างประเทศกับบริษัทกวางตรงและบริษัทห่ายหนานเกิดจากการกระทำโดยทุจริต จึงไม่เป็นสัญญาซื้อขายข้าวแบบจีทูจี โดยที่ รมช. และ รมว. พาณิชย์ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ได้เห็นชอบให้ทำและแก้ไขสัญญาซื้อขายทั้ง 4 ฉบับ ตามการดำเนินการของกลุ่มข้าราชการซึ่งเป็นจำเลยที่ 4-6 โดยบริษัทดังกล่าวไม่ได้เป็นผู้ชำระเงินค่าข้าวตามสัญญา เนื่องจากมีการเปิดช่องให้ไม่ต้องส่งข้าวตามสัญญาไปสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมทั้งเลือกวิธีการชำระเงินด้วยแคชเชียร์เช็ค ไม่ใช่ชำระเงินด้วยการเปิด L/C จึงเป็นการตัดการโอนเงินระหว่างประเทศ เป็นผลให้จำเลยที่ 7-18 และจำเลยที่ 20 และ 21 นำข้าวไปเวียนขายให้แก่ผู้ค้าข้าวในประเทศ และรับประโยชน์อันเกิดจากส่วนต่างจากราคาตามสัญญาซื้อขายข้าวทั้ง 4 ฉบับกับราคาตลาดไปเป็นของตนโดยทุจริต
องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์พิพากษายืนว่า "จำเลยไม่สามารถทำได้เฉพาะคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการร่วมกันทุจริตระหว่างนักการเมือง ข้าราชการประจำ และนักธุรกิจ การกระทำของจำเลยดังกล่าว จึงเป็นความผิดตามฟ้อง"
นายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ บุตรชายนายบุญทรง กล่าวภายหลังรับทราบคำพิพากษาว่า ได้เจอบิดาระหว่างฟังคำพิพากษา ซึ่งเจ้าตัว "ก็ค่อนข้างช็อค" แต่ก็ต้องยอมรับคำตัดสินของศาล และภายหลังการอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น บิดาได้บอกกับตนเพียงว่า "ลูกต้องเข้มแข็งนะ"

ที่มาของภาพ, .
คดีนี้ อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนักการเมือง ข้าราชการ และเอกชน รวม 28 ราย ตั้งแต่ 17 มี.ค. 2558 โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ใช้เวลาไต่สวนนานกว่า 2 ปี ก่อนมีคำพิพากษาเมื่อ 25 ส.ค. 2560 ให้จำคุกจำเลยรวม 15 ราย นำโดยนายบุญทรง และนายภูมิ สาระผล อดีต รมช. พาณิชย์ เป็นเวลาตั้งแต่ 4-48 ปี และยกฟ้องจำเลย 8 ราย เนื่องจากพยานหลักฐานที่ไต่สวนมาไม่เพียงพอให้รับฟังว่าจำเลยเกี่ยวข้องกับการกระทำ
นอกจากนี้ ศาลฎีกาฯ ยังมีคำสั่งให้บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด, นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง และลูกน้องคนสนิท ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับกระทรวงการคลังเป็นเงิน 16,912 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตรา 7.5% ต่อปี และสั่งให้บริษัท กีธาพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และบุตรสาวเสี่ยเปี๋ยง ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 1,294 ล้านบาท

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
อย่างไรก็ตามจำเลยเกือบทุกคน และโจทก์ ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ทำให้ต้องมีการแต่งตั้งองค์คณะขึ้นมาไต่สวนพิจารณาคดี ก่อนมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์แก้เป็น สั่งจำคุกนายบุญทรงรวมเป็นเวลา 48 ปี
ส่วนกลุ่มบริษัทโรงสี 8 ราย ที่ศาลเคยพิพากษายกฟ้องไป ก็มีการกลับคำพิพากษาใหม่ โดยสั่งจำคุก 3 ราย เป็นเวลา 4-8 ปี โดยที่พฤติการณ์จำเลยกลุ่มนี้นั้น "เห็นสมควรให้รอลงอาญาไว้คนละ 3 ปี" พร้อมสั่งปรับจำเลยในกลุ่มนี้ 7 คน เป็นเงินตั้งแต่ 25,000-50,000 บาท
คำพิพากษาในสาระสำคัญระบุตอนหนึ่งว่า จำเลยกลุ่มนี้ได้กระทำโดยผ่านกระบวนการคิดไต่ตรองและตระหนักถึงผลดีผลเสียเป็นอย่างดีแล้ว จึงเลือกที่จะซื้อข้าวในโครงการรับจำนำข้าว ไม่ผ่านการติดต่อของคนสนิทเสี่ยเปี๋ยงซึ่งเป็นจำเลยที่ 15 "เพียงเพื่อให้ได้เข้ามาประกอบธุรกิจของตนโดยไม่ได้คำนึงว่าการกระทำนั้นเป็นการซื้อข้าวที่ได้มาจากการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และจะส่งผลเสียหายหรือไม่เพียงใด การกระทำของจำเลยที่ 22-28 จึงเป็นความผิดตามฟ้อง อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น"
องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ได้ออกหมาย "จำคุกคดีถึงที่สุด" ของจำเลยแต่ละคนตามคำพิพากษาแล้ว พร้อมออกคำสั่งบังคับการชดใช้ค่าเสียหายในส่วนแพ่งให้กับกระทรวงการคลังตามคำพิพากษาด้วย
ขณะที่จำเลย 2 คนที่หลบหนีออกนอกประเทศไป ศาลฎีกาฯ อ่านคำพิพากษาลับหลังเมื่อ 28 พ.ค. 2562 ให้จำคุก 50 ปี และ 32 ปี และไม่อยู่ในคำพิพากษาวันนี้แต่อย่างใด

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เปรียบเทียบโทษทางอาญาผู้ต้องหาคดีจีทูจี ตามคำพิพากษาปี 2560 กับคำพิพากษาแก้ปี 2562
เปรียบเทียบโทษปรับผู้ต้องหาคดีจีทูจี ตามคำพิพากษาปี 2560 กับคำพิพากษาแก้ปี 2562
เปรียบเทียบการสั่งชำระค่าเสียหายทางแพ่ง ตามคำพิพากษาปี 2560 กับคำพิพากษาแก้ปี 2562
ที่มา : บีบีซีสรุปโดยเปรียบเทียบคำพิพากษา 2 ครั้ง ซึ่งในส่วนที่ - หมายถึงไม่มีการระบุไว้ในคำพิพากษาแต่อย่างใด จึงยึดตามคำพิพากษาเดิม

ที่มาของภาพ, Thai News Pix









